ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

นานๆ พาพ่อกะแม่เที่ยวทีนึง นึกออกแต่ภูเก็ต

ด้วยความที่ ปิดเทอม กลัวลูก + หลานจะเบื่อ เลยพาไปเที่ยวกันซะหน่อยดิ พร้อมกับ พาพ่อ กะ แม่ไปเที่ยวด้วย เห็นพูดๆ อยู่ว่าอยากไปภูเก็ต ก็ จัดให้ตามคำเปรยๆ ของแม่
23/10/2010 เดินทาง

ไปสนามบิน พ่อ แม่ ผม ลูก หลาน รวม 5 คน
ก่อนไป ก็ ต้องถ่ายรูปให้พ่อ ตามสเตปเขาละ










กำหนดเวลาออก ราว 11.00 น. แต่เครื่อง Delay นิดหน่อย ไม่เห็นเป็นไำร


















ที่นั่ง 3 ที่ติดกัน ก็ พ่อ แม่ หลาน อีก 2 ที่ คนละแถวกัน ก็ ลูกไปทาง พ่อไปทาง แต่พอมองเห็น สบตากันประสาพ่อลูกได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไร
จริงๆแล้ว ตกลงกันก่อน ว่าถ้าสาวๆนั่ง พ่อจะนั่ง ปรากฏว่า ที่นึงที่นั่งข้างเป็นฝรั่งไม่สาว อีกที่นึง ข้างๆเป็นผู้ชาย ข้อตกลง เป็นอัน ตกไป....555
มาถึง มารับรถที่จองไว้ Honda Jazz สีขาว ใหม่ๆเลย วิ่งมา 28xxx กม. เอง โอเค มีอะไรพาพ่อแม่เที่ยวได้ละ ภูเก็ตแค่ีนี้ บ้านเราเอง กลัวอะไรกะเส้นทาง แผนที่ก็มี
ได้รถมาก็หาข้าวกิน ด้วยความหิว เนื่องจากเครื่องบินผิดเวลานิดหน่อย(มาก)
วิ่งเข้าป่าตอง ไปกะหลิม กินบนเชิงเขา ร้าน ไม่บอกดีกว่า เพราะ รอนานจนแทบคลั่ง...
อิ่มท้อง ก็มาที่พัก อ้าว ได้ห้อง Spa หรอ จองห้องปกติไป ไม่เป็นไร ไม่ได้คิดเงินเพิ่มนี่นา
ลูกชายก็เตรียมพร้อมแข่อ่าง แต่สุดท้าย ก็ไปเล่นสระน้ำซะก่อน อากาศดีๆ ไม่มีแดด
พ่อ แม่ พักผ่อน ลูกหลานสนุกสนานในสระ... ว๊าว...เจอ Coyote Ugly ด้วย...ริมสระครวญคราง...


24/10/2010 วันที่สองของการเดินทาง
 เช้ามา ก็พากันไปเดินริมหาดกะรน สะอาด สงบดี เพราะยังไม่เข้าหน้า High
แล้วก็มาเล่นอาหารเช้า .. มาแนวฝรั่งจ๋าเลย ไม่มีข้าวให้กินเลย วันนี้ แต่มีบะหมี่ผัด พอรับได้
ท้องอิ่ม ก็พร้อมเดินทาง ตั้งใจจะขับรถพากันไป กระีบี่ แต่ ขับมาพ้นภูเก็ตไม่นาน แม่ก็บอกว่า ไกล ไปแถวๆ นี้เถ๊อะ...

ได้เลยครับ กลัว พ่อ กะ แม่ จะเหนื่อยเดินทาง จะพาลไม่สบายละ จะเซ็งไปกว่านี้
เปลี่ยนแผนสดๆ ไปพังงาแทน นั่งเรือในอ่าวพังงาละกัน
 ตามโปรแกรม มีพาไปนู่นนี่ จำไม่ได้ และว่าเขาเรียกว่าอะไรมั่ง แต่เท่าที่จำได้ ก็ เขาหมาจู ภาพเขียนผนังถ้ำโบราณ เขาตะปู ถ้ำลอด
เรือที่ไปก็ เรือหางยาวเราๆ นี่ละ ไม่เห็นแปลกอะไร ไม่ได้ไกลฝั่งมากนี่นา 
ไกลกว่านี้กะเรือหางยาว ยังไปมาแล้ว...แค่นี้ จิ๊บๆ...
ช่วงที่เข้าถ้ำลอด ก็จะมีคณะที่พายคายัค เข้าถ้ำ แต่ดูแล้วคงพายกันช่วงสั้นๆ เพราะเห็นมีเรือจอดอยู่ด้านนอก แล้วก็เรือ คาดว่า คงพายผ่านถ้ำให้ได้อารมณ์หน่อย แถมมีเรือขายน้ำมะพร้าว ที่ปากถ้ำ .. แหม...ไอเดียกระฉูดเชียว 

แล้วก็จุดขายครับ เขาตะปู เขาพิงกัน เรือที่ไปจะจอดที่เวิ้งอ่าวด้านนึง ต้องเดินข้ามไปนิดนึง ลุยน้ำหน่อยนึง ก็ ถึงจุดชมวิว ไม่ใช่ซิ จุดถ่ายรูป เพราะลองเดินไปดูตามจุดอื่นแล้วชมวิว ... สวยกว่านะ
ชื่นชมกันสักพักใหญ่เสร็จแล้วก็กลับ
กลับเข้ามาภูเก็ต แวะกินกลางวันที่ จั๊กจั่นซีฟู๊ด ที่เดิม ที่เคยมาทุกปี ปีนี้ ยังอร่อยเหมือนเดิม แต่คนเยอะกว่าเดิม แม้จะบ่ายหน่อยๆแล้ว
ร้านอยู่ ทางออกนอกเมือง เลยประตูเมือง ก่อนถึง สะพานสารสิน แถวนั้นจะมีหลายร้านให้เลือกชิม
เสร็จแล้วก็มา แหลมพรหมเทพ Logo ของภูเก็ต แล้ว กลับที่พักเล่นน้ำสระต่อ
อาหารมื้อนี้ พ่อแม่ถูกใจเป็นพิเศษ อิ่มกันยันเย็น กินอะไรไม่ลงเลย อิ่มๆๆมากๆๆๆ

25/10/2010 วันที่สาม
วันนี้ พาทัวร์วัดก่อน ทำบุญ พาไปวัดฉลอง ก็ทำบุญไหว้พระไปตามเรื่อง ทีแรกกะว่าจะพาทั้งหมดไป เที่ยว พีพี แต่ดูแล้ว กลัว พ่อ แม่ จะเหนื่อย เพราะดูอาการ เหมือนเพลียๆกัน
 เสร็จแล้วก็ Phuket Aquarium คราวนี้ ฝนเริ่มมาทักทายละ

ไอ้หมึกพอล ก็ไม่ได้ตาย แค่ย้ายมาอยู่ที่นี่
แล้วก็ถึงเวลาเที่ยง พาไปกิน ป่าหล่าย แล้วกลับห้อง ให้พ่อ แม่ ได้พัก ดูท่าทาง จะเหนื่อยๆ
เย็นๆ ออกไปใหม่ แม่อยากไป อนุเสาวรีย์ ก็พาไปโลด....
โชคดีที่ช่วงเย็น ตำรวจปิดไม่ให้วนรถได้ในวงเวียน ก็เลย ชะแว๊ป เข้าไปจอดหน้าอนุเสาวรีย์เลย
สบายแม่ละ เพราะ ถ้า ข้ามถนน ที่จอแจแบบนั้น คงลำบาก เพราะขายังเดินไม่ปกติเท่าไร
หลังจากผ่าตัดหัวเข่ามาได้ 4 เดือน
....
เสร็จแล้ว ยามเย็นๆ แบบนี้ อยู่ย่านนี้แล้ว ก็ต้อง หาดในยาง ซีครับ
หาดนี้ ถูกใจผมนัก ตั้งแต่คราวก่อนๆ หาดกว้าง สงบ
เห็นทุกคนมีความสุข ก็สุขใจแล้ว
แอบเกริ่นๆ ว่า อากาศหนาวจะพาไป เหนือ อาจจะ เชียงราย เล็งๆเหลี่ยมไว้ละ
มาทะเล ก็ต้องกระโดด ไม่รู้ใครเป็นคนคิด
แล้วก็ ท่าต่อไป ลูกสอน เทียบกันดู ใครแจ่มกว่ากัน
26/10/2010 วันที่สี่ ปิดงาน
เช้ามา กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ เล่นน้ำ ส่งท้าย
เรามันพวกไม่กลัวน้ำอยู่แล้ว กล้องก็ต้องกันน้ำได้ 
ได้เห็นพ่อ แม่ ลูก หลาน สนุกกัน ก็พอใจแล้ว
แม้ว่าจะอยากให้เขาไปเที่ยวที่สวยงามกว่านี้ แต่ร่างกายไม่ไหว 
คิดซะว่า อยากไปลุยๆ ก็ต้องไปกับลูก ทีนี้ละ ถึงไหน ถึงกันละ

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

First Time : Pry



 First Time : Pry

How can it make me feel, Like a first time?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรู้สึกแรกรัก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
How can it make me feel, Like a first love?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรักครั้งแรก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
For a thousand time
แม้จะพยายามนับหมื่น นับพันครั้งก็ตาม

How can it make me feel, Like a first day?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า ดั่งวันแรกรัก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
How can it make me feel, Like a first love?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรักครั้งแรก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
For a thousand time
แม้จะพยายามนับหมื่น นับพันครั้งก็ตาม

I smile in the dark … With the rainbow from the moon
ฉันยิ้มท่ามกลางรัตติกาล ... ส่งยิ้มไปกับสายรุ้งแห่งจันทร์
Dance with the moonlight … that shine to your dream
เริงร่ากับแสงจันทร์ … ที่ส่องผ่านไปถึงห้วงฝันของเธอ
Like I falling in love, to the bird and the tree
ดั่งที่ฉันได้ตกหลุมรัก กับหมู่วิหกและเหล่าพืชพันธุ์
Why is it so hard ?
แต่ทำไมหนอ มันช่างยากลำบากเสียจริง
Back to the purity
ที่จะกลับไปหวนสู่รักบริสุทธิ์แบบนั้นอีก

How can it make me feel, Like a first time?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรู้สึกแรกรัก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
How can it make me feel, Like a first love?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรักครั้งแรก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

How can it make me feel, Like a first time?
เราจะรู้สึกรักกับใครได้ดีเล่า เท่าความรู้สึกแรกรัก
What can make me feel, Like I never felt this way before
มีอะไรอีกล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้อีก แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
For a thousand time……..
แม้จะพยายามนับหมื่น นับพันครั้งก็ตาม


แปลจากความรู้สึกแบบ เบิร๋ด เบิร์ด ... 555 ...

ใส่ไข่และแต่งเติม ด้วยความรู้สึกของตัวเองในวันนี้ โดยนึกหน้าบุคคลหนึ่งไปด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Bad Love - Eric Clapton

Songwriters : Clapton, Eric Patrick;Jones, Mick

Oh what a feeling I get when I'm with you

โอ้ … ในห้วงความรู้สึก ที่ฉันได้รับเมื่อได้เคียงข้างกับคุณในตอนนี้

You take my heart into everything you do

หัวใจของฉันได้ถูกคุณหล่อหลอมไปกับทุกสิ่งที่คุณได้ทำ

And it makes me sad for the lonely people

ความรู้สึกที่ทำให้ฉันเศร้า กับความโดดเดี่ยว

I walked that road for so long

กับเส้นทางที่เดินที่อ้างว้างมายาวนาน

Now I know that I'm one of the lucky people

บัดนี้ ฉันได้รู้แล้วว่า ฉันเป็นคนที่โชคดีเพียงใด

Your love is making me strong

จากความรักที่คุณได้ให้มา กำลังทำให้ฉันแข็งแกร่ง

I've had enough bad love

จบสิ้นกันเสียที่ กับความรักในอดีตที่ผิดหวัง

I need something I can be proud of

ฉันปรารถนาในบางสิ่งที่ฉันอบอุ่นใจ

I've had enough bad love

พอได้แล้ว สำหรับความรักที่ผิดหวัง

No more bad love

ไม่มีความรักที่เจ็บปวดอีกต่อไป นับจากวันนี้

And now I see that my life has been so blue

ถึงตอนนี้ ฉันได้รู้แล้วว่า ชีวิตที่ผ่านมานั้น มันเศร้าเพียงใด

With all the heartaches I had till I met you

รวมกับอดีตที่เจ็บปวดทั้งหลาย จนถึงวันนี้ วันที่ฉันได้เริ่มพบคุณ

But I'm glad to say now that's all behind me

แต่ในวันนี้ ฉันภูมิใจ ที่จะบอกว่า วันนี้ฉันได้อยู่ใกล้ๆคุณ

With you here by my side

ได้ยืนอยู่ข้างๆคุณ

And there's no more memories to remind me

ไม่มีความทรงจำอันโศกเศร้า ในสมองให้หวนระลึกถึงอีกแล้ว

Your love will keep me alive

ความรักของคุณ จะทำให้ฉันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

I've had enough bad love

จบสิ้นกันเสียที่ กับความรักในอดีตที่ผิดหวัง

I need something I can be proud of

ฉันปรารถนาในบางสิ่งที่ฉันอบอุ่นใจ

I've had enough bad love

พอได้แล้ว สำหรับความรักที่ผิดหวัง

No more bad love

ไม่มีความรักที่เจ็บปวดอีกต่อไป นับจากวันนี้ จะไม่มีอีกต่อไป

แปลจากความรู้สึกแบบ Clapton 

ใส่ไข่และแต่งเติม ด้วยความรู้สึกของตัวเองในวันนี้แบบหนักมือไปหน่อย

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

มันมาแล้วครับ..สายลวง จาก โจรหากินทางบัตรเครดิต

สดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง
มีสายโทรเข้ามาทาง มือถือ เรียกเข้า เป็น Unknown Number
" สวัสดีค่ะ เมื่อสักครู่นี้ ท่านมีการใช้บัตรเครดิต กสิกรไทยเป็นจำนวนเงิน 3600 บาท ค่ะ "
" กรุณากด 1 เพื่อ ติดต่อเจ้าหน้าที่ค่ะ "

ด้วยความที่พอได้อ่านเรื่องราวพวกนี้มาบ้าง เลยกดตัดสายไปซะ
แล้วก็ 02-888-8888 ฝากได้ทุกเรื่อง ซีครับ

กดเข้าไป แล้วกด 1 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ ( สาวสวยเสียงหวาน - อันนี้ ผมแถมให้เอง )
" เมื่อกี้ีนี้ มีสายเข้ามาหาผม บอกว่า ผมใช้จ่ายผ่านบัตร ช่วยเช็คให้หน่อยครับ "

สาวสวย เจ้าของเสียงใสๆ ยังไม่เช็คครับ

" คือ ถ้ามีสายที่ไม่แสดงเบอร์ หรือ เป็นเบอร์แปลกๆ ยาวๆ ให้ปฏิเสธ หรือ ตัดสายไปเลยค่ะ "
" หากเป็นทางธนาคาร ติดต่อแจ้งลูกค้า จะเป็นเบอร์ 02 หรือ SMS ไปนะคะ "

แล้วสาวสวยแห่ง K-Bank ก็ให้ข้อมูลรายการของผม ตามหน้าที่

หลังจากนั้น ผมก็เช็ครายการของผมตามปกติ

เรื่องก็มีเช่นนี้
โจรที่หากินโดยการหลอกคน ให้ไปกดเงิน หรือ ทำธุรกรรมทางการเงิน
มันใช้วิธี สุ่มเบอร์ไปเรื่อยๆ ส่วนข้อมูล จะมาจากไหน
ก็คงหลายช่องทาง สาธยายไป ก็ ยาวเหยียด
เอาเป็นว่า เจอแบบนี้ ก็วางสาย โลดเลยคร๊าป.....ท่านผู้ชม.....

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

บทเรียนที่สอนพ่อ - ตอน เงิน 82บาท

เย็นวันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2010
เราสองพ่อลูกเดินไปซื้อหนังสือ ร้่านแถวบ้านเหมือนเดิมๆ ในเย็นเสาร์ที่เราต้องไปกินข้าวพร้อมกันเป็นประจำทุกวันหยุดของเรา
ทุกครั้ง ต้องผ่านร้านหนังสือ
ทุกครั้ง พ่อ ลูก ต้องแวะ ร้านหนังสือ
และเกือบทุกครั้ง ที่ไม่ใครคนใด คนหนึ่ง ต้องได้อะไรกลับมา

วันนี้ ก็เหมือนทุกๆครั้ง ที่สักคน ต้องไม่ออกมามือเปล่า
ลูกชายวัย 11 ขวบ 3 เดือน 8 วัน เดินออกมา พร้อมหยิบเงินตัวเองออกมา
ส่งหนังสือให้แม่ค้า
ร้านนี้ เป็นร้านหนังสือ ที่ขายตามราคาปก และ ลด 10%


เพราะฉะนั้น ตัวเงินที่จ่ายจริงๆ อาจจะ ไม่เป็นหลัก 5 หรือ 10 บาท ตามราคาปกหนังสือส่วนใหญ่

77 บาท จ๊ะ แม่ค้าตอบอย่างฉับไว
เพราะ นี่คืออาชีพ ตัวเลขพวกนี้ อยู่ในหัวมาเป็นเวลาหลายปี

ถ้าเป็นผมเอง คงนั่งนึกในใจพักใหญ่เลย

หันไปมองลูกชาย กำลังหยิบเงินเพื่อนับ และจ่ายให้แม่ค้า

ผมหันไปแค่ชำเลืองมองผ่านๆ เพราะ สายตาก็กำลังกวาดตามองหนังสืออื่นๆ เผื่อมีอะำไรน่าสนใจ

พลันก็หันไปเห็นลูกชาย ยื่นเงินให้แม่ค้า 82 บาท
ผมพิมพ์ไม่ผิดครับ 82 บาท จริงๆ
ผมก็เลยหันไปถามแม่ค้า ว่า "หนังสือเท่าไรนะครับ"
"77 บาทจ๊ะ"
ลูกชายยังคงยื่นเงินให้แม่ค้าตามเดิม 82 บาท
แม่ค้ารับเงิน แบบงงๆ รวมถึงตัวผมด้วย ที่งงๆ ว่าลูกทำอะำไร หรือ ไม่ได้ยิน



ทั้งหมดเป็นธนบัตร 20 บาท 4 ใบ กับเหรียญ 2 บาท 1 เหรียญ
ผมแปลกใจลูกอย่างมาก พลันหันไปถามลูก "ทำไมให้ไปเกินล่ะลูก"
แม่ค้า ก็รอฟังอยู่เช่นกัน เพราะผมเห็นแม่ค้ายังกำเงินอยู่ ไม่ใส่ลงไปในกระป๋องเงินเหมือนที่เคยทำ
คำตอบสั้นๆ เรียบง่าย ที่ผมฟังแล้ว ก็ สะอึก

"ก็เขาจะได้ทอนมา 5 บาท เหรียญ 5 ไงครับ"
"ผมไม่อยากพกเหรียญเยอะ ในกระเป๋ากางเกง"

ถึงบางอ้อเลยครับ - (ทำไม่ต้องถึงบางอ้อวะ)
เออ! จริงด้วย ทำไมเราคิดไม่ถึง
แม่ค้า ส่งยิ้มหวานๆ ให้ ผม ( แต่คงส่งยิ้มให้ลูก แต่ผมขอเหมาไว้เอง ...555 )
ใช่ วิธีคิดแบบ โจทย์ปัญหาเชาว์
เราอาจจะโต หรือ คิดอะไร ที่ง่ายไป หรือ ไม่ได้คิดอะไรเลย ก็ได้

มีอีกหลายเรื่อง ที่เป็นเหมือนวิธีคิด ข้อคิด ที่เด็ก สอนผู้ใหญ่ ให้อึ้ง ตะลึง
เหมือนได้รู้ว่า มุมมองอีกหลายๆ มุม ที่เราไม่คิด เลยไม่เกิดการสร้างสรรค์
ให้หลักคิดแบบเด็ก นำทางบ้าง ก็เป็นสิ่งที่สมควร ในบางโอกาส
ผมคงต้องหันมา ใส่ใจกระบวนการคิดแบบเด็กๆ มากขึ้นแล้วละ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

ช่องเย็น : นัดกันแล้ว ใครไม่ได้ไป มีไปซ่อมตอนหน้าหนาวได้

ล่วงหน้า จากกำหนดนัดหมาย 18-19/09/2010
มีกำหนดการล่วงหน้า ราว 1-2 เดือนได้ ว่าชาวคณะจะไปช่องเย็น
ใครไม่ไปไม่ว่า แต่ผม ต้องไปครับ ก็ 31/12/2008
เพื่อนๆ นัดกันๆไป ผมดันมาป่วย ไปไม่ได้ซะนี่
( แต่ดีเหมือนกัน ไม่ชอบเที่ยวเทศกาลด้วย )

ถึงกำหนดเวลา ผมเดินทางกับลูกชาย ไปนัดเจอ เพื่อนโฮมอโลน และชาวคณะ ระหว่างทาง นครสวรรค์-คลองลาน

เพื่อน ท่านทองและ ชาวคณะ ลาป่วย

เพื่อน ทนาย ไม่ไป มันกลัวพามันไปพม่า

เพื่อน พี่ห้าว เสพสุราเกินขนาด เดินทางไม่ไหว (เดาเอา)

สุดท้าย เจอโฮมอโลน+น้องโก๊ะ แถวๆ ทางเข้าคลองลาน

ส่วนคนอื่นๆ รอยืนยัน หลัง 17.00 น. ...โอว.....

ชิงถ่ายรูปตัวเองกับลูกก่อน เพราะ ต่อไป จะไม่มีรูปให้ดูละ

ราวๆ เที่ยง ถึงบ้านเพื่อนควาย ที่คลองลาน เตรียมเสบียง
สุดท้าย ขึ้นช่องเย็น 4 คน [ ผม ลูก โฮมอโลน โก๊ะ ] ก่อนขึ้น แหมขู่กันจัง ว่าจะอ๊วก...เมารถ...
แล้วก็ ตัวคุ่น...บ่...ย่าน...ด๊อก.......ฮ่วย....

จัดทัพ ไปรถของโฮมอโลน คันเดียว เพราะมีที่นั่งพอ และที่สำคัญ ขับ 4 ล้อ พร้อมลงถนนอะไรก็ได้

( โฮมอโลน เริ่มยุให้ ผมซื้อ รถขับ 4 มาหลายเดือนละ..คันละ สามร้อยหรือไง แหม...ยุกูจัง )

ข้าวกล่อง ขนมขบเคี๊ยว หมากฝรั่ง สเปรย์กันแมลง และ เบียร์สิงห์ พร้อม ชาวคณะ จึงพร้อมเดินทาง

จากคลองลาน สู่ช่องเย็น แบบสบายๆ ไม่ทำเวลามาก แค่ 40 กว่า กม. เอง
ระหว่างเดินทาง ก็เป็นธรรมดาครับ ....แวะฉี่....
เส้นทางช่วงแรกๆ สบายๆ ครับ ถนนกว้าง ขับมาได้สักพัก ก็เจอด่านจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติครับ ผู้ใหญ่ 4 เด็ก 1 รถ 1 ทั้งหมด 170 บาท

เสร็จแล้วก็ไปต่อ ..
เส้นทางมาช่องเย็นนี่ เจอสะพานโค้งเยอะแฮะ.....ปกติ ตามเขา จะไม่ค่อยเห็น
 จากจุดแรก ไปอีก 9 กม. ต้องไปลงชื่อที่ ที่ทำการอุทยาน...สัญญาณโทรฯ เริ่มไม่มีแล้ว
แต่เจ้าหน้าที่ ชาร์จ บีบี อยู่...แลกพินกันไม๊น้อง.....
ผ่านจากอุทยานไป ก็ยังเป็นถนนขึ้นเขาไปเรื่อยๆ สบายๆ ไม่สาหัสอะไรมาก ( เทียบกับที่เคยไปมาน่ะ)


โฮมอโลน กะ โก๊ะ ชมวิว เต๊ะท่า เหมือนเป็นนายแบบเบียร์สิงห์

มาจอด (อย่างเป็นทางการ) ก็ตรงจุดชมวิว กิ่วกระทิง มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ( ป้ายเขาว่างั้นน่ะ)
แล้วก็มีป้ายบอก อีก 12 กม. ถึง ช่องเย็น.โอ๊ย...สบายๆ
นายแบบก็ยืนตั้งท่าถ่ายรูปกันไป
ตรงจุดชมวิวนี้ มีทางลงไปชมวิวด้านล่างด้วย.....ใครจะลงดีล่ะ....ไม่มี....งั้นไปต่อ

หน้าฝน ขึ้นเขา เลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอถนนที่ไหล่ทางเสียหายบ้าง
อ้อ...ลืมไป ว่า เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า มีรถบรรทุก ขนดินขึ้นไปทำทาง ให้ระวังด้วย เพราะเป็นช่วงที่ รถกำลังลงมา..........แล้ว ก็เจอจริงๆ น้าแกขับรถบรรทุกไหลลงมา เบรคเป็นทางยาวเชียว....
ดีที่เป็นจุดที่ถนนยังไม่แคบมาก ยังพอเลี่ยงกันได้แบบแคบๆ
 มาถึงที่จุดชมวิวอีกที่นึง ตรงนี้เรียกว่า ขุนน้ำเย็น จริงๆ เลยไปนิดนึง แต่ถอยกลับมา
ดีใจจริงๆ ที่ถอยกลับมา จุดนี้แหละเป็นจุดที่ รอบหน้่า เราจะมานอนกัน ...พร้อมไหม....?
บรรยากาศที่จุดชมวิว กับนายแบบตัวเริ่มโต

จุดนี้วิวสวยดี ยิ่งเป็นหน้าฝน มีสายหมอก กับ ลมฝน สลับกัน หลังคาก็มี แต่ไม่มีห้องน้ำ



แล้วก็ทางขึ้น ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ขับสอง คงมีลื่นแน่ๆ

จุดนี้ ถ่ายจากข้างบนลงมา มุมของภาพดูอาจจะไม่สูงมาก แต่เจอ Pajero ใหม่ ( มันคือ Triton น่านแหละ ) ไม่ขึ้นมาแฮะ จอดรอด้านล่าง
น่าเสียดายแทน มาแล้วไม่ได้เห็นจุดนี้

ปลายปี 2008 ที่ผมพลาด พวกเพื่อนก็ไม่ได้ขึ้นมาจุดนี้น่ะ


ป้ายด้านล่าง บอกให้พื้นที่กางเต๊นท์ แต่พวกเราเล็งกันไว้ รอบหน้า ข้างบนอย่างเดียว ที่เราต้องการ
ไปต่อ ให้ถึงช่องเย็น
ถนนเริ่มแึคบลง
แล้วตอนเทศกาล มันเดินทางกันยังไหว่า จะสวนกันที ยุ่งตาย....
ถนนเริ่มเปียก จากความชื้นในอากาศ และฝนที่ ลงมาเป็นระยะ
ดูความกว้างของถนนเอาละกัน นึกถึงตอนเทศกาลอีกและ ขับไปเครียดไปแหงๆ
ลิงเกาะรถ ห้อยหัวมาด้านนอก ( ห้อยจริงๆ ด้านซ้าย ไม่ใช่ฝั่งขวา )
เทียบกับ กาฝาก เกาะต้นไม้ สวยงามคนละแบบ ( ในสายตาพ่อนะ )
ลูกสนุกกับการเดินทางแบบนี้ เขาเรียกร้องอยาก Camping มา 2 อาทิตย์แล้ว
โดนใจเลย แบบนี้ เรื่องเมารถ ไม่ต้องกลัว เลือดพ่อ มาเต็มๆ
 มาถึง ช่องเย็น นั่งชมวิว กินข้าว
ถ่ายรูป นั่งโม้กัน จิบเบียร์ แล้วก็ให้ คุ่นกัดขาเล่น
สักพัก ฝนเริ่มมาแฮะ ไล่ที่ แต่เป็นฝนไม่หนาเม็ดมาก
เริ่มเจอรอยแล้ว โดนคุ่น เป็นจุดแดงๆ เราใช้วิธี คัดเลือดออกครับ ก็จะไม่คันและ
กลับลงมาที่ ขุนน้ำเย็นอีกครั้ง เพราะ ติดใจ และ ชอบเวลาฝนตก
ถนนเปียก ได้ลองเอารถขึ้น เผื่อติด หรือ ไหล จะได้อารมณ์อีกแบบ


 มาอยู่บนเขาตอนหน้าฝน ก็ได้บรรยากาศดีแบบนี้แหละ แถมคนน้อย

บนช่ิองเย็น มีอีกคณะเดียว ที่คิดว่า นอนพักบนนั้น

แล้วถ้าผมจะนอนจริงๆ ก็คงที่นี่ "ขุนน้ำเย็น"

แต่ว่า เพื่อนจองบ้านที่น้ำตกคลองลานไว้

เส้นทางลง กลับไปที่คลองลาน ถนนแบบนี้ ชอบจังเลย
เพื่อนจองบ้านที่น้ำตกคลองลานไว้ ต้องไปนอน แล้วไปดูภาพความหลัง เมื่อ 20 ปีก่อน ที่บ้านเพื่อน - แม่บอกว่า "หมูหน้าตาไม่เปลี่ยนเลย"


แปลว่า หน้าแก่แต่เด็ก หรือว่า หน้าไม่แก่เลยหว่า

บ้านที่พัก มีน้ำอุ่น ไม่มีแอร์ ( จะเอาแอร์ทำไม ในเมื่ออากาศ โึคตรดี )
หลับไปตอนไหนเนี่ย.....

ตื่นเช้ามา เดินสำรวจบ้าน อ๊ะ เจอหนังสือ
แหม...กำลังอยากเข้าห้องน้ำพอดี

ดีๆ ที่นี่ มีหนังสือ ความรู้เกี่ยวกับอุทยานฯ การเที่ยวในอุทยาน ความรู้เรื่องล่องแก่ง ฯลฯ




ชวนลูก กะ ลูกสาวเพื่อน (ซนใช้ได้) ไปเดินเล่นน้ำตกกัน
 
ทีแรกก็ไม่คิดว่า หน้าน้ำแบบนี้ น้ำจะใส
แต่ที่นี่ใส แล้วคงต้องเปลี่ยนความคิด(ผิดๆ) ที่ฝังใจว่า หน้าน้ำ น้ำจะขุ่นแดง

เดินตามทางน้ำ มีแต่พ่อคนเดียว ที่ลื่นตลอดเวลา
จน นาฬิกาหายไปจากข้อมือ ตอนไหนก็ไม่รู้...........เฮ๊อ.....

เดินมาเจอ ผีเสื้อ สวยดี ก็ถ่ายซะหน่อย


ก็ตอนถ่ายผีเสื้อนี่แหละ ถึงรู้
ว่า นาฬืกาหายไป

สายๆ หน่อย ก็กลับห้องพัก เดินโม้ไป หาไรกินไป
เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน

เพราะวันนี้ มี ศึกแดงเดือด


เที่ยง กลับมาถึงบ้านเพื่อนควาย นั่งโม้กันนิดหน่อย

แล้วกินข้าว เตรียมตัวกลับบ้าน

ดีใจ ที่ลูกดูท่าทางมีความสุข แม้จะเดินทางกัน สองคน พ่อลูก
แต่ก็สนุก ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ
แม้ตอนที่เดินทางมา ลูกจะถามเรื่อยๆ ว่า ลูกเพื่อนพ่อ มี ผู้ชายบ้างไหม เขาคงอยากมีเพื่อนเล่นด้วย



ก็เพื่อนพ่อนี่แหละ เล่นกับมันไปก็ได้ลูก - อันนี้ คิดในใจ

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

ก้มๆ เงยๆ กับ Tablet Android 7 นิ้ว จากจีน

พอดีได้ Tablet Android หรือ บางคนเรียก IPAD , EPAD , IPED ฯลฯ ผ่านทาง EBAY ต้นทางจากฮ่องกง (ก็จีนอีกน่านแหละ)


เปิดกล่องมา ไม่มีอะไรมาก เครื่อง 1 เครื่อง สายชาร์จ สายUSB เท่านั้น
อ้อ...คู่มืออีก 1 เล่ม ซึ่งไำม่มีประโยชน์อะไรมาก สำหรับผม

รูปร่างหน้าตาก็แบบนี้เลย สเปค ไม่ต้องบอกไรมาก ในนี้ ไม่ได้เอาไว้ขายนี่นา
เอาแค่รู้ว่า Ram มา 128 Mb. Storage 1 Gb มีกล้อง 3 แสนถ่ายภาพ 480 x 640 ด้านหน้าก็พอละ

เปิดเครื่องมาก็ลองเลยครับ ไม่มีภาษาไทยมา เอามาตั้งเวลา
ลองอะไรเบาๆก่อนตามประสา คนไม่คุ้นมือกัน......อิอิ

เล่นได้ 1 วัน พร้อมๆ กับหาโปรแกรมลงเพิ่มเติม + เกมส์ (ขาดไม่ได้นี่...ถ้าจะลองน่ะ)
ความรู้เกี่ยวกับไอ้เครื่องนี้ ไม่ได้หาอะไรมากมาย หาไป อ่านผ่านๆไป

ถึงเวลา ภาษาไทยละ จำเป็นนี่ เราคนไทย
หาโปรแกรมภาษาไทยมาลง (จริงๆ มันคือ คีย์บอร์ดไทย เท่านั้นเอง..ผมไม่รู้หรอก)

ลงมา อ้าว.. แป้นไทยละ สวยงาม ปรับสีได้
ลองพิมพ์ดู อ้าว เป็นสี่เหลี่ยมแฮะ

อ๊ะ.....อ๊ะ.... คิดแบบตื้นๆ
ไม่ศึกษาก่อน
ลุยอย่างเดียวเลยครับ
Copy Font จาก Windows มาใส่กันตรงๆ
ขอให้เป็น Font Thai เถอะ
เท่านั้นละครับ ได้เรื่องละ ท่านผู้ชม
ความซวยมาเยือนครับ หลัง Re-Start อีกครั้ง


เจ้า Tablet Android Re-Start ขึ้นมาพร้อมกับหน้าตาเจ้าหุ่นยนต์กระป๋อง


รอกันอยู่พักใหญ่
เจ้ากระป๋องก็ไม่ไป
...
..
.
เอ...5 นาที
10 นาที สงสัยไม่มาแล้วละ
เอาละซีตรู ได้ค้นคว้าหาความรู้ละ
หนอย...จะเรียนลัด....อิอิ

หารอมซีครับ อันไหนใช้ได้ ไม่ได้
โหลดมาเก็บตุนไว้

อ่านไปก็งงบ้าง รู้บ้าง

ข้อมุลในเน็ต บอกไว้ เอาข้อมุลใน Folder Script มาใส่ Memory แล้ว กดเปิดเครื่อง
เอ....ไม่เห็นมา ทำไงดีเนี่ย
ลองไปอีก 2 วัน แบบทำงานไปด้วย มีเวลา ก็แวะมาลองมันบ้าง

ปรากฏว่า ไม่ได้ผล เลย อ่าน + ค้นคว้า ค่อยๆ บรรจงอ่าน



สุดท้าย ไอ้การ "เอาข้อมุลใน Folder Script มาใส่ Memory แล้ว กดเปิดเครื่อง"
มันคือ การเอา ทั้ง Folder Script มาใส่ Memory แล้ว กดเปิดเครื่อง
เอา Folder มาด้วยนั่นเอง
ผมก็งม โดยเอา เฉพาะ Fileใน Folder มาวางใน Memory...แหม...จริงๆเลยเนี่ย
เรียบร้อยครับ เจอ Rom ที่เข้ากันได้ 3 ชุดที่  Boot ขึ้น
2 ใน 3 ใช้จอ Touch Screen ไม่ได้ เลือกที่เหลือมา 1
โอเค ผ่านฉลุย แต่....
 .
.
.
ไอ๊หยา.....จิ้มมุมซ้าย ไปโผล่มุมขวา
มันรับผลตรงข้ามกับจุดที่จิ้มครับ.....

เอาไงดีหว่า เอาวะ....
ปิด แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
โป๊ะ.....หายครับ มันกลับมาแล้ว แถมสัมผัส ที่รวดเร็วกว่าเดิม
เอาละ ต่อไป ลงภาษาไทย ตามขั้นตอนเลยครับ ไม่เรียนลัดแล้ว