ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

แคมป์ปิ้ง : เพื่อนพ่อ - เพื่อนลูก

"พ่อครับ วันหลังเราไปเที่ยวกัน ผมชวนเพื่อนได้ด้วยได้ไหมครับ"
"ผมอยากชวนเพื่อนไปเที่ยวเล่นด้วยกัน ไปปิ้ง-ย่าง อะไรกินกันน่ะครับ"
"แบบที่พ่อไปเที่ยวกับเพื่อนพ่อน่ะครับ"
ลูกชายผมถาม พร้อมสาธยายเหตุผลให้ฟัง



"ได้ซีลูก ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่ต้องถามพ่อแม่ของเพื่อนก่อนนะ ว่าเขาให้ไปไหม"
"เราเริ่มจากไปกันใกล้ๆก่อน ก็ได้ พ่อแม่เพื่อน จะได้ไม่ห่วงมาก"
"เอ....หรือปิดเทอม เราชวนเพื่อนผม ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันเลยไหมล่ะ"
ผมถามลูกชาย เพื่อเสนอแนวทาง
อ้อ....ผมมักจะเรียกลูกชายผม ว่า "ผม" หรือ "ดช.ผม" เสมอๆ

หลายๆครั้ง ที่ผมมักไปเที่ยวกับเพื่อนๆ โดยมีลูกชายไปด้วย
ก็พวกทริปคั่นเวลา ก็จะมีครอบครัวเพื่อนๆ ไปด้วยเสมอๆ
เด็กวัย ม.1 ก็อยากมีสังคมของเขา เป็นเรื่องที่ดีที่พ่อแม่ จะคอยกำกับอยู่แบบเว้นระยะให้กัน
เขาอยากจะคุยกับเพื่อน หยาบๆ บ้าง ก็ตามประสาเด็กผู้ชาย
เราเองก็เคยวัยขนาดนี้ เข้าใจลูกได้ไม่ยาก


ว่าแต่ว่า ปิดเทอมนี้ วางแพลนไว้ที่ อ่างเก็บน้ำเล็กๆ แถวอุทัยธานี (คงรอน้ำลดก่อน)
แล้วก็ Family Tour แถวชะอำ หัวหิน
ที่แรก ก็กางเต๊นท์นอนกัน - เพื่อนลูกคงจะไปได้
ที่หลัง คงหาที่พักดีๆ พักแบบสบายๆ

ใครจะไปมั่งล่ะ ?

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

หาดครึกครื้น : หาดสันโดษ

ในที่สุด เป้าหมายที่แหล่งของภูเก็ต ที่อยากจะไปตั้งแต่เดือนก่อนๆ ก็ได้ไปซะที
ที่นี่ : หาดไตรตรังค์ ที่ที่บางคนในภูเก็ตเรียก ไกลกัน , นายกรัง ฯลฯ
แต่ไม่มีสำเนียง โฮ๊ว....ลงท้ายแบบชาวภูเก็ต

เริ่มต้นจากจุดนี้ ที่ป่าตอง หาดคุ้นเคยทั้งชื่อ และสถานที่
เส้นทางในป่าตอง เปลี่ยนเป็นถนน One Way หลายสาย เพื่อความสะดวกในการจราจร
หากเดินทางมาสุดหาดป่าตอง ไปทาง กะตะ กะรน เลี้ยวขวาอีกที ก็จะเจอป้ายนี้
เดินทางสู่ หาดไตรตรังค์
สูดลมหายใจลึกๆ แล้วไปทางซ้าย เริ่มขึ้นเส้นทางที่เป็นภูเขา ไม่สูงมาก Scoopy-I พาไปได้สบายๆ


ไตรตรังค์ เป็นหาดสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยววุ่นวายมากมาย เหมือนป่าตอง
เป็นเหมือนโลกคนละด้านกันอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีผับ บาร์ นารี กระเทย เกย์ มีแต่หาด ที่พักขนาดเล็ก และๆไม่มี สองเรา ..... ฮิ๊ว....ว์...

ผมเริ่มจากการควบเจ้า Scoopy-I ไปสุดทาง
ถนนเริ่มแคบลง เส้นทางบางช่วงลาดชัน รถน้อยลงเรื่อยๆ
เมื่อสุดทาง ก็เป็นที่เอกชน ( ไม่รู้ ไทย หรือ ต่างชาติ มางาบไปแล้ว )
ค่าเข้าไปที่หาด 100 บาทครับ
อ่านชัดๆ อีกครั้ง 100 บาท
หาดอะไร ก็ไม่รู้ เหมาไปว่าไตรตังค์ทั้งหมดละกัน
ตัดสินใจ ชะเง้อดู หารถไฟเหาะ หาฝรั่ง No Bra แล้วมองว่ามีอะไรพิสดาร
เมื่อไม่มี ( No Bra ) ก็ไม่เข้าดีกว่า ว่าแล้วก็ขึ้นเนินกลับมาเส้นทางเดิม


มีอีกหลายหาดระหว่างทาง ที่น่าสนใจเข้าไปเดินชมทะเล
เพราะระหว่างทาง ก็ต้องเล็งๆไว้ ใช้มอเตอร์ไซค์ มันดีแบบนี้เอง
ซอยเล็ก ซอยน้อย เข้าไปเถอะ
ที่กล้าเข้า เพราะดู Google Map ไว้แล้ว ว่าจุดไหน เข้าไปได้ ไม่ได้


ขึ้นชื่อว่า เกาะ ไม่มีแค่เพียงทะเลหรอก ... ภูเขา ต้นไม้ใหญ่ รกครึ้ม ก็ยังมี
เพียงแต่ รอวัน แถวแผ้วทางไป ............. ก็เท่านั้น


นี่แหละครับ ไตรตรังค์ มุมมองจากข้างถนน สุดตา ก็ ป่าตอง
ที่นี่เป็นแนวหาดตื้นๆ มีโขดหินมากมาย ในบริเวณหาดที่ติดเขา




หาดทรายยังสะอาด น้ำทะเลยังใส





มีแต่หาดทราย เก้าอี้ชายหาด ว่างเปล่า นักท่องเที่ยวนอนอาบแดด ไม่กี่คน
เก้าอี้สองเรา ยังคงว่างเปล่า
ทรายที่นี่เม็ดละเอียด และขาวมาก



ชื่นชมกับหาดทราย น้ำทะเล ความสงบ แล้วก็เดินไปอีกด้านหนึ่งของหาดที่เป็นโขดหิน
เดินไปหาอีกอารมณ์หนึ่ง หาดเป็นของเราแล้วนี่นา .......


หินเยอะมาก ระหว่างเดิน ก็มีเสียงเหมือนเสียงของปูลมที่อยู่ในรู ส่งเสียงตลอดทาง
เสียงประมาณเสียงจั๊กจั่น ที่ส่งเสียงตลอดเวลา แต่รูปแบบเสียง ต่างกัน เท่านั้นเอง




ซากของปะการังแข็ง เต็มหาดหิน จนกลืนตัวเองไปกับก้อนหิน
บ่งบอกว่า พื้นที่แถวนี้ เคยอุดมสมบูรณ์
ซากพวกนี้ เริ่มต้นจากการฟอกสีตัวเองก่อน เพื่อเตือนคนท้องถิ่นว่า
"เพลาๆมือหน่อย ฉันจะแย่แล้วนะ"
เห็นได้จาก ที่ไปโดดน้ำ หลายๆเกาะรอบภูเก็ต จะเจอปะการังฟองขาวเยอะมาก
เริ่มฟอกจากปลายแขนขาของตัวเองก่อน แล้วค่อยๆลามมาถึงตัว





พื้นที่ที่จังหวัดนี้ เป็นเงินเป็นทองไปหมด พื้นที่ราบ พื้นที่เชิงเขา แม้กระทั่งบนเขา
ก็ถูกจับจองทำกินหมด เพื่อรองรับความเจริญ
อีก 10 ปี ข้างหน้า จะเป็นอย่างไร หนอ...
ลูกจะได้เห็นอย่างที่เราเห็นไหม ?




ย้อนกลับมาสู่ป่าตอง ยามค่ำคืน แสงไฟ เสียงเพลง ปลุกเร้าให้นักท่องเที่ยวไปชื่ืนชม
หลังจาก ชื่นชมกับธรรมชาติยามมีแสงแดดเสร็จ
ก็จงมาเต้นระบำกับแสงไฟ ต่อไปจนเช้าของวันใหม่

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ลองสี่ล้อที่บ่อดิน ลองสองล้อที่บ่อน้ำ

อาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2011 เวลาบ่ายๆ บรรยากาศกรุงเทพฯ ขมุกขมัว บางพื้นที่มีฝน
เรียกว่า ฝนตกมันกระจายทั่วไป วันซักผ้าแห่งชาติ ต้องทำให้วิตก กับชุดทำงาน ว่าจะแห้งทันไหม



เรื่องซัก ตาก ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ
บ่ายๆ หลังจากส่งแม่กลับต่างจังหวัด ส่งลูกกลับบ้าน
"อู๊ด เหงาว่ะ อาทิตย์นี้" ผมโทรฯถามเพื่อนอู๊ด
ในวันอาทิตย์ที่ตามปกติผมจะว่างก็ ค่ำๆ ก็เวลาพักผ่อนน่านแหละ
อาทิตย์นี้ กลับเหงา ยามบ่าย เพราะเหลือตัวคนเดียว
"บ่อดิน ไม๊" เสียงตอบกลับ หลังจากที่มันชวนผมมาหลายอาทิตย์
ซึ่งผมก็ปฏิเสธ ทุกครั้ง เพราะไม่ว่าง แต่วันนี้ได้จังหวะแล้ว

แวะซื้อเสบียง แล้วไปเจอบ้านเพื่อนอู๊ด
เดินทาง ! ฝนตกมาตลอดทาง แต่เราตกลงว่าจะมาแล้ว ไม่มีถอนตัว
มาถึง "บ่อดิน" ที่ที่ผมเคยมานานมากแล้ว แต่มากินอาหารที่เรือนแพ
วันนี้ เพิ่งรู้ว่า ถัดไป เป็นบ่อดิน ที่เขาพูดถึงกัน


เพื่อนอู๊ดขับเข้าตามทางที่มันเคยมา มีน้ำขังตามเส้นทางที่เข้ามา
ด้วยความที่สายตา ไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไร ก็ขับเข้าไปโดยไม่เห็นว่า มีไม้ขวางไว้
เหตุผลที่ไม้ขวางไว้ คงเพราะความปลอดภัย เพราะน้ำท่วมสูง
รถอาจจะไหลลงไปในอ่างเก็บน้ำได้ง่ายๆ



สุดท้ายต้องกลับรถ เดาสุ่ม โดยวิ่งไปอีกทาง ที่คาดว่า จะไปได้
ตามทางก็มีน้ำขัง แต่ไม่สูงมาก ทั้งเส้นทาง ไม่มีรถใครเข้ามาสักคัน
ไม่รู้ว่า จริงๆแล้ว มันปิด หรือ ว่าอะไรกันแน่
เพื่อนอู๊ดขับเข้ามา จนเจอฝูงวัวขวางทาง แล้วมองเห็นไม้ขวางอีกเช่นกัน
เรากลับรถออกมาด้วยความผิดหวัง ย้อนกลับออกมา
ระหว่างทาง เจอ CARABIEN 1 คัน ขับเข้าไป เลยทักทายกัน
เพื่อนอู๊ดกลับรถอีกครั้ง ขับตามกันไป ด้วยความที่ มองเห็นว่า คันนั้น มี Winch
ขับไปสักพักก็ต้องจอด ดู Line ว่าจะไปกันทางไหนดี


แล้วทั้ง 2 คัน ก็ลุยเข้าไปได้อีก นิดหน่อย
แล้วมองดูเส้นทางที่จะเชื่อมเส้นทางเข้าบ่อดินเส้นเดิมที่น้ำท่วม
ดูแล้ว ตกลงกันว่า ลงได้ แต่ขึ้นไม่ได้แน่ๆ
พวกเราเลยจอดรถ นั่งชมวิวกันแถวนั้น


นั่งชมวิว จิบเครื่องดื่มไปพลางๆ คุยกันไปเรื่องท่องเที่ยว เดินทาง กับมิตรใหม่
จนเวลาโพล้เพล้ ก็เดินทางกลับ
บนทางกลับ ต่างคนก็ต่างรถติดโคลน ต้องใช้ Winch ดึงกันไป ประคองไป
จนออกมาจากเส้นทางเลอะโคลนไปได้

โชคดีที่วันนี้ ไปซื้อรองเท้ามือสอง จากเส้นทางที่ไปส่งแม่ช่วงบ่าย
ราคา 140 บาท ต่อ คู่ กดมา 2 คู่ ซะ
วันนี้เลยได้ลอง รองเท้ากันอย่างสมใจ พังก็ไม่หวั่น
แต่รถเพื่อนอู๊ดดิ เลอะเทอะ เละเทะ เสียดาย TERRANO II ของผมไม่อยู่ ไม่งั้น ได้ลองกันสนุกแน่

13 กันยายน 2011 "หมู ปั่นไหม วันนี้" เสียง Gerrard โทรมา ชวนปั่นจักรยาน
"พร้อมครับ เพ่" ผมตอบอย่างไม่คิดอะไร เพราะ ปั่นทุกวันที่ฝนไม่ตก และไม่ติดงาน

ก็เส้นทางเดิม เข้าหนองปรือ แต่วันนี้ นึกครึ้ม เห็นน้ำท่วมทางที่ตัดเข้าไปด้านใน
"ลุยน้ำหน่อยไหม" ผมถามแบบกระสัน อยากลงน้ำ
"OK" Gerrard ตอบอย่างตรงใจผม


ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ จึงไม่อาจเปิดเผยใบหน้าของผู้ร่วมเดินทางได้
เส้นทางลงน้ำ เป็นเหมือนน้ำท่วมขังถนน ระยะทางหลายกิโลเมตร
ไม่ต้องกลัวหมาท้องถิ่นจะไล่ตาม เพราะอยู่ในน้ำตลอด
แรกๆ ผมก็กลัวรองเท้าจะเปียก แต่พอไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร
ลงหลุมไปสัก 2-3 หลุม ก็ เลิกสนใจกับการเปียกละ



เส้นทางที่ปั่น ทำความเร็วได้ไม่มาก ประมาณ 7-10 กม./ชม. เพราะ เดี๋ยวน้ำจะดีดใส่เสื้อเยอะ
ทั้งๆ ที่ใจอยากจะลองปั่นสู้แรงน้ำเหมือนกัน ... ฮี่...ฮี่...ฮี่...


หลังจากสนุกกันพอสมควรกับการลงน้ำ ได้เวลา ฟ้ามืด ก็กลับออกมา เพราะแถวนั้นไม่มีไฟฟ้า
แล้วทางแยกเยอะมาก มีแววหลงทางอยู่ในนั้น


นี่แหละ เส้นทางที่ปั่นลุยน้ำ พรุ่งนี้ คงไม่ได้ปั่น เพราะ รองเท้า เปียกชุ่มน้ำมาก สงสัยจะแห้งไม่ทัน


เปรียบเทียบ เจ้า 4 ล้อ กับ 2 ล้อ
แม้อารมณ์ จะต่่างกัน แต่ก็มันส์สมใจ