ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คน "มีองค์" กับ "ร่างทรง" ต่างกันอย่างไร? โดย : ประชาบดี Siamganesh.com

พอดีติดตามและสนใจ เรื่องเข้าทรง แล้วผ่านไปเห็นจาก Hindumeeting แล้วผ่านมาที่ Siamganesh น่าสนใจดี 
เลยขอคัดลอกบางส่วนมาบันทึกไว้ที่นี่ด้วย

คน "มีองค์" กับ "ร่างทรง" ต่างกันอย่างไร?
คนมีองค์ หมายความได้ถึง คนที่มี องค์พระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาคุ้มครอง หรือมีความเกี่ยวพันกับชีวิตมาตั้งแต่เกิด อาจจะเป็นพันธะสัญญาแต่ชาติปางก่อน หรือทำบุญกุศลมามาก ทำให้เกิดมาชาตินี้เป็นคนที่สามารถสื่อจิตไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนที่ไม่มีองค์มาแต่กำเนิด แต่อาศัยการฝึกฝนจิต นั่งสมาธิ สวดมนต์บูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนสามารถสื่อจิตถึงเทพเจ้าได้ เมื่อคนมีองค์แล้ว ไม่หมั่นฝึกจิต สวดมนต์ นั่งสมาธิ การรับรู้สื่อจิตไปถึงองค์ก็จะค่อยๆหายไป กลับมาเป็นคนที่ ไม่มีองค์ ไปในที่สุด...

ร่างทรง คือคนที่ตั้งตนเป็นใหญ่เหนือสามัญชนทั่วๆไป ด้วยการแสดงอิทธิฤทธิ์ เช่น อมควันธูป เดินลุยไฟ เหยียบหนาม เสกของ จัดสร้างวัตถุมงคลระดับต่ำ ทำนายทายทัก รักษาโรค ทำไสยศาสตร์ เล่นของดำ โดยส่วนใหญ่มักจะแอบอ้างพระนามของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ดูยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์

นอกจากเรื่องเข้าทรง ยังมีเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ภาพนิมิต เสียงแว่วๆ พูดภาษาแปลกๆ อะไรต่อมิอะไรมั่วไปหมด ทำให้ศาสนาเสื่อม การทำนายทายทักที่เห็นว่าพวกร่างทรงนั้นสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ก็เพียงแค่คาดเดา หรือไม่ก็หากแม่นจริงๆ ก็คือการเล่นวิชา ไสยศาสตร์ของเขมร (พวกนี้มีจริงๆครับ แต่ไม่ใช่แนวทางของศาสนาฮินดู) พวกที่นิมิตเห็นอดีตของเรา ทายเงินในกระเป๋าสตางค์ได้ถูกต้อง ทายชื่อแฟนเก่า ทายใจ ตอบได้ว่าสามี-ภรรยามีชู้อยู่ที่ไหน ตลอดจนการเสกของเข้าท้อง ฯลฯ พวกนี้มีอยู่จริง แต่เป็นวิชามาร (ทางเขมร หรือพม่า) คนโดนของจากพวกนี้จะถูกฉุดดึงให้ชีวิตตกต่ำ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น คนที่รู้ตัวและต้องการจะหลีกห่างจากร่างทรงพวกนี้ก็จะโดนไสยศาสตร์เช่นกัน ขอจงเข้าใจว่า วิชามารพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์และฮินดูทุกพระองค์

คนที่ถูกทักว่า มีองค์ อย่าเพิ่งไปหลงเชื่อหลงดีใจ เพราะคนมีองค์ไม่ใช่ว่ามีได้ง่ายๆ บุญกุศลไม่ถึงพอก็ไม่สามารถมีได้เลยตลอดชีวิตนี้ ถามตัวคุณเอง ก่อนว่าคุณได้ปฏิบัติศีล ปฏิบัติธรรม ทำบุญกุศลไว้มากมายเพียงพอที่จะ มีองค์ ได้แล้วหรือไม่ แม้แต่นักบวช พราหมณ์ พระสงฆ์ เกจิอาจารย์ ผู้ปฏิบัติธรรมแก่กล้ามีวิชา ก็มีอีกนับไม่ถ้วนที่ยัง "ไม่มีองค์" เลย!!!!

สรุป...คนมีองค์ ไม่จำเป็นต้องเป็น ร่างทรง...

ร่างทรง อาจจะ ไม่มี องค์ เลยก็ได้ (ผู้ที่เข้าข่ายหลอกลวง)
คนมีองค์ ไม่จำเป็นต้อง รับขันธ์ เพราะการรับขันธ์ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดูแม้แต่น้อย
ถ้ามีคนทักว่า มีองค์ ก็ให้เฉยๆไว้ อย่าหลงเชื่อ... คุณอาจจะมีองค์จริง หรือไม่มีองค์ ก็ไม่มีใครทราบ และไม่จำเป็นต้องทราบ...
อย่าไปเสียเงินค่าพิธีแม้แต่บาทเดียว เพราะถ้าเสียเงินครั้งแรกจากการรับขันธ์..คุณจะโดนของเขมรทันที...และต้อง เสียไปเรื่อยๆจนหมดตัวในที่สุด!!

ขอให้กลับไปสวดมนต์ภาวนาบูชาพระอย่างเดิม ไหว้พระก็ไหว้ที่บ้าน อยากไหว้นอกบ้านก็เข้าวัดหรือเทวสถานไปเลยจะดีกว่าครับ...


........................................................................................................................................................................

คุณอาจจะเคลิบเคลิ้ม เมื่อถูกร่างทรงทักว่าคุณมีองค์ของเทพองค์นั้นองค์นี้..
การได้ไปอยู่ในสถาน ที่ที่เป็นจุดอับ อัดแน่นไปด้วยควันธูป กลิ่นกำยาน กลิ่นดอกไม้ รอบข้างเต็มไปด้วยผู้คนพนมมือไหว้ มีเทวรูปของเทพเจ้ามากมาย เต็มไปด้วยเศียรของฤาษีพ่อแก่ หัวโขน กุมารทอง เจ้าพ่อเจ้าแม่ ฯลฯ 
บรรยากาศเหล่านี้จะก่อให้เกิดความกลัว ความกลัวก่อให้เกิดความศรัทธา และในบรรยากาศที่มีผู้ศรัทธาอยู่ด้วยกันมากๆ จะทำให้คุณเกิดอุปาทาน คล้อยตาม จิตประหวัดก่อให้เกิดอาการมือชา ตัวชา ตัวสั่น ปวดหัว เมื่อผู้คนรอบข้างคุณเริ่มมีอาการ คุณก็จะมีอาการ เมื่อคุณมีอาการ คนอื่นๆก็ก็คล้อยตามไปเรื่อย...อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ตัวร้อน ตัวสั่น ก็นึกไปว่าเทพประทับ ลุกขึ้นร่ายรำ ดันไปเรียกอาการนี้ว่า เจ้าเข้าทรงแล้ว...ก็มั่วกันไปทั้งตำหนัก!!

ยิ่งตำหนักนั้นๆเลี้ยงผีไว้ด้วย อาการต่างๆที่ว่ามานี่แหละก็เป็นช่องทางให้ผีมันเข้าสิงได้ เพราะผีมันชอบสิงคนจิตอ่อน ชอบแทรกเข้าร่างคนที่ไม่มีภูมิต้านทานในจิตใจ คนที่ถูกวิญญาณเข้าแทรกก็ดันคิดว่า อ้อ..กูนี่คือเทพนี่เอง!!!


ตามตำหนักทรง เราสามารถพบเห็นเรื่องทุเรศๆ ที่บิดเบือนไปจากศาสนาพุทธ-พราหมณ์ ได้มากมาย เช่น ร่างทรงพระพิฆเนศอ้วกแตกเพราะสูบบุหรี่ใบจากในขณะ ประทับทรง , 
พระแม่อุมาลงประทับลงร่างทรง ที่เป็นกะเทย ,  
พระวิษณุนารายณ์ต่อสู้กับนาง ตะเคียน ,  
พ่อแก่ฤาษีประทับทรง แล้วกระโดดกอดสีกา ,  
พระแม่ลักษมีดูดวงให้ลูกศิษย์ ,  
พระนารายณ์อวตารสูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro , 
พระพรหมลงมาใบ้หวย ให้เลขเด็ดแก่ลูกศิษย์ ,  
พระพุทธเจ้ามาลงประทับร่างคนหน้าเหมือนโจร ,  
พระศิวะคุยภาษาแขกกับเจ้าแม่ กวนอิม (อันนี้ฮาสุดๆ) ฯลฯ 
แล้วคุณทั้งหลายยังจะคิดว่าองค์เทพเจ้าต่างๆที่ลงมาประทับนั้น เป็นองค์จริงๆแน่หรือ??

ก็เพราะคำว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" นี่เองที่ทำให้ประเทศไทยเราไม่เจริญสักที หากพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูท่าจะเป็นการหลอกลวง เป็นการแหกตา ก็สมควร ลบหลู่ ให้รู้แล้วรู้รอดกันไป!! คนไทยกลัวกันเยอะครับ ประเทศชาิติเลยไม่เจริญสักทีทั้งทางโลกและทางธรรม...

การอัญเชิญทิพยสภาวะของเทพเจ้าลงมาสู่กายแห่งมนุษย์ หรือการประทับทรงนั้น หาใช่เรื่องที่ใครๆ จะทำกันได้ทั่วไป ผู้ที่สามารถอัญเชิญพลังบารมีแห่งองค์เทวะมาประทับหรือสื่อจิตไปถึงองค์เทวะ ได้นั้น จะต้องได้รับการฝึกจิต ปฏิบัติธรรม เพื่อชำระกาย ชำระใจของตนให้สะอาดเสียก่อน ขอได้โปรดเข้าใจและศึกษาอย่างถ่องแท้นะครับ / เขียนโดย - ประชาบดี Siamganesh.com

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ29 พฤศจิกายน 2554 12:28

    (มาเพื่อสร้างบุญ) เป็นข้อชี้แนะ..ที่ถูกต้อง..ทุกประการ..ขออนุโมทนาสาธุ

    ตอบลบ
  2. ตอนนี้ตัวเราอธิบายให้กับกลุ่มที่เป็นร่างทรงหลงผิดไปบ้างแล้วแต่อยากขอความกรุณาจะมีวิธีไหนให้คนพวกนี้ได้เข้าไปฟังและให้คุณชี้แนะได้บ้างไหมในการเจอและอธิบายอยากให้คุณรู้ว่าตรงนี้ยังมีอีกกลุ่มนึงที่พยายามอธิบายให้กับคนที่คิดว่ามีเทพหยุดการกระทำนั้นๆเพราะเราอยากให้เน้นการปฏิบัติมากกว่าและเข้าใจคุณมีการประชุมและอบรมกันไหมอยากให้คุณเผยแผ่มากกว่านี้คุณเปิดการประชุมไหมเราอยากให้มีการอธิบายมากๆตัวเราทำงานอธิบายก็มีบ้างที่เจอเสียงสวนกับมาเหมือนกันสาธุกับสิ่งที่คุณทำ ขอบคุณที่ให้เรารู้อย่างแท้จริง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สวัสดีครับ

      ก็ต้องบอกตรงๆว่า บทความใน Blog นำมาจาก www.hindumeeting.com ที่ผมเข้าไปศึกษา เรียนรู้
      แล้วก็ต้องบอกตรงๆ ว่าผมแสดงตัวเองเป็น Pagan คือ คนไร้ศาสนา

      แต่เป็นการไร้ศาสนาหลัก

      ที่ผมเรียนรู้ ศึกษาทุกศาสนา นำข้อดีมาใช้ ข้อเสีย ตัดออกไป
      การเป็น พุทธ คริสต์ อิสลาม ฯลฯ ผมไม่มีความสามารถที่จะเป็นคนในศาสนานั้นๆได้อยา่งแท้จริง
      เพราะยังติดในบาป และความเห็นที่ไม่รับกับข้อห้าม ข้อกำหนดบางข้อ ของแต่ละศาสนา

      เมื่อศึกษามาถึง ฮินดู ถึงได้เจอการต่อกร กับการแอบอ้างการแสดงตัวเป็นเทพฯ จากที่นี่

      การจะชี้แจงให้คนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพฯ
      สามารถทำได้ แ่ต่ต้องดูสถานการณ์ เพราะนั่นคือการต่อสู้กับความเชื่อ
      ที่อาจจะไม่ใช่แค่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพฯ แต่ต้องเจอกับ
      กำลังคนแวดล้อม
      ผู้คนที่ศรัทธาร่างนั้นๆ
      ความคิดแบบเดิมที่ ที่บอกว่า "ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่"
      ทิ้ง email ไว้อธิบายยาวๆ ดีกว่าครับ

      ลบ