ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travel แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ขายรถ ให้กลุ่มผู้รับซื้อรถยนต์ - ก็เต๊นท์นั่นแหละ

หลังจากหลายๆๆๆๆปีก่อน เขียนถึงการเตรียมตัวซื้อรถมือสอง จากโครงการรถคันแรก

เตรียมซื้อรถมือ 2 จากผู้ใช้สิทธิรถคันแรก

เวลาผ่านไป ความต้องการด้านยานพาหนะก็เปลี่ยนไปตามวัย และ เทคโนโลยี
คราวนี้อยากจะขายรถบ้างละ

รถคันนี้ เป็นรถที่ผมใช้งานอยู่ โดยซื้้อรถใหม่มา
รถคันที่ว่านี้เป็น NISSAN Juke 1.6 E ปี 2014 ออกมาราวๆ ก.พ. 2014
ช่วงที่รถออก จะมีรุ่นให้เลือกอยู่ 2 รุ่น
1.6 V ซึ่งเป็นตัว Top และ 1.6 E เรียกว่า รอง Top หรือ รุ่นต่ำ ก็แล้วแต่จะเรียกขานกัน

ส่วนที่ต่างกัน ภายนอกก็เป็นพวกสปอยเลอร์


1.6 V ก็จะมีหางหลัง 1.6 E จะไม่มีหางหลัง
แต่ของผม 1.6 E จะมีหางหลังที่ศูนย์ NISSAN ติดมาให้เสร็จสรรพ

ส่วนที่ต่างกันภายใน ก็ เบาะหนัง กับ สีแดง


โดยส่วนตัวไม่ชอบเลย ภายในสีแดงๆแบบนี้น่ะ เลยซื้อ 1.6 E มาใช้

ส่วนอื่นๆ ก็เหมือนกันหมด ทั้งเครื่องยนต์ เครื่องเสียง อุปกรณ์ความสะดวกต่างๆ

กลับเข้ามาเรื่องของการขายรถคันนี้ ให้กลุ่มผู้รับซื้อรถ เรียกง่ายๆ ว่า ขายให้เต๊นท์ นั่นแหละ
บางท่านอ่านแล้ว เกิดคำถามในใจ

"ทำไมไม่ขายให้คนที่ซื้อรถเพื่อใช้งานโดยตรงล่ะ ??"

ผมมี 2 เหตุผล ครับ ซึ่งได้ลงขายทาง Internet แล้ว และมีผู้สนใจมาดู และทดลองขับ
เหตุผลที่ได้รับมาก็มีดังนี้
"ชอบนะ แต่ว่า รถมันสูงไปหน่อย" - สงสัยรายนี้จะดูหลายรุ่น แบบรถเก๋ง แล้วมาเทียบกับ SUV
"ว๊า....ติดแก๊สมาแล้ว" - เวลาขายผมก็ลงรายละเอียดครบนะครับ
"คิดว่าเป็นรุ่นทอป" - อันนี้ ดูรูป อ่านรายละเอียดมา แต่พอผมบอกว่า ตอนออกรถมี 2 รุ่นนะ ตัวนี้ไม่ทอป ก็เลยตอบมาว่า อยากได้ตัวทอป !!

3 รายนี้ ได้ทดลองขับ
ซึ่งบอกตรงๆว่า ผมไม่ชอบให้คนมาขับรถผม แบบการทดลองขับเท่าไร - แต่เรื่องนี้ต้องทำใจ
อีกเหตุผล ก็คือ ผมต้องรีบใช้เงินในธุรกิจของผม - อันนี้ ทำใจอยู่แล้ว ว่าราคาโดนกดแน่ๆ

สุดท้ายเลยตัดสินใจขายให้เต๊นท์ดีกว่า รวดเร็ว ไม่จุกจิกให้บั่นทอนสมอง และอารมณ์

รถคันนี้ ไม่มีชน ไม่เคยจม หรือลุยน้ำ
ติดแก๊สมาแล้ว ตั้งแต่วิ่งมาราวๆ 5000 กม. แรก ระบบหัวฉีด จากร้านติดที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง
รถวิ่งมาแล้ว 72,XXX กม.

มีเต๊นท์มาดู 3 ราย ในวันเดียวกัน เวลาต่อเนื่องกัน
สรุปประเด็นสำคัญๆ ได้ดังนี้

1. ตอนเสนอราคาก่อนมาดูรถ ให้ราคา และรับราคาได้ ตามที่เปิดราคาไว้
2. ทั้ง 3 ราย ไม่ทดลองขับรถเลย ดูแต่ตะเข็บรถ ฟังการสตาร์ทเครื่อง
3. ทั้ง 3 ราย ถามว่า เข้าศูนย์ไหม ที่ระยะกี่ กม. - อันนี้ ท่านๆ เริ่มทราบแล้วใช่ไหม ??
4. ติดแก๊ส ลงเล่มไหม ?? - อันนี้ ท่านๆ น่าจะทราบชัดเจนขึ้นแล้วนะครับ
5. ถอดแก๊สออก ก็ขายอุปกรณ์ไม่ได้ ต้องถอดทิ้งอย่างเดียว

จากการพูดคุย ตกลง สรุปราคา จนเสร็จการเซ็นเอกสาร และจ่ายเงิน
สรุปอีกครั้ง สำหรับผู้ที่จะซื้อรถมือสองจากเต๊นท์

1-1. มาถึง ดูรถจริงๆ ก็จะกดราคาลงอีก 10 % แม้ตอนแรกจะบอกว่า สู้ราคาที่เรากำหนดได้ ถ้าไม่มีชนมา และสภาพตามรูปที่ส่งให้ - ถ้าจะขายให้เต๊นท์ ก็ต้องทำใจเรื่องนี้ให้ได้

2-1. เต๊นท์จะมีการ "ชง" รถอยู่แล้ว โดยจะมีช่างประจำ หรือ มือรับจ้าง ให้ปรับปรุงรถให้อยู่สภาพพอใช้งานได้ ในกรณีช่วงล่างรถ มีปัญหา

3-1. ท่านอาจจะได้รถที่กรอไมล์ - อันนี้ผู้ขายทำผิดกฎหมายนะครับ
การถามว่า เข้าศูนย์ที่ไหน ระยะกี่ กม. - รถผมเข้าศูนย์ครั้งสุดท้ายที่ 30,000 กม. ที่ NISSAN สาขา xxxxxx
ซึ่งทางเต๊นท์ ก็จะเช็คที่ศูนย์นั้นๆ แล้จะทำการกรอไมล์ ให้ดูเหมือนรถวิ่งมาน้อย
ตอนนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ .... รถคันนี้ อาจจะไมล์อยู่ที่ 3 หมื่นต้นๆ ก็ได้

4-1. เต๊นท์จะทำการถอดชุดแก๊สออก ปรับให้ดูเหมือนรถไม่เคยติดตั้งแก๊สมา
ถอดถังแก๊สออก ทำการอุดรู ที่ท้ายรถ ที่ตำแหน่งที่ถูกเจาะ
เปลี่ยนท่อไอดี กรณี รถรุ่นที่ต้องเจาะคอท่อไอดี
เพราะเล่มทะเบียน ไม่ได้จดติดตั้งแก๊ส

สำหรับผู้ที่จะดูรถมือ 2 แบบเครื่องเบนซิน ต้องก้มๆ มองใต้ท้องด้านหลัง
หากพบการอุดรู หรือ ร่องรอยการติดหรือเจาะเพื่อยึดท่อเติมแก๊ส ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามท่อไอเสีย
ก็ให้สันนิษฐานไว้ว่า อาจจะเคยติดแก๊สมา ให้มองช่องยางอะไหล่ หรือด้านในกระโปรงท้าย

5-1. อย่างน้อย ถังแก๊สก็ขายได้ครับ แบบขี้หมู ขี้หมา ก็ 2-3 พันละ

ทั้งหมด ทั้งมวล ไม่ได้หมายความว่า เต๊นท์รถทั้งหมดจะเป็นแบบนี้นะครับ
เต๊นท์คุณธรรม น่าจะยังคงมี แต่ก็เข้าใจว่า
ขึ้นอยู่กับรถแต่ละคันที่เขาได้มาด้วย ที่จะทำให้เขามีคุณธรรมจริงๆไหม

ใช่ไหมเพ่ !!


วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

รถเมล์ - กติกากับผู้คน

มีนาคม 2015

ช่วงนี้ ได้มีโอกาส ใช้รถขนส่งมวลชนบ่อยครั้งมากๆ
เลยได้มีโอกาสทบทวนความทรงจำ ความรู้สึก ที่เคยนั่งสมัยหนุ่มๆ ราว 20 กว่าปีที่แล้ว
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน - อันนี้ในเพลงของอัสนีย์-วสันต์ โชติกุล
สำหรับรถเมล์ และผู้คน เวลาเปลี่ยน พฤติกรรมคนเปลี่ยน


- โทรศัพท์ หรือ อุปกรณ์สื่อสาร
20 กว่าปีที่แล้ว ยุคที่ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารอะไรมากมาย
การที่คนจะมีโทรศัพท์มือถือสักเครื่อง นั่นคือผู้มีอันจะกิน เพราะราคาในยุคนั้น ก็ราวๆ 1 แสนนู่นเลย

ก็เลยมีการเปรียบเปรยกันว่า คนที่นั่งรถเมล์ในยุคนั้น คงไม่มีใครใช้โทรศัพท์มือถือกันหรอก
ใครเอามาใช้ คงดูประดัก ประเดิด น่าดู


แต่พอราคาเริ่มลดลง จนยุคนี้ โทรศัพท์มือถือ เป็นเรื่องที่ทุกคน แทบทุกวัย จะหาซื้อมาใช้งานกันได้
ดังนั้น จึงสามารถเจอผู้คน Online และ Update Status กันได้อย่างเป็นปกติ
ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า (มาหานะเธอ) รถเมล์ หรือ เรือเมล์

------------------------------------------------


- เบาะนั่งแถวสุดท้าย รถปรับอากาศ
รถเมล์ปรับอากาศ หรือ ที่เราเรียกกันสั้นๆว่า ปอ. 
แม้จะมีช่วงหนึ่งที่มีรถ ปอ.พ. ราคา 20 บาทตลอดสาย แต่ตอนนี้ ปอ.พ. ได้จากพวกเราไปเสียแล้ว

ไอ้เจ้าเบาะนั่งรถ ปอ. ในสมัยก่อน (ตามรูปด้านบน) ระดับของเบาะที่นั่ง จะเสมอกันกับเบาะนั่งแถวอื่นๆ
เวลาที่รถเมล์วิ่งไป ตำแหน่งคนนั่งตรงจุดนั้น ก็จะอยู๋ในระดับที่ไม่น่าตื่นเต้นจนเกินไป
แต่ สมัยนี้ เรามีรถปอ. รุ่นใหม่ สีเหลืองสดใส


เจ้ารถ ปอ.เหลืองนี้ พิเศษตรงที่ มีประตูหน้า และ กลาง ให้ผู้โดยสารขึ้นลงได้อย่างสะดวก
แถมประตูก็ 2 บานพับ กว้างพอที่จะลงได้ 2 คน พร้อมๆกัน
แล้วเจ้าเบาะนั่งแถวสุดท้ายของมันล่ะ ??


มันเป็นดินแดนลึกลับ ที่ไม่ค่อยมีผู้คนอยากจะเข้าไปสักเท่าไรนัก
เพราะเบาะแถวสุดท้ายนั้น อยู่ระดับที่สูงกว่าที่นั่งอื่นๆ
เบาะแถวนั้น จะมี 4 ที่นั่ง แต่ 2 ที่นั่งกลางนั้น ไม่มีจุดให้จับหรือ ยึดเพื่อประคองร่าง
ขณะที่รถเคลื่อนตัว หรือ เลี้ยว หรือ ขึ้นเนิน หรือ คอสะพานนั้น สุดจะบรรยาย 

------------------------------------------------


- รถเมล์ร้อน ประตูกลาง และคนเดินช้าๆๆๆ
รถเมล์ที่จะพูดถึง ก็คือรถเมล์ครีม-แดง ที่มีประตู 2 บายอยู่ตรงกลางรถนั่นเอง
เรียกว่า แทบจะทุกครั้งที่ได้ขึ้นรถครีม-แดงนี้ ก็มักจะเจอผู้โดยสารประเภทที่ ....


เดินขึ้นมาแล้ว ก็ หันซ้าย-หันขวา มองหน้า-มองหลัง เพื่อเลือกตำแหน่งที่ตนเองจะนั่ง
โดยที่ไม่ได้หันไปมองว่า ผู้โดยสารท่านอื่นๆ ก็รอที่จะขึ้น และเข้ามาในรถ
....
...
..
ขอความกรุณาเถอะครับ !! ขึ้นแล้ว รีบเข้าข้างใน
นั่งไหนก็ได้ อย่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวการที่ทำให้คนติด และ รถติด
..
.
คุณล่ะ เคยเจอผู้โดยสารประเภทนี้ไหม ??

------------------------------------------------


- ยืนรอรถเมล์ บนถนน....บนถนนน่ะ ไม่ใช่ทางเท้า !!
ไม่กล้าถ่ายรูป และเอารูปจากเมืองไทยมา กลัวเดี๋ยวจะว่าประจานกัน
เกือบๆ เดือนที่ได้นั่งรถเมล์ ได้เจอ 3-4 ราย ที่มักจะยืนรอรถเมล์บนถนน
ทั้งๆ ที่ ไม่มีรถเมล์ ที่กำลังจะวิ่งเข้าป้าย แต่อย่าลืมว่า มีรถตู้ รถมอเตอร์ไซค์ และอื่นๆ
ที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาเฉี่ยวชนผู้ที่ยืนบนถนน

รอที่ทางเท้าเถอะครับ รถเมล์มา จอดให้เกือบสนิท ค่อยลงไปที่บนถนน
ท่านจะปลอดภัย มอเตอร์ไซค์ รถตู้ ก็ไม่เดือดร้อน

------------------------------------------------


- รางจักรยานบนสะพานลอยคนข้าม
สารภาพตามตรงว่า ผมไม่ค่อยได้ดูทีวี ข่าวสารก็ไม่ค่อยได้ติดตามอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
ก็ตั้งแต่ ระบบการเมืองปวนแปร แบ่งแยก เลยไม่กล้าเสพสื่อ สะเปะสะปะ
..
เดินข้ามสะพานลอยคนข้ามมา ก็เจอรางเหล็ก ที่อยู่ด้านข้าง 2 ด้านของทางขึ้น
มันคืออะไร ???
..
ผมเดินไปถามเจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้ดูแลรถเมล์ยามเช้า แกให้คำตอบผมว่า
"อ่อ...เป็นทางสำหรับให้เข็นจักรยานขึ้นสะพานลอย เพื่อข้ามฝั่ง"
โอว....เพิ่งเข้าใจ และนึกภาพออก เพราะเป็นพวกที่ชอบปั่นจักรยานอยู่แล้ว
..
มีรางจักรยานให้ใช้ ไม่อย่างนั้น อาจจะเป็นอย่างพี่ๆ ในภาพด้านล่าง


ก็มีข้อสงสัยนิดเดียว ด้วยความที่ไม่เคยใช้ และไม่เคยเห็นคนใช้เจ้ารางจักรยานที่ว่านี้
* แฮนด์รถ มันไม่ติดราวสะพานลอยหรือ ??
** รถพับคันเล็กๆ แฮนด์จะติดไหมหนอ หรือ มันเบากว่า ไม่ต้องใช้รางแบกขึ้นได้เลย ??

------------------------------------------------

ขอขอบคุณ และขออนุญาต เจ้าของภาพ , นายแบบในภาพ และ ระบบขนส่งมวลชน ที่เป็นที่พึ่งของผู้คนทุกชนชั้น

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ร่วมทางกันอีกครั้ง ประจำ(ปลาย)ปี 2014 - ภูหัวฮ่อม

ทริปประจำปี ปลายปีที่แล้ว ผมคุยกับพี่ทนายไว้ว่า จะขอให้พี่ทนายคิดและกำหนดว่า (ปลาย)ปี 2014 นี้ จะไปไหน อย่างไร วันไหน

แต่สุดท้าย ก็อดรนทนไม่ไหว ต้องกำหนดการแบบคร่าวๆเอง (จากการสำรวจความคิดเพื่อนๆร่วมด้วย)
ได้แพลนว่า (ปลาย)ปี 2014 นี้ เราจะไป อช.ภูสวนทราย และ ภูหัวฮ่อม จ.เลย กัน

กำหนดการวางไว้ที่ 5-7 ธันวาคม 2014 ซึ่งเป็นหยุดเทศกาล แต่ปลายทางของเราไม่ใช่ที่ยอดนิยมเท่าไร
ก็คงจะไม่หนาแน่นสักเท่าไร

เริ่มเดินทางโดย
สาย กทม.-1 ผมมานอนที่บ้านไพศาลีก่อน ในวันที่ 4 เพราะนัดแนะครัวพี่พงษ์ และครัวพี่แบด (เพื่อนผู้เป็นสมาชิกใหม่ของทริป) ที่เส้นทางสาย 12 ช่วง อ.วังทอง พิษณุโลก

สายนครสวรรค์ ครัวพี่พงษ์ ครัวพี่แบด นัดกันเอง แล้วมาเจอจุดนัดที่ อ.วังทอง

สาย กทม.-2 ล้อโต และครัวพี่ห้าว (ผู้มีสมาชิกใหม่อีก 1 คน) จะออกจาก กทม.แล้วมาเจอกันแถวๆ อ.ด่านซ้าย จ.เลย

สายลำลูกกา (ไม่กล้าเอ่ยนามเขา) - ติดภารกิจ ฟิชโช่ มาแจมไม่ได้

วันที่ 5 ธันวาคม 2014

2 สายนี้ มีรถ 3 คัน Ford Ranger , Honda City , Toyata Yaris มาครบเวลา 11.00 น.  ( ผมเองที่มาช้ากว่ากำหนดที่นัดเพื่อนๆ )

วิ่งตามเส้นทาง อ.นครไทย พิษณุโลก เข้า อ.ด่านซ้าย จ.เลย เส้นทางเป็นถนนราดยาด บนแนวภูเขาที่ไม่สูงชันมากมาย
3 คันนี้มาจอดกินข้าว ซื้อเสบียงตุนที่ อ.นาแห้ว จ.เลย
หลังจากเช็คสถานะของล้อโต จึงสรุปกันใหม่ว่า เรา 3 คัน จะขึ้นไปภูหัวฮ่อมก่อน เพื่อดูและเตรียมพื้นที่ ด้วยความกังวลว่าคนจะเยอะมากจนแออัด

เมื่อมาถึง ผู้คนไม่แออัดมากอย่างที่กังวล


นายแบบตัวน้อย กับป้ายสถานที่ ที่มาแบบโดดเดี่ยว เพื่อนๆวัยไล่เลี่ยกันไม่มาเลย

หลังจากกางเต๊นท์กันเสร็จสรรพ ล้อมวง ฝ่ายอาหาร ฝ่ายเครื่องดื่ม ฝ่ายจินตนาการ ก็บรรเลงหน้าที่ตัวเองอย่างพร้อมเพรียง
อันนี้ ฝั่งตะวันตก ฝั่งซ้ายมือ จะเป็นจุดชมวิว และ ถ่ายภาพ
และแน่นอน...จุดขาย ย่อมมีผู้คนไปถ่ายรูปกันมากมาย พอแทรกๆตัวไปได้ ไม่รบกวนแนวภาพของคนอื่นๆ ก็พอละ

จุดที่เรากางเต๊นท์เป็นจุดฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น ประกอบกับต่างคนต่างทำหน้าที่ทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม แล้วก็ห่วงสนทนากันตามประสาเพื่อนๆ

จวนจนราว 16.00 สายล้อโต โทรมาบอกว่าถึงแล้ว แต่ปรากฎว่า สายนั้น ไปที่ภูสวนทราย เลยต้องวนกลับมาในจุดที่เรากางเต๊นท์กัน - เพื่อนๆเริ่มหิวแล้ว เพราะพ่อครัว พร้อมของกินแสนอร่อยอยู่ในรถล้อโต

ฟ้าเริ่มมืดลง และแล้ว .... พวกเขาก็มาครับ !!

Big (Dick) Bike 2-3 คันก็ขับแหกเข้ามาในพื้นที่กางเต๊นท์
ไม่ทราบว่า ไม่มีมารยาทอยู่ในตัวอยู่แล้ว หรือ ลืมตัว หรือ เห็นแก่ตัว หรือ ฯลฯ
ขับมาคงจะหาที่กางเต๊นท์ ผมได้แต่ครางว่า ...เฮ๊ย...เฮ๊ย...
ซึ่งพี่แก ก็คงไม่ได้ยิน เพราะรถแกเสียงดังเหลือเกิน
เอ่อ....ทำใจครับ มารยาทดีก็มี มารยาททราม ก็หลาย.....

----

วันที่ 6 ธันวาคม 2014
เราต่างตื่นกันแต่เช้า หาอะไรกิน นั่งนิ่งๆ สงบจิต หยุดเรื่องเครียดๆ เพื่อเสพความสงบให้เต็มที่


แม้จะมีผู้คนจากฝั่งพระอาทิตย์ตกมาเดินชมวิวฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น ก็เพลินตา เพลินใจดี
และที่นี่ ไม่มีนักท่องเที่ยวแนวลบ มารบกวนใจ

เพื่อนๆหลายคนทยอยไปเข้าห้องน้ำ และแน่นอนว่า คนเยอะ น้ำย่อมไม่พอ ทำให้น้ำบางช่วงเป็นสีขุ่น นั่นก็เป็นเหตุผลเล็กๆ ที่ผมเอามาอ้าง ในการไม่อาบน้ำในเช้านั้น

อากาศไม่หนาวอย่างที่ต้องการ หมอกไม่จัด แต่ก็เย็นๆพอจะใส่เสื้อแขนยาวสักตัว
เราต่างรอลุ้นว่า เมื่อแสงแดดเริ่มมา จะทำให้หมอกเริ่มก่อตัวขึ้นบ้าง


แต่.....ก็มีแค่บางๆ ให้พอรู้ว่ามีบ้าง ... ก็ยังดี เหมือนเพื่อนๆด้านล่าง
บ้างอยู่ใกล้ อยู่ไกล แต่ก็พยายามมาเจอกัน แบบบรรยากาศพักผ่อน

พอสายๆ เราเริ่มเดินทางออกจากภูหัวฮ่อม เป้าหมายต่อไป คือ ผาตัด เพชรบูรณ์ ที่ไม่รู้รายละเอียดมาก
รู้แต่ว่า ไม่มีห้องน้ำ แล้วก็อยากไป แล้วก็คิดว่า คนน้อย ไม่แออัด

ณ.จุดๆนี้ .... พวกเราเริ่มกล่อม Yaris ให้ไปแจมด้วยกัน โดยหาที่จอดรถ City และ Yaris ไว้ที่ บ้านเข็กน้อย
โดยแลกกับการจอดรถข้างทาง เพื่อให้ Yaris ถ่ายรูป....OK ขอโทษเพื่อนร่วมทางนะครับ
ขอเอาใจเพื่อน ด้วยการขีดขวางทางเล็กๆ สัก 5 นาที (รถไม่มาก จึงหน้าด้าน..ขอจอดรถสักครู่)

ออกจาก นาแห้ว เข้าด่านซ้าย แวะกินข้าวร้าน กิ๊ฟก๊าฟ ตรงสามแยก
เดินไปมาเห็นรูปพบว่า ร้านนี้ ทำอาหารถวายพระเทพฯ หลายครั้งมาก เจ้าของร้านก็มายืนคุยกับเราอย่างภาคภูมิใจ ที่ได้ใกล้ชิดพระเทพฯ


หลังจากนั้น ก็มาตามเส้นทางเดิม เข้ามาบรรจบถนนสาย 12 ซึ่งกำลังทำทางอยู่เป็นระยะ
พวกเรามุ่งหน้าสู่ จ.เพชรบูรณ์ แต่เลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านเข็กน้อย เพื่อค้นหาทางไป "ผาตัด"

City และ Yaris จอดที่หน่วยงานทหารในเข็กน้อย ถ่ายสัมภาระใส่ ล้อโต และ Ranger
ไปหา "ผาตัด" เอาข้างหน้า
"ผาตัด" เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแนว 4 Wheel Drive นิยมมากัน โดยเฉพาะหน้าฝน เนื่องจากถนน และทัศนียภาพ ดึงดูใจ แต่ก็แลกกับความเสียหายของถนน

อบต. บอกพวกเราว่า ตอนนี้ รถขับ 2 อย่าง Ranger ไม่ควรเข้าไป เพราะยังไม่ได้ใช้รถเกลี่ยทำทาง ให้เสมอกัน ถนนยังเป็นดินร่องลึก จากการถูกตะกุยด้วยล้อรถ และกำลังรถยนต์
แม้จะไม่มีฝน ก็ยังไม่สมควรเข้าไป
พวกเราเลยเปลี่ยนแผน ไปที่ผาตั้วเพ้ง ที่อยู่ในเส้นทางแนวเดียวกัน
ก็ที่จุดที่เป็นหน้าผาลิบๆตานั่นแหละ


แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จึงทำให้เราจอดรถ สำรวจวิวรอบๆ และเดินทางย้อนกลับไปนิดหน่อย เพื่อกางเต๊นท์นอนในจุดทีี่ ทุกคนสบายใจ ดีกว่า ที่นี่ครับ
แต่จุดนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ทางราชการอยู่แล้ว พวกเราจึงบอกชาวบ้านตรงนั้น ซึ่งก็คิดว่าเป็นพลเรือน ที่ช่วยดูแลแทน แล้วก็จัดเตรียมพื้นที่กัน และแน่นอน....ไม่มีห้องน้ำ
นอกจากห้องน้ำชาวบ้าน ซึ่ง....เหนือคำบรรยาย จริงๆ
อากาศมีเมฆฝนมาบ้าง ทำให้ลุ้นกันว่าฝนจะ ตก - ไม่ตก
และแล้ว...ฝนก็มา แต่ไม่หนักมาก แค่ทักทาย คงยังเกรงใจว่า
นี่มันเดือนธันวาคม นี่มันฤดูหนาว
เมื่อฝนจากไป ท้องฟ้าสดใส ก็ตามมา ... แหม ... ยังกับเพลง
พวกเราเก็บของหลบฝนกันเล็กน้อย ให้เกียรติสายฝน
เป็นการตอบแทนที่สายฝนนั้น ให้เกียรติฤดูหนาว เช่นกัน....
เราต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน - เหมือนจะเพ้อแฮะ
ค่ำคืนแบบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีห้องน้ำ ผ่านไปแบบสงบเสงี่ยม
มีเพียง พี่ห้าว ที่ตื่นตี 3 เพื่อมาต้มข้าวต้มให้เพื่อนๆ โดยแกคิดว่า ใกล้เช้า
โดยฟังสัญญาณนาฬิกา จากชาวม้ง

"กูได้ยินเสียงชาวบ้านคุยกัน มันกลับจากหากบ ก็เลยคิดว่าเช้าแล้ว"
ข้าวต้มเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 2014 อาจจะอืดไปนิดหน่อย แต่ก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ก็เป็นผม เจ้าเดิมที่ตื่นเช้าๆ มาเดินสำรวจรอบๆบริเวณ
ต่างกันตรงที่เช้านี้ มีแต่พวกเราในพื้นที่แถวนั้น แสงที่เห็นเป็นพระจันทร์ที่สาดแสงนำทาง
ผมมักจะเลือกทริปประจำปี ให้ใกล้เคียงพระจันทร์ที่กำลังสุกสว่าง
ด้วยเหตุผลส่วนตัว  คือ น้ำทะเล จะใสในช่วงนั้น - เหตุผลดื้อๆ ที่ไม่เหมือนเหตุผล
จริงๆแล้ว แค่เห็นแล้ว มันสงบดี
เดินขึ้นไปถึงถังน้ำขนาดใหญ่ของหมู่บ้าน

เดินขึ้นไปถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ไม่ไกล แต่ชันเหลือเกิน

มองไปรอบๆ เป็นเขาหัวโล้นสักประมาณ 50% ของพื้นที่
การบุกรุกทำลาย ยังถือว่า น้อยเมื่อเทียบกับภูเขาที่ จ.น่าน
แต่หากเทียบกับสิ่งที่ควรจะเป็น บนภูเขาควรมีต้นไม้ ไม่ใช่หรือ ??
แง่มุมที่ได้ และจะต้องเก็บไปคิดประจำทริปนี้ คือ
"พวกเราก็อายุมากขึ้น เงินทองก็พอมี ทำไมเราไม่เที่ยวให้สะดวกกว่านี้ ??"
หากจะสะดวกสบาย พักที่พักดีๆหน่อย จะเป็นทริปคั่นเวลา ที่สามารถเกิดได้ตลอดปี


แต่แง่มุมนี้ ก็รับมาคิด แล้วเราก็เกริ่นๆ โยนก้อนหินถามทางไปว่า
"ปีหน้า...อาจจะไปกางเต๊นท์นอนในรีสอร์ท ที่อยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี"
น่าจะพักกันแบบสบายๆ ในบรรยากาศแคมป์ปิ้ง อาจจะแถมด้วยอาบน้ำแร่ที่หนองหญ้าปล้อง
เผื่อว่า ปีหน้า จะมีสมาชิกหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก ... แล้วเจอกันครับ เพื่อนๆ 60

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หัวเทียน ???



หน้าที่ของหัวเทียน
หน้าที่ของหัวเทียน คือ ส่งประกายไฟฟ้าแรงสูง ระหว่างขั้วอิเลคโทรดและประกายไฟฟ้า เกิดจากขดลวดไฟฟ้า เรียกกันว่า คอล์ยจุดระเบิดหรือแมคนิโต
ประกายไฟฟ้าแรงสูง จะช่วยจุดเชื้อเพลิงที่ถูกอัดฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้  ให้เกิดระเบิดขึ้นในกระบอกสูบ  เชื้อเพลิงผสมนั้น จะถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นเพื่อไอเสียที่ปล่อยออกมานั้น จะได้สะอาด และเครื่องยนต์จะได้ทำงานอย่างเต็มที่  โดยที่ผลงานคุ้มค่ากับเชื้อเพลิงที่เสียไป
หัวเทียนนั้นลักษณะการทำงานจะคล้ายกับ ไฟเช๊คจุดบุหรี่  แต่จะต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว  คือในช่วงที่เชื้อเพลิงผสมเกิดระเบิดขึ้นอุณหภูมิจะสูงขึ้น และหลังจากที่ระเบิดขึ้นแล้ว  ส่วนผสมที่ฉีดเข้าไปใหม่นั้น จะทำให้อุณหภูมิที่หัวเทียนก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

โครงสร้างของหัวเทียน 
-  ฉนวน(INSULATOR) ฉนวนนี้ทำมาจากอะลูมิเนียม ผสมกับกระเบื้องเซรามิค ตัวกระเบื้องเซรามิคนี้  จะมีความแข็งเป็นที่สองรองจาก เพชร และมีผลึกเช่นเดียวกับทับทิมหรือนิล
- ขั้วแกนกลาง(COPPER CORE) ขั้วแกนกลางของหัวเทียน นี้ใช้ทองแดงออกแบบมาเพื่อสามารถระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว และเป็นสื่อไฟฟ้าอย่างที่ดี
- โลหะที่เป็นเปลือกหุ้มติดกับฉนวน  เพื่อให้มั่นใจว่า รอยต่อ ระหว่างส่วนประกอบนั้น ปิดกระชับแน่น และยังมีแป้งฝุ่นชนิดพิเศษอัดเข้าด้วยกันอีก  แป้งฝุ่นที่อัดเข้าไปนี้ จะทำให้หัวเทียนทำงานอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ  ทั้ง ๆ ที่ถูกความกดดันสูงและอยู่ในที่ ที่มีอุณหภูมิสูงอีกด้วย

Source : SIAM NGK      

ลักษณะของหัวเทียนสามารถบอกถึงลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ และหัวเทียน ลักษณะของขั้วหัวเทียน และฉนวน หน้าตาของหัวเทียน จะบอกข้อมูลในการทำงานของหัวเทียน เช่นเดียวกับส่วนผสมภายในห้องเผาไหม้
การประเมินลักษณะของหัวเทียนเป็นส่วนสำคัญของการตรวจสอบเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบเพื่อความเที่ยงตรง
ก่อนที่จะประเมินลักษณะของ หัวเทียน ควรขับรถมากกว่า 10 กม. เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานในประสิทธิภาพปานกลางก่อนการปรับ

ปรกติ

 


ปลายของฉนวนหุ้มออกเป็นสีระหว่างสีขาวหรือสีเหลืองจางๆออกไปทางสีเทานั้น 
เครื่องยนต์ปกติ ระดับอุณหภูมิความร้อนภายในเครื่องยนต์ถูกต้อง 
ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศและจังหวะการจุดระเบิดถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น 
การฉีดน้ำมันเสริมในขณะเครื่องเย็นทำงานอย่างถูกต้อง ไม่มีความร้อนสูงเกิดขึ้น

เขม่า


ปลายของฉนวนหุ้ม เขี้ยวหัวเทียนและส่วนที่ครอบมีคราบผงเขม่าสีดำเกาะอยู่
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงกับอากาศไม่ถูกต้อง (คาร์บูเรเตอร์, ระบบหัวฉีด) ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไป ไส้กรองอากาศสกปรกมาก ระบบอากาศเข้าแบบอัตโนมัติหรือสายเคเบิ้ลเปิดระบบอากาศเข้าผิดปรกติ หรือมีการใช้รถยนต์ในระยะทางสั้นๆ หัวเทียนเย็น ระดับอุณหภูมิความร้อนต่ำเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด การสตาร์ทที่ไม่สมบูรณ์ในขณะเครื่องเย็น
วิธีการแก้ไข : ปรับตั้งส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศและระบบช่วยการสตาร์ทรถในขณะเครื่องเย็นและตรวจสอบไส้กรองอากาศ

คราบสกปรกจากน้ำมันเครื่อง
 
 

ปลายของฉนวนหุ้ม เขี้ยวหัวเทียนและส่วนที่ครอบมีคราบน้ำมันเครื่องหรือเขม่าคาร์บอนเกาะอยู่
สาเหตุ : มีน้ำมันเครื่องใน ห้องเผาไหม้มากเกินไป ระดับน้ำมันเครื่องสูงเกิน แหวนลูกสูบ กระบอกสูบหรือซีลวาล์วสึกหรอมากเกินไป ส่วนในเครื่องยนต์สองจังหวะนั้น มีน้ำมันเครื่องอยู่ในส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไป
ผลกระทบ : สูญเสียกำลังในการจุดระเบิด สตาร์ทติดยาก
วิธีการแก้ไข : ทำการยกเครื่องใหม่ ปรับส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศให้ถูกต้องและเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

คราบตะกั่ว
 

ปลายของฉนวนหุ้มออกเป็นสีน้ำตาลอ่อนเคลือบสีเหลือง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีสีเขียวอ่อนปนอยู่ด้วย
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงมีสารตะกั่วอยู่ คราบที่เคลือบอยู่นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนักหลังจาก ที่ลิ้นปีกผีเสื้อขยายระยะเวลาการเปิดออกบางส่วนให้ยาวนานขึ้น
ผลกระทบ : จังหวะการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนัก คราบที่เคลือบอยู่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้การจุดระเบิดผิดพลาดได้
วิธีการแก้ไข : ให้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำความสะอาดหัวเทียนเหล่านี้

คราบตะกั่วจำนวนมาก


ปลายของฉนวนหุ้มและในบางส่วน มีคราบหนาสีน้ำตาลอ่อนเคลือบสีเหลืองซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีสีเขียวอ่อนปนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงมีสารตะกั่วอยู่ คราบที่เคลือบอยู่นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนักหลังจาก ที่ลิ้นปีกผีเสื้อขยายระยะเวลาการเปิดออกบางส่วนให้ยาวนานขึ้น
ผลกระทบ : จังหวะการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนัก คราบที่เคลือบอยู่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้การจุดระเบิดผิดพลาดได้
วิธีการแก้ไข : ให้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำความสะอาดหัวเทียนเหล่านั้น

คราบเถ้าเขม่า


เถ้าเขม่าจากน้ำมันเครื่องและส่วนผสมเป็นจำนวนมากเกาะติดอยู่ที่ปลายและในช่องว่างของฉนวนหุ้มและเขี้ยวหัวเทียน มีกากของเถ้าเขม่าที่หัวเทียนและบางส่วนหลุดลงไปอยู่ในห้องเผาไหม้
สาเหตุ : สารที่อยู่ในส่วนผสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นำมาใช้กับน้ำมันเครื่อง สามารถที่จะทิ้งคราบเถ้าเขม่าดังกล่าวไว้บนหัวเทียนและในห้องเผาไหม้ได้
ผลกระทบ : สามารถทำให้การจุดระเบิดโดยอัตโนมัติได้ ทำให้เครื่องยนต์เสียกำลังและอาจจะเสียหาย วิธีการแก้ไข : ซ่อมเครื่องยนต์และทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ ใช้น้ำมันเครื่องตามที่ระบุไว้

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางเกิดการละลาย
 
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางละลาย ปลายของฉนวนหุ้มอ่อนตัว และมีรูพรุนเป็นจำนวนมาก
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณภาพต่ำ และอาจจะเนื่องมาจากระดับความร้อนของหัวเทียนนั้นต่ำมากเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด เครื่องยนต์เสียกำลัง(เครื่องยนต์เสียหาย)
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ที่มีค่าระดับความร้อนที่ถูกต้อง

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางเกิดการละลาย
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางละลายไปเป็นอย่างมาก พร้อมมีความเสียหายเป็นอย่างมากเกิดขึ้นกับเขี้ยวอิเล็กโทรดกราวด์
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำ
ผลกระทบ : เครื่องยนต์ไม่มี กำลัง ตามมาด้วยความบกพร่องของเครื่องยนต์โดยสิ้นเชิง ปลายฉนวนหุ้มอาจจะแตกร้าวได้เนื่องจากความร้อนของเขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลาง สูงมากเกินไป
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดละลาย
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดละลายเป็นรูปทรงดอกกระหล่ำ อาจจะมีสาเหตุมาจากคราบสกปรกของสิ่งอื่นๆ
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำ
ผลกระทบ : เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง ตามมาด้วยความบกพร่องของเครื่องยนต์โดยสิ้นเชิง
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางบางกร่อนลงเป็นจำนวนมาก
 

สาเหตุ : ไม่ได้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนตามระยะเวลาของการบำรุงรักษาที่กำหนดไว้
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิด ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเร่งเครื่อง (ไฟสปาร์คไม่เพียงพอที่จะกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างเขี้ยวอิเล็กโทรดที่ กว้างมากขึ้น) สตาร์ทติดเครื่องยากขึ้น
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดกราวด์บางกร่อนลงเป็นจำนวนมาก
 

สาเหตุ : การเผาไหม้อย่างรุนแรงของส่วนผสมที่ใช้เติมในน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่อง คราบเขม่าหรือองค์ประกอบอื่นๆที่ขัดขวางทิศทางการหมุนเวียนในห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์เกิดเสียงดังแต่ความร้อนไม่สูงมากเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิด ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเร่งเครื่อง (ไฟสปาร์คไม่เพียงพอที่จะกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างเขี้ยวอิเล็กโทรดที่ กว้างมากขึ้น) สตาร์ทติดเครื่องยากขึ้น
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

ปลายฉนวนหุ้มเกิดการแตกร้าว
 

สาเหตุ : ความเสียหายทางกลไก (การตกกระแทกหรือแรงกดบนเขี้ยวอิเล็กโทรด เนื่องจากการจับต้องขนย้ายที่ไม่ถูกวิธี) ในกรณีที่เสียหายมากๆ ปลายฉนวนหุ้มนี้อาจจะแตกออกโดยคราบเขม่าที่เกาะอยู่ระหว่างตัวฉนวนและเขี้ยว อิเล็กโทรดตรงกลางได้ หรือโดยการสึกกร่อนของเขี้ยวอิเล็กโทรดตรงกลาง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการละเลยการเปลี่ยนหัวเทียนตามระยะเวลาที่กำหนด)
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด มีประกายไฟในส่วนที่เข้าถึงได้ยากสำหรับส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

Source : BOSCH


มาหาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับหัวเทียน เนื่องจากว่า เปลี่ยนหัวเทียนเอง แล้วบังเอิญขันน๊อตที่ยึดฝาสูบกับปลั๊กหัวเทียนขาดไป 1 ตัว 
ทำให้ต้องเดินพล่านหาน๊อตเบอร์ 10 ตัวยาวๆ มาใส่แทน
เฮ๊อ....เรื่องง่ายๆ ดันทำให้ยากซะอีก