ค้นหาบล็อกนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Song แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Song แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

One Love - Bob Marley สิ่งที่คิดถึงเมืองไทย และ ภาคแปล


One Love - Bob Marley ภาคแปล

เริ่มต้นได้ฟังเพลงนี้มานานมาก ตั้งแต่สมัย ม. ต้น ราวๆ ปี พ.ศ. 2529
สมัยนั้นพอฟังดนตรีแนวนี้แล้ว ทำให้ผมคลั่งไคล้ Bob Marley มากๆๆ

เขาเป็นใคร ยังไง ไม่รู้ รู้แค่เพียง นี่เป็น ดนตรีเรกเก้ และเขาเกิดที่ จาไมก้า



ดนตรีที่โดนใจ ทำให้ไอ้หนุ่มบ้านนอก วัยกระเตาะ อย่างผม หลงไหล
หาซื้อเทป ( ของกอป ม้วนละราวๆ 30 บาท ) ที่มีแต่ปก
ไม่มีเนื้อหา เนื้อเพลง ในปกด้านใน ( แน่ละ ของกอปนี่นา )

---------------------------------------------------------------



พอว่างๆ บังเอิญได้ผ่านฟังแว่วๆ ผ่านหู เลยนึกเพลงขึ้นได้
แล้วก็พาลนึกภาพบรรยากาศ ที่เคยอ่าน เคยรู้ของ Concert : One Love Jamaica
22 April 1978 ใน Concert : One Love นี้เอง ที่ Bob Marley 
Concert นี้ จัดขึ้นเพื่อหยุดการความรุนแรงที่เกิดจากนักการเมือง 2 ขั้ว
Michael Manley ผู้นำฝ่ายรัฐบาล
Edward Seaka ผู้นำพรรคแรงงานที่เป็นฝ่ายค้าน
โดยที่ Bob Marley เป็นผู้อยู่ตรงกลาง ร่วมจับมือของนักการเมืองทั้ง 2 ขั้ว
ก็ไม่รู้ว่า มุมของนักการเมืองนั้น ทำเพื่อสร้างภาพหรือไม่


แม้ภาพบางภาพจะแสดงให้เห็นว่า นักการเมืองทั้ง 2 ยิ้ม
บางภาพ ก็แสดงสีหน้า ไม่จริงใจ ต่อการจับมือกัน

กลับมาที่ประเทศไทยของเรา
นี่อาจจะเป็นรูปแบบก่อนการกำเนิดของประชาธิปไตยอย่างแม้จริง (มั้ง)
ที่จะต้องมีการเมือง 2 ขั้วที่ชัดเจน แต่ทำไมต้องรุนแรง ใส่ร้ายกัน
แม้ประเทศอื่นๆ จะ 2 ขั้วและ รุนแรง เพราะนั่นไม่มีศูนย์รวมใจของประเทศอย่างพระมหากษัตริย์

เรากำลังเดินไปสู่ประชาธิปไตย แต่จงระลึกเสมอว่า
ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ


ด้านล่างเป็นเพลง One Love และเนื้อหาที่แปลงโดยคุณเบียร์ เจ้าของ Blog : AelitaX Translate ที่แปลไว้ดีเหลือเกิน จนผมไม่ต้องแปลเพลงนี้เองละ
ที่ Link http://www.aelitaxtranslate.com/2013/04/bob-marley-one-love.html

ขอบคุณคุณเบียร์อีกครั้งครับ


One Love, One Heart Let's get together and feel all right Hear the children crying (One Love) Hear the children crying (One Heart) Sayin' give thanks and praise to the Lord and I will feel all right Sayin' let's get together and feel all right 
ความรักเพียงหนึ่งเดียว! รวมใจเป็นหนึ่ง!
เรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะ
ฟังเสียงร้องไห้ของเด็กๆ (ความรักเพียงหนึ่งเดียว)
ฟังเสียงร้องไห้ของเด็กๆ (รวมใจเป็นหนึ่ง)
พูดออกไป : ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า และฉันจะรู้สึกดี
พูดออกไป : เรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะ
Let them all pass all their dirty remarks (One Love) There is one question I'd really like to ask (One Heart) Is there a place for the hopeless sinner Who has hurt all mankind just to save his own beliefs ? ให้ทุกๆคนผ่านพ้นทุกๆความเห็นสกปรกๆของพวกเขาไป (ความรักเพียงหนึ่งเดีัยว)มีคำถามหนึ่งที่ฉันอยากจะถามออกไป (รวมใจเป็นหนึ่ง)มีที่สำหรับคนบาปที่ไร้ความหวังหรือเปล่านะคนที่ทำลายมนุษยชาติ เพียงเพื่อปกป้องความเชื่อของตัวเองความเห็นส่วนตัว [ Natt C. ] : ผมมองว่า ไม่ได้แปลว่าความเชื่อนะ ผมมองว่าความงมงาย และการรับรู้ หรือ ฟังความข้างเดียว


One Love, "What about the one heart ?"One Heart, "What about ?" Let's get together and feel all right As it was in the beginning (One Love) So shall it be in the end (One Heart)All right! Give thanks and praise to the Lord and I will feel all rightLet's get together and feel all right One more thingความรักเพียงหนึ่ง! แล้วหัวใจล่ะ ? รวมใจเป็นหนึ่ง ?เรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะมันคือจุดเริ่มต้น (ความรักเพียงหนึ่งเดียว)แล้วก็จะเป็นอย่างนั้นไปจนจบ (รวมใจเป็นหนึ่ง)เอาล่ะ !ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า และฉันจะรู้สึกดีเรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะอีกอย่างหนึ่งก็คือ !
Let's get together to fight this Holy Armageddon (One Love) So when the Man comes there will be no no doom (One Song) Have pity on those whose chances grove thinner There ain't no hiding place from the Father of Creation 
เรามารวมตัวกัน เพื่อต้านการทำลายล้างโลกกันเถอะ (ความรักเพียงหนึ่งเดียว)แม้จะมีคนเห็นแก่ตัวมา จะไม่มีการทำลายล้างเกิดขึ้น (รวมใจเป็นหนึ่ง)สงสารคนที่สูยเสียโอกาสไปไม่มีที่ให้หลบซ่อนจากพระบิดาแห่งการรังสรรค์หรอกนะSayin' One Love, "What about the one heart?"One Heart, "What about the-?"  Let's get together and feel all right I'm pleading to mankind (One Love) Oh Lord (One Heart)พูดออกมา : ความรักเพียงหนึ่ง! แล้วหัวใจล่ะ ?
รวมใจเป็นหนึ่ง, แล้วไงล่ะ ?เรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะฉันอ้อนวอนต่อมนุษยชาติ! (ความรักเพียงหนึ่งเดียว)พระผู้เป็นเจ้า! (รวมใจเป็นหนึ่ง)
Give thanks and praise to the Lord and I will feel all right Let's get together and feel all rightGive thanks and praise to the Lord and I will feel all right Let's get together and feel all right   ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า และฉันจะรู้สึกดีเรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า และฉันจะรู้สึกดีเรามาอยู่ด้วยกันและสร้างความรู้สึกดีๆกันเถอะ








ความเห็นส่วนตัว [ Natt C. ] : ต้นฉบับจากคุณเบียร์ แต่ก็ อดแก้ไข บางคำไม่ได้ มุมของภาษาไทยอาจจะต่างกันเล็กน้อย .... ขอบคุณอีกครั้ง ครับ



วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Dumb Ways To Die - เพลงความตายที่น่ารัก

Dumb Ways To Die - เพลงความตายที่น่ารัก


Set fire to your hair
Poke a stick at a grizzly bear
Eat medicine that’s out of date
Use your private parts as piranha bait
เป่าไฟใส่ในเส้นผม
หรือ จะเอาไม้แหย่ตูดหมี
หรือ จะกินยาที่หมดอายุ
หรือว่า จะเอาอวัยวะ หย่อนลงไปเป็นอาหารปลาปิรันยา
 
  Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die.
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ

Get your toast out with a fork
Do your own electrical work
Teach yourself how to fly
Eat a two week old unrefrigerated pie
 จะเอาส้อมจิ้มในเครื่องปิ้งขนม
จะซ่อมเครื่องไฟฟ้ามั่วๆเอง
จะลองบิน เหาะเหินด้วยตัวเปล่าๆ
หรือว่า จะกินขนมปัง บูดๆ เก่าๆ

Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ

Invite a psycho-killer inside
Scratch a drug dealer’s brand new ride
Take your helmet off in outer space
Use your clothes dryer as a hiding place
เปิดบ้านรับฆาตกรเข้าบ้าน
หรือ กรีดถุงห่อยาเสพติดของพ่อค้ายา
หรือ ถอดหมวกครอบออกกลางอวกาศ
หรือว่า จะแอบอยู่ในเครื่องปั่นผ้าแห้ง 

Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
Keep a rattlesnake as pet
Sell both your kidneys on the internet
Eat a tube of superglue
“I wonder what’s this red button do?”
เลี้ยงงูกะปะ ดังสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ขายไตทั้งคู่ทางอินเตอร์เน็ต
หรือว่า จะกินกาวตราช้างเข้าไป
"ฉันว่า ไอ้ปุ่มแดงๆนี่มันทำ 'ไรได้หว่า..."
 
  Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
Dress up like a moose during hunting season
Disturb a nest of wasps for no good reason
Stand on the edge of a train station platform
Drive around the boom gates at a level crossing
Run across the tracks between the platforms
They may not rhyme but they’re quite possibly
แต่งตัวเป็นกวางมูส ช่วงฤดูล่า
แหย่รังต่อ แก้เซ็ง..ซะงั้น
ยืนริมช่องทางวิ่งของชานชาลา
ขับรถอ้อมไม้ขวางกันทางรถไฟ
วิ่งข้ามช่องชานชาลาไปๆมาๆ
ถึงรถไฟจะไม่มา แต่ก็ไม่ประมาทดีกว่าม๊าง..... 

Dumbest ways to die
Dumbest ways to die
Dumbest ways to di-i-i-ie
So many dumb
So many dumb ways to die
โคตรโง่เลยที่จะตาย
โคตรโง่เลยที่จะตาย
โคตรโง่เลยที่จะตา...อะ...อ๊ะ...อายย 
มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
 

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดูดาว วงตาวัน

ดูดาว - วงตาวัน [ อัลบั้ม ม็อบ ] พศ. 2535



เพลงดูดาว น่าจะเป็นเพลงที่ทำให้คนรู้จักพวกเขา ในนาม วงตาวัน ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในยุคสมัยนั้น
และก็เป็นเพลงนี้แหละ ที่กวักมือเรียก ให้คนหลายๆคน มาฟังเพลงนี้ และเพลงอื่นๆ ของพวกเขา
ดนตรีที่มีคุณภาพที่อยู่ระดับต้นๆเลยของยุคสมัยนั้น


เหงาหนีมามองดาว...บนฟ้า ฟ้าไม่มีดาวดับ
กลับกลาย...ใจเห็นเธอลอยเด่น เหมือนดาวส่อง
เหงา เหงา ไม่มีเธอ...คืนนี้...เหมือนวันที่ผ่านพ้น
สับสน เธอเหมือนคนดี เธอเหมือนคนหลอก

ฟ้า ฟ้าบนฟ้าคงมีแต่ดาว ให้เรานั่งมอง
ฟ้า ฟ้าดูหมองมีเมฆกลมๆ ลอยอยู่เป็นร้อย
เหมือน เหมือนคนเหงาที่คอยแต่ดาว เฝ้าแต่นั่งมอง
มองจนลับลอยไปกับตา เหมือนดังกับเธอ

คิด คิดมาจนดึก...คืนนี้...คิดจะลืมเธอลง
กลับกลาย...ใจเห็นเธอลอยเด่น เหมือนดาวส่อง
แพ้ แพ้มาจนเหนื่อย...วันนี้...ไม่นานคงผ่านไป
หลับตา ลงครั้งใด คงไม่เห็นเธออีก

เหงา เหงาความเหงาคงมีแต่ดาว ให้เรานั่งมอง
ฟ้า ฟ้าดูหมองมีเมฆกลมๆ ลอยอยู่เป็นร้อย
เหมือน เหมือนคนเหงาที่คอยแต่ดาว เฝ้าแต่นั่งมอง
มองจนลับลอยไปกับตา เหมือนดังกับเธอ

ล้มตัวลงนอน แหงนมองดูดาวต่อไป

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

I almost forgot : เกือบจะลืมไปหมดแล้ว (เชียว)


I almost forgot - Matthew Sweet : ภาคแปล



You would never turn around
เธอไม่ควรจะหวนกลับมาอีก
You're laughing at everything that's bringing me down
ตราบที่เธอยังยิ้มได้ จากการที่ทำให้ฉันเจ็บปวด
Did you say you loved me?
เธอเคยบอกใช่ไหม ว่ารักฉัน
I almost forgot, I almost forgot
ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว

That I will never be free
ฉันไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตมีอิสระเลย
There'll always be something
ความรู้สึก และภาพต่างๆของเรา
Stuck inside of me
ยังคงเป็นปมติดอยู่ในใจ
Did you say you felt that?
เธอยังคงรู้สึก เหมือนที่ฉันรู้สึกบ้างไหม

I almost forgot, I almost forgot  
ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว
I almost forgot, I almost forgot  ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว
I almost forgot, I almost forgot  ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว

You knew me
เธอน่ะ รู้จักฉันดี
Changed my name
ว่า (การจากไปของเธอ ) มันเปลี่ยนแปลงตัวฉันไป
If love leaves us for a moment
แม้การจากกันเพียงชั่วเวลาสั้นๆ
Is it gone forever?
นั่นแปลว่า เราจะจากกันตลอดไปแล้วใช่ไหม

Make up your mind
ตั้งใจฟังให้ดีๆ
But then you should never have to choose
แม้เธอเอง ที่สุดแล้วก็ต้องเลือกที่จะจากกัน
Whenever you win, you know
เมื่อใดก็ตามที่เธอเข้าใจอะไรมากขึ้น เธอจะรู้ว่า
I'm wishing you'd lose So you know I love you
ฉันยังหวังให้เธอลืมเรื่องร้ายในอดีตของเรา  เมื่อรู้ว่า ฉันยังรักเธอมากเพียงใด

I almost forgot, I almost forgot  ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว
I almost forgot, I almost forgot  ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว
I almost forgot, I almost forgot  ฉันเกือบจะลืมอดีตได้หมดแล้วเชียว



ก็ไม่รู้เป็นอะไร หลงไหลกับ Sound ดนตรี ของ Matthew Sweet เหลือเกิน
แต่ไอ้หมอนี่ ก็ไม่ค่อนจะดังเปรี้ยงปร้างกับเขา
อาจจะเป็นเพราะ ช่วงเวลา จังหวะ ของการออกผลงาน ไม่ค่อยเป็นใจเอา
หรือว่า สิ่งที่หมอนี่ทำอยู่ มันอาจจะยังไม่ดีพอ ?

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

Ballad of a Politician - บทบรรเลงของการเมือง


Ballad of a Politician - Regina Spektor
บทบรรเลงของการเมือง - Regina Spektor




A man inside a room is shaking hands with other men
This is how it happens
Our carefully laid plans
ชายคนหนึ่ง กำลังจับมือกันกับคนอื่นๆในห้องลึกลับ
มีแผนการ หรือเรื่องราวอะไร ที่ต้องระมัดระวังในนั้นหรือ
Shake it, shake it baby
Shake your ass out in that street
You're gonna make us scream someday
You're gonna make it big
จับมือกันไว้เถิด แล้วออกไปประกาศสู่สาธารณะ
ว่าพวกท่านกำลังทำให้คนหวาดหวั่น และกำลังทำเรื่องใหญ่
You love so deep, so tender
Your people and your land
You love 'em 'till they can't recall
Who they are again
พวกท่านล้วนยากเข้าถึงได้
พรรคพวกและฐานเสียงของพวกท่าน
ปลุกปั่น มอมเมาจนไม่อาจกลับตัวได้ จนไม่รู้จักความเป็นตัวเอง
Work it, work it baby
Work your way 'round that room
You're gonna make it big some day
You're gonna make a boom
ทำงานกันบ้างซี พวกท่านน่ะ ทำงานให้คุ้มค่าเงินภาษีของพวกเรา
พวกท่านกำลังทำให้เรื่องมันบานปลาย และกำลังทำให้บ้านเมืองพินาศ
But I am
But I am
But I am not a number, not a name
ฉันก็ยังคงเป็นฉันคนเดิม เป็นประชาชนที่ไม่เหลือสิทธิ เหลือเสียง (หลังเลือกตั้งผ่านไป)
But I am
But I am
But I am a carefully laid plan
ฉันก็ยังคงเป็นฉันคนเดิม ที่ทำได้เพียงปล่อยวาง ปล่อยผ่านมันไป
Shake what your mama gave you
You know that it won't last
You're gonna taste the ground real soon
You're gonna taste the grass
ลองตระหนักถึงสิ่งดีที่บรรพบุรุษให้มา มันจะไม่สูญสลายไป
พวกท่านไม่นาน ก็ตายจากไป นอนให้ดินกลบหน้า หญ้ากลบดิน
A man inside a room is shaking hands with other men
This is how it happens
Our world under command
ชายคนหนึ่ง กำลังจับมือกันกับคนอื่นๆในห้องลึกลับ
มันกำลังเกิดขึ้น โลกของเราอยู่ในการบัญชาของพวกเขา
Shake it, shake it baby
Shake your ass out in that street
You're gonna make us scream someday
You're gonna make us weak
จับมือกันไว้เถิด แล้วออกไปประกาศสู่สาธารณะ
ว่าพวกท่านกำลังทำให้คนหวาดหวั่น และกำลังให้พวกเราเป็นเบี้ยล่างคุณ
You're gonna make us scream someday
You're gonna make it big
ว่าพวกท่านกำลังทำให้คนหวาดหวั่น และกำลังทำเรื่องใหญ่



เพลงของนักร้องสาวเพลงนี้ Ballad of a Politician
ผมให้ชื่อภาษาไทยว่า บทบรรเลงของการเมือง
จริงๆแล้ว นี่ไม่ใช่เพลงบรรเลง เป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง เนื้อหา และรูปแบบการร้องที่น่าสนใจ
ได้ฟังเพลงนี้ ครั้งแรก ก็จากรายการคนกรุงเก่าเล่าเรื่องนั่นละครับ
ก็เลยอยากจะแปล และ หาความหมายดู ( รวมๆกับการบอกในรายการของ พี่ซัน มาโนช พุฒตาล)

เพลงนี้ บอกถึงเรื่องราว ที่สงสัย ในสิ่งที่นักการเมืองคุยกันในห้อง
มีการตกลงโครงการอะไรต่างๆมากมายในห้อง
ก็เลยสงสัยว่า ภายในห้องนั้น คงรับรู้เรื่องราวการใช้งบประมาณ
ทั้งในทางที่ดี และทางที่ไม่ดี
ทั้งขาวสะอาด และแปดเปื้อน

เมื่อนักการเมืองออกจากห้องออกมา ก็มาบอกแก่สื่อ สาธารณะชน
แต่สงสัยในสิ่งที่บอก ว่าจริงทั้งหมดไหม มีอะไร ซ่อนเร้น อำพรางอีกบ้าง

ซ่อนเร้นอะไร ?? การใช้เงินงบประมาณ
เพื่อ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง
เพื่อ ต่อยอดอำนาจของตัวเอง
เพื่อ ตอบแทนบุญคุณ
เพื่อ ประเทศชาติ จริงๆ หรือ ??


วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

Cat Stevens - Father and Son Original


Father & Son – Cat Stevens



เพื่อน รุ่งเรือง ปานเจริญ ส่ง Link เพลงนี้ใน Version ของ Rod Steward
ฟังแล้วถูกใจ เหมือนการได้ฟังการสนทนากัน
ก็เลย ไล่หาข้อมูล ที่มา ที่ไป ของเพลงนี้
ได้ความว่า เป็นของ Cat Stevens

ด้านล่างเป็นการคัดลอกมาจาก ผู้เขียนที่ใช้ชื่อว่า 
น้ำบุญ:สามตำบล
สมาชิก ชุมชนคนรักหนังสือ 
 
บทเพลงนี้แต่งขึ้นโดย Cat Stevens ในปี 1970 

บทเพลงกล่าวถึงความคิดที่แตกต่างกันระหว่างพ่อและลูกชาย
โดยลูกชายต้องการแสดงออกถึงการใช้วิถีชีวิตที่ต่างไปจากรูปแบบชีวิตเดิมๆที่เป็นอยู่
และพ่อพยายามอธิบายถึงวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ว่าดีอย่างไรและมีความสุขได้อย่างไร 
 
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเหมือนต่างฝ่ายถือว่าตนถูกต้อง
ดังนั้นท้ายสุดลูกชายจึงหาทางออกว่า
เขาต้องไปเพื่อมีชีวิตที่เขาต้องการ หรือ
I know I have to go away ......
 
ในขณะที่พ่อร้องขอให้ลูกชายจงอยู่ และทำไมต้องไป
และตัดสินใจทุกสิ่งอย่างลำพังเพียงคนเดียว 
“ stay, why must you go and make this decision alone? ” 
 
บทเพลงนี้นอกจากจะสะท้อนถึงความคิดที่ขัดแย้งกันในสังคมแล้ว
ยังสามารถอธิบายถึงความขัดแย้งทางความคิดที่เป็นจริงเสมอสำหรับ
คนรุ่นก่อนและคนรุ่นใหม่
ซึ่งต่างก็มีมุมมองและความคิดในการมองชีวิตที่แตกต่างกัน
 
จากทั้งประสบการณ์ในการใช้ชีวิต
รวมถึงกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและมุมมองของคนรุ่นใหม่
ที่มุ่งถึงความสุขทางใจและเสรีภาพในการใช้ชีวิตที่อิสระเสรี มากกว่าคนรุ่นก่อน
ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรุ่นต่อรุ่น
เรียกได้ว่าบทเพลงนี้สะท้อนสังคมในเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเสมอในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี
แต่อย่างไรก็ดีในความขัดแย้งนี้
ท่วงทำนองของเพลงกลับขับกล่อมออกมาอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป
สะท้อนให้เห็นถึงความรักความห่วงใยที่พ่อมีให้กับลูกชายเสมอ
รวมถึงเสียงร้องของ Cat Steven ในช่วงบทของพ่อที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน .... 
 
Cat Steven ใช้เทคนิคการร้องเพลงโดยการแบ่งเป็น 2 ภาค
โดยภาคที่เป็นบทร้องของพ่อเขาจะใช้เสียงที่ค่อนข้างต่ำ ทุ้ม
ส่วนในส่วนของบทร้องที่เป็นท่อนของลูกชายจะใช้โทนเสียงที่สูง
เพื่อแสดงถึงความแตกต่างในการแสดงอารมณ์และความคิด
โดยมี Alun Davies คอยร้องประสานเสียงในท่อน
"No", "Go and make this decision"
 
โดยร้องประสานอย่างแผ่วเบา นุ่มนวล และเพิ่มเสียงให้แน่นขึ้นในช่วงจบของเพลง
เมื่อฟังเพลงนี้จบแล้ว หวังว่าคุณผู้ฟังทุกท่านนอกจากจะได้ฟังเพลงที่ไพเราะแล้วจะได้แง่คิด
ในการจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งรอบตัวเรา
โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว
อย่าให้ต่างคนต่างไปตามทางของตน
แต่จงให้ทำให้สิ่งที่ตนต้องการอย่างใจเถิด
โดยมีกำลังใจและความรักของคนในครอบครัวเคียงข้างเสมอ.....   


ต่อไปผมก็จะแปล ตามแบบฉบับ และสำนวนของผมเอง ที่อยากจะแปล





[Father] 
It's not time to make a change, 
Just relax, take it easy. 
You're still young, that's your fault, 
There's so much you have to know. 
Find a girl, settle down, 
If you want you can marry. 
Look at me, I am old, but I'm happy. 
 
มันยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้หรอกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร
นั่งพัก สงบใจก่อนนะลูก
ลูกยังต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดอีกมาก
โลกกว้างยังรอให้ลูกค้นหา
เจ้าจะุได้พบคู่ชีวิต และอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง
มองดูที่พ่อซี พ่อแก่ตัวลงไปทุกวัน 
แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายได้ 
 
I was once like you are now, and I know that it's not easy, 
To be calm when you've found something going on. 
But take your time, think a lot, 
Why, think of everything you've got. 
For you will still be here tomorrow, but your dreams may not. 
 
ครั้งหนึ่งพ่อก็เคยเป็นเช่นที่ลูกเป็นอยู่
และพ่อก็รู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายดายไปทุกอย่าง
ใจเย็นๆ แล้วลูกจะได้พบสิ่งที่ดีในอนาคต
ให้เวลากับตัวเอง ไตร่ตรองให้รอบคอบ
ทำไมไม่ลองมองดูทุกสิ่งรอบๆตัวลูกล่ะ
ลูกยังคงต้องอยู่เพื่อทุกอย่างรอบๆตัว
แม้ทุกอย่างจะไม่เป็นดังฝันก็ตาม 
 
 [Son] 
How can I try to explain, when I do he turns away again. 
It's always been the same, same old story. 
From the moment I could talk I was ordered to listen. 
Now there's a way and I know that I have to go away. 
I know I have to go. 
 
ผมจะอธิบายพ่ออย่างไรดี หากชีวิตมันมีจุดพลิกผัน
มันดูคล้ายว่าจะเป็นเรื่องราวแบบเดิมๆ
ที่ลูกได้มีโอกาสพูด และรับฟังเรื่องราว ได้เรียนรู้โลก
ถึงตอนนี้ ลูกก็มีเส้นทางของลูกที่จะต้องเดินก้าวต่อไป 
ลูกรู้ดีครับพ่อ ว่าวันนึงลูกต้องก้าวต่อไป 
 
 [Father] 
It's not time to make a change, 
Just sit down, take it slowly. 
You're still young, that's your fault, 
There's so much you have to go through. 
Find a girl, settle down, 
If you want you can marry. 
Look at me, I am old, but I'm happy. 
 
นั่งลงพัก ค่อยๆไตร่ตรอง 
มันยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้หรอกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร นะลูก 
ลูกยังต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดอีกมาก 
โลกกว้างยังรอให้ลูกได้ฟันฝ่า 
เจ้าจะุได้พบคู่ชีวิต และอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง 
มองดูที่พ่อซี พ่อแก่ตัวลงไปทุกวัน 
แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายได้ 
 
 [Son] 
All the times that I cried, keeping all the things I knew inside, 
It's hard, but it's harder to ignore it. 
If they were right, I'd agree, but it's them you know not me. 
Now there's a way and I know that I have to go away. 
I know I have to go. 
 
ทุกคราที่ลูกร้องไห้ ก็เพราะลูกเก็บกดเรื่องราวไว้ภายใน
มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะก้าวผ่านมันไป
หากเรื่องราวมันถูกต้อง ลูกจะยอมรับ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกก็ยอมรับมันไม่ได้เช่นกัน
ถึงตอนนี้ ลูกก็มีเส้นทางของลูกที่จะต้องเดินก้าวต่อไป
ลูกรู้ดีครับพ่อ ว่าวันนึงลูกต้องก้าวต่อไป

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

You’ll never walk alone - Liverpool


You’ll never walk alone - Liverpool

When you walk through a storm,
เมื่อยามที่คุณเดินฝ่ามรสุมร้าย
Hold your head up high,
จงเงยหน้าขึ้นรับปัญหาที่เกิด
And don't be afraid of the dark,
และอย่าหวาดกลัวกับความมืดมนที่จะเกิด
At the end of a storm, there's a golden sky,
หลังจากผ่านพ้นมรสุมร้ายไปแล้ว คุณจะได้พบท้องฟ้าสดใส
And the sweet silver song of a lark.
แล้วคุณจะยิ้ม ร้องเพลงได้อย่างสุขสันต์
Walk on through the wind,
ก้าวเดินไปเถอะ ข้ามฝ่าสายลมแรง
Walk on through the rain,
ก้าวเดินไปเถอะ ข้ามฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ
Though your dreams be tossed and blown...
แม้ว่าสิ่งที่ฝันจะโดนฟ้า ฝน โถมซัดรุนแรงเพียงใด
Walk on, walk on, with hope in your heart,
จงก้าวเดินต่อไป เดินต่อไป ด้วยความหวังที่เปี่ยมในหัวใจตน
And you'll never walk alone,
และเมื่อคุณเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง คุณจะไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
You'll never walk alone...
คุณจะไม่เดินอยู่อย่างเดียวดายอีกต่อไป
Walk on, walk on, with hope in your heart,
จงก้าวเดินต่อไป เดินต่อไป ด้วยความหวังที่เปี่ยมในหัวใจตน
And you'll never walk alone,
และเมื่อคุณเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง คุณจะไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
You'll never walk alone...
จากนี้ ... คุณจะไม่เดินอยู่อย่างเดียวดายอีกต่อไป




วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

[MV] PARADOX - ปลายสายรุ้ง (HD)



เพลงของ Paradox มาทีไร ต้องหลงไหล ดังโดนสะกด (เวอร์ไหม?)

Paradox - ปลายสายรุ้ง
คำร้อง/ทำนอง   อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา
เรียบเรียง          Paradox


เธอ เธออยู่แห่งไหน แหงนมองดูท้องฟ้ากว้าง
วันที่ฟ้าสีคราม เปลี่ยนเป็นฤดูกาลอบอุ่น
รอให้เธอบินกลับมา อีกครั้ง

เธออยู่แห่งไหน เธอได้ยินไหม
ฟ้าสีครามที่สองเรา นั่งมองในวันที่สุขใจ
วันที่เหน็บหนาว เปลี่ยนเป็นสดใส
แต่เธออยู่ไหน จะบินกลับมาไหม

เธอได้สอนให้ฉันได้กอด กอดจนหัวใจที่ว่างเปล่า
เต็มไปด้วยความรัก มันมีค่ากว่าสิ่งใด
แต่ลมหนาวพัดมาเร็วไป วันที่ฉันได้ทำพลาด
กอดเธอไม่แน่นพอ เธอบินหายไป

หา หาเธออยู่ไหน แหงนมองดูท้องฟ้ากว้าง
วันที่ฟ้าสีคราม เปลี่ยนเป็นฤดูกาลอบอุ่น รอให้เธอบินกลับมา
แล้ว นับต่อจากนี้ จะมีแต่น้ำตาแห่งความสุข
ที่ไหลรินออกมาด้วยไออุ่น จากเราสองคนด้วยรัก

เธอได้สอนให้ฉันได้กอด กอดจนหัวใจที่ว่างเปล่า
เต็มไปด้วยความรัก มันมีค่ากว่าสิ่งใด
แต่ลมหนาวพัดมาเสียก่อน ก่อนที่ฉันจะพูดว่าเสียใจ
ก็สายไป ที่จะเอ่ยคำว่ารัก

หา หาเธออยู่ไหน ฉันยังคงรอเธออยู่
วันที่ฟ้าสีคราม เปลี่ยนเป็นฤดูกาลอบอุ่น รอให้เธอบินกลับมา
แล้ว นับต่อจากนี้ จะมีแต่น้ำตาแห่งความสุข
ที่ไหลรินออกมาด้วยไออุ่น จากเราสองคนด้วยรัก

ฤดูกาลอบอุ่นแล้ว กลับมาได้ไหม
ฉันรอเธออยู่ตรงนี้ อยู่ที่ปลายรุ้ง