ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Healthy Time - รายการที่ทำให้กลับมาฟังวิทยุ อีกครั้ง



ก่อนหน้านี้ ได้เคยเขียนถึงเรื่องของ การกลับมาดูทีวี อีกครั้ง 
จากการที่ได้ดูรายการ ฝรั่งป๊อกป๊อก 


มารอบนี้ อยากเขียนถึงรายการวิทยุ ที่ทำให้เกิดการกลับมาฟังวิทยุ อีกครั้ง

รายการที่อยากเขียนถึง คือ Healthy Time โดย ฐิติรัตน์, อ.สง่า และ หมอปัญญา


จุดเริ่มของการได้มาฟังรายการนี้ เกิดจากที่ ฟังรายการบอลเวลาต้องขับรถกลางคืน ที่ช่อง FM 99.00 เลยทำให้ช่องรายการค้างอยู่ที่รถ 

เช้ามาของวันที่ทำงาน ผมมักจะออกเดินทางแต่เช้า 05.55 น. 
ก็เลยได้มาฟัง Healthy Time เวลา 06.00 - 07.00 น. 
ฟังครั้งแรก 1 ชม. สะกดผมอยู่เลย
อาจารย์หมอปัญญา ทำให้ผมหลงรััก (อีกแล้ว) 




ครึ่งชั่วโมงแรก จะเป็นการเล่าเรื่อง ให้ความรู้ โดยหมอปัญญา ในเรื่องต่างๆ ที่หมอหาความรู้ และผ่านกระบวนการคิด เพื่อที่จะสื่อสารให้คนทั่วๆไปได้ฟังแล้วเข้าใจง่ายๆ 
เพราะการทัวร์อวัยวะต่างๆในร่างกาย (อันนี้ศัพท์ที่หมอพูด) บางอย่างก็ยากที่คนที่ไม่ได้เรียนทางนี้จะเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ หมอปัญญาก็พยายามหาวิธีการให้เราๆ ท่านๆ เข้าใจ

ครึ่งชั่วโมงหลัง จะเป็นการตอบคำถาม โดยมาจากทาง 
e-mail : thitirat.po@mcot.net ซึ่งเป็น e-mail ของคุณหนูนา และ 
SMS : 4111099

อ้อ...วันอังคาร ครึ่งชั่วโมงหลัง จะเป็นช่วง กินอยู่อย่าง"สง่า" กับ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์
ซึ่งเป็นเรี่องเกีั่ยวกับโภชนาการ การการกินอาการให้ถูกต้อง


อ้อ....(อีกครั้ง) แล้วก็วันศุกร์ ครึ่งชั่วโมงหลัง ก็จะเป็นช่วงถอดรหัส ขยับกาย ซึ่งก็เจอกับ หมอปัญญา เหมือนกัน
อยากจะบอกว่า ผมชอบรายการวันศุกร์มาก เพราะได้รู้ว่า ท่าทางของคนเราที่ทำอยู่ในปัจจุบัน มีอะไรที่ทำผิดท่าทางไหม ซึ่งพอฟังแล้ว ก็ลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วก็พบว่า "เออ...จริงวุ๊ย"

อีกเหตุผล ที่ทำให้เสพติดรายการนี้ นอกเหนือจากความรู้ด้านสุขภาพ คือ
การที่ผมเองต้อง Morning Brief ให้ทีมงานนับร้อยฟังทุกเช้า แต่การคุยเรื่องงานทุกวัน ในยามเช้ามันช่างน่าเบื่อ ก็เลย หยิบประเด็นทุกเช้าจากหมอปัญญา
ซึ่งก็เป็นประเด็น ความรู้ทางด้านสุขภาพ มาส่งความรู้ต่อให้ทีมงานรับรู้ต่อ
จนทุกคนเข้าใจว่า ผมมีแฟนเป็นหมอไปแล้ว !!

รายการที่มีสาระ ความรู้ดีๆในประเทศนี้ยังน้อย เมื่อเทียบกับ รายการสุขภาพที่แฝงการขายสินค้าที่โฆษณาเกินจริง ลองฟังรายการ Healthy Time ครับ
นี่เป็นรายการที่ให้ความรู้ ที่เข้าใจได้ง่ายจริงๆ 

อีกนิด....สามารถฟังรายการย้อนหลังทาง Internet ได้ที่นี่เลยครับ

จะบอกว่า ผมฟังสัปดาห์ที่หมอปัญญาพูดเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระทั้ง 5 วัน ฟังสด 1 รอบ + ฟังย้อนหลัง 2 รอบ รวม 3 รอบกว่าจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ผมอาจใช้เวลามากหน่อย แต่คุ้มค่า กับความเข้าใจ และได้ถ่ายทอดต่ออย่างถูกต้อง
 

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Meeting : 60 is 60 [ 16 June 2013 ]





Meeting 60 is 60 @ ใบไม้ร่าเริง เกษตร
16 June 2013

ขอบคุณความเป็นเพื่อน ทั้งเพื่อนที่ยังอยู่ และจากเราไป
เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันใหม่ (แบบเยอะๆ ) อีก...ไม่นานหรอก

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หัวเทียน ???



หน้าที่ของหัวเทียน
หน้าที่ของหัวเทียน คือ ส่งประกายไฟฟ้าแรงสูง ระหว่างขั้วอิเลคโทรดและประกายไฟฟ้า เกิดจากขดลวดไฟฟ้า เรียกกันว่า คอล์ยจุดระเบิดหรือแมคนิโต
ประกายไฟฟ้าแรงสูง จะช่วยจุดเชื้อเพลิงที่ถูกอัดฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้  ให้เกิดระเบิดขึ้นในกระบอกสูบ  เชื้อเพลิงผสมนั้น จะถูกเผาไหม้จนหมดสิ้นเพื่อไอเสียที่ปล่อยออกมานั้น จะได้สะอาด และเครื่องยนต์จะได้ทำงานอย่างเต็มที่  โดยที่ผลงานคุ้มค่ากับเชื้อเพลิงที่เสียไป
หัวเทียนนั้นลักษณะการทำงานจะคล้ายกับ ไฟเช๊คจุดบุหรี่  แต่จะต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว  คือในช่วงที่เชื้อเพลิงผสมเกิดระเบิดขึ้นอุณหภูมิจะสูงขึ้น และหลังจากที่ระเบิดขึ้นแล้ว  ส่วนผสมที่ฉีดเข้าไปใหม่นั้น จะทำให้อุณหภูมิที่หัวเทียนก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

โครงสร้างของหัวเทียน 
-  ฉนวน(INSULATOR) ฉนวนนี้ทำมาจากอะลูมิเนียม ผสมกับกระเบื้องเซรามิค ตัวกระเบื้องเซรามิคนี้  จะมีความแข็งเป็นที่สองรองจาก เพชร และมีผลึกเช่นเดียวกับทับทิมหรือนิล
- ขั้วแกนกลาง(COPPER CORE) ขั้วแกนกลางของหัวเทียน นี้ใช้ทองแดงออกแบบมาเพื่อสามารถระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว และเป็นสื่อไฟฟ้าอย่างที่ดี
- โลหะที่เป็นเปลือกหุ้มติดกับฉนวน  เพื่อให้มั่นใจว่า รอยต่อ ระหว่างส่วนประกอบนั้น ปิดกระชับแน่น และยังมีแป้งฝุ่นชนิดพิเศษอัดเข้าด้วยกันอีก  แป้งฝุ่นที่อัดเข้าไปนี้ จะทำให้หัวเทียนทำงานอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ  ทั้ง ๆ ที่ถูกความกดดันสูงและอยู่ในที่ ที่มีอุณหภูมิสูงอีกด้วย

Source : SIAM NGK      

ลักษณะของหัวเทียนสามารถบอกถึงลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ และหัวเทียน ลักษณะของขั้วหัวเทียน และฉนวน หน้าตาของหัวเทียน จะบอกข้อมูลในการทำงานของหัวเทียน เช่นเดียวกับส่วนผสมภายในห้องเผาไหม้
การประเมินลักษณะของหัวเทียนเป็นส่วนสำคัญของการตรวจสอบเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบเพื่อความเที่ยงตรง
ก่อนที่จะประเมินลักษณะของ หัวเทียน ควรขับรถมากกว่า 10 กม. เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานในประสิทธิภาพปานกลางก่อนการปรับ

ปรกติ

 


ปลายของฉนวนหุ้มออกเป็นสีระหว่างสีขาวหรือสีเหลืองจางๆออกไปทางสีเทานั้น 
เครื่องยนต์ปกติ ระดับอุณหภูมิความร้อนภายในเครื่องยนต์ถูกต้อง 
ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศและจังหวะการจุดระเบิดถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น 
การฉีดน้ำมันเสริมในขณะเครื่องเย็นทำงานอย่างถูกต้อง ไม่มีความร้อนสูงเกิดขึ้น

เขม่า


ปลายของฉนวนหุ้ม เขี้ยวหัวเทียนและส่วนที่ครอบมีคราบผงเขม่าสีดำเกาะอยู่
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงกับอากาศไม่ถูกต้อง (คาร์บูเรเตอร์, ระบบหัวฉีด) ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไป ไส้กรองอากาศสกปรกมาก ระบบอากาศเข้าแบบอัตโนมัติหรือสายเคเบิ้ลเปิดระบบอากาศเข้าผิดปรกติ หรือมีการใช้รถยนต์ในระยะทางสั้นๆ หัวเทียนเย็น ระดับอุณหภูมิความร้อนต่ำเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด การสตาร์ทที่ไม่สมบูรณ์ในขณะเครื่องเย็น
วิธีการแก้ไข : ปรับตั้งส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศและระบบช่วยการสตาร์ทรถในขณะเครื่องเย็นและตรวจสอบไส้กรองอากาศ

คราบสกปรกจากน้ำมันเครื่อง
 
 

ปลายของฉนวนหุ้ม เขี้ยวหัวเทียนและส่วนที่ครอบมีคราบน้ำมันเครื่องหรือเขม่าคาร์บอนเกาะอยู่
สาเหตุ : มีน้ำมันเครื่องใน ห้องเผาไหม้มากเกินไป ระดับน้ำมันเครื่องสูงเกิน แหวนลูกสูบ กระบอกสูบหรือซีลวาล์วสึกหรอมากเกินไป ส่วนในเครื่องยนต์สองจังหวะนั้น มีน้ำมันเครื่องอยู่ในส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไป
ผลกระทบ : สูญเสียกำลังในการจุดระเบิด สตาร์ทติดยาก
วิธีการแก้ไข : ทำการยกเครื่องใหม่ ปรับส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศให้ถูกต้องและเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

คราบตะกั่ว
 

ปลายของฉนวนหุ้มออกเป็นสีน้ำตาลอ่อนเคลือบสีเหลือง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีสีเขียวอ่อนปนอยู่ด้วย
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงมีสารตะกั่วอยู่ คราบที่เคลือบอยู่นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนักหลังจาก ที่ลิ้นปีกผีเสื้อขยายระยะเวลาการเปิดออกบางส่วนให้ยาวนานขึ้น
ผลกระทบ : จังหวะการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนัก คราบที่เคลือบอยู่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้การจุดระเบิดผิดพลาดได้
วิธีการแก้ไข : ให้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำความสะอาดหัวเทียนเหล่านี้

คราบตะกั่วจำนวนมาก


ปลายของฉนวนหุ้มและในบางส่วน มีคราบหนาสีน้ำตาลอ่อนเคลือบสีเหลืองซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีสีเขียวอ่อนปนอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก
สาเหตุ : ส่วนผสมของน้ำมัน เชื้อเพลิงมีสารตะกั่วอยู่ คราบที่เคลือบอยู่นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนักหลังจาก ที่ลิ้นปีกผีเสื้อขยายระยะเวลาการเปิดออกบางส่วนให้ยาวนานขึ้น
ผลกระทบ : จังหวะการใช้งานเครื่องยนต์อย่างหนัก คราบที่เคลือบอยู่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้การจุดระเบิดผิดพลาดได้
วิธีการแก้ไข : ให้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำความสะอาดหัวเทียนเหล่านั้น

คราบเถ้าเขม่า


เถ้าเขม่าจากน้ำมันเครื่องและส่วนผสมเป็นจำนวนมากเกาะติดอยู่ที่ปลายและในช่องว่างของฉนวนหุ้มและเขี้ยวหัวเทียน มีกากของเถ้าเขม่าที่หัวเทียนและบางส่วนหลุดลงไปอยู่ในห้องเผาไหม้
สาเหตุ : สารที่อยู่ในส่วนผสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นำมาใช้กับน้ำมันเครื่อง สามารถที่จะทิ้งคราบเถ้าเขม่าดังกล่าวไว้บนหัวเทียนและในห้องเผาไหม้ได้
ผลกระทบ : สามารถทำให้การจุดระเบิดโดยอัตโนมัติได้ ทำให้เครื่องยนต์เสียกำลังและอาจจะเสียหาย วิธีการแก้ไข : ซ่อมเครื่องยนต์และทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ ใช้น้ำมันเครื่องตามที่ระบุไว้

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางเกิดการละลาย
 
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางละลาย ปลายของฉนวนหุ้มอ่อนตัว และมีรูพรุนเป็นจำนวนมาก
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณภาพต่ำ และอาจจะเนื่องมาจากระดับความร้อนของหัวเทียนนั้นต่ำมากเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด เครื่องยนต์เสียกำลัง(เครื่องยนต์เสียหาย)
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ที่มีค่าระดับความร้อนที่ถูกต้อง

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางเกิดการละลาย
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางละลายไปเป็นอย่างมาก พร้อมมีความเสียหายเป็นอย่างมากเกิดขึ้นกับเขี้ยวอิเล็กโทรดกราวด์
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำ
ผลกระทบ : เครื่องยนต์ไม่มี กำลัง ตามมาด้วยความบกพร่องของเครื่องยนต์โดยสิ้นเชิง ปลายฉนวนหุ้มอาจจะแตกร้าวได้เนื่องจากความร้อนของเขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลาง สูงมากเกินไป
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดละลาย
 

เขี้ยวอิเล็กโทรดละลายเป็นรูปทรงดอกกระหล่ำ อาจจะมีสาเหตุมาจากคราบสกปรกของสิ่งอื่นๆ
สาเหตุ : ความร้อนสูงเกิน เนื่องจากเกิดการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ สามารถเกิดมาจากระยะเวลาของการจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป หรือมีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้ วาล์วหรือจานจ่ายผิดปรกติและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำ
ผลกระทบ : เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง ตามมาด้วยความบกพร่องของเครื่องยนต์โดยสิ้นเชิง
วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดและระบบอากาศเข้า และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดแกนกลางบางกร่อนลงเป็นจำนวนมาก
 

สาเหตุ : ไม่ได้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนตามระยะเวลาของการบำรุงรักษาที่กำหนดไว้
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิด ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเร่งเครื่อง (ไฟสปาร์คไม่เพียงพอที่จะกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างเขี้ยวอิเล็กโทรดที่ กว้างมากขึ้น) สตาร์ทติดเครื่องยากขึ้น
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

เขี้ยวอิเล็กโทรดกราวด์บางกร่อนลงเป็นจำนวนมาก
 

สาเหตุ : การเผาไหม้อย่างรุนแรงของส่วนผสมที่ใช้เติมในน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่อง คราบเขม่าหรือองค์ประกอบอื่นๆที่ขัดขวางทิศทางการหมุนเวียนในห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์เกิดเสียงดังแต่ความร้อนไม่สูงมากเกินไป
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิด ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเร่งเครื่อง (ไฟสปาร์คไม่เพียงพอที่จะกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างเขี้ยวอิเล็กโทรดที่ กว้างมากขึ้น) สตาร์ทติดเครื่องยากขึ้น
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

ปลายฉนวนหุ้มเกิดการแตกร้าว
 

สาเหตุ : ความเสียหายทางกลไก (การตกกระแทกหรือแรงกดบนเขี้ยวอิเล็กโทรด เนื่องจากการจับต้องขนย้ายที่ไม่ถูกวิธี) ในกรณีที่เสียหายมากๆ ปลายฉนวนหุ้มนี้อาจจะแตกออกโดยคราบเขม่าที่เกาะอยู่ระหว่างตัวฉนวนและเขี้ยว อิเล็กโทรดตรงกลางได้ หรือโดยการสึกกร่อนของเขี้ยวอิเล็กโทรดตรงกลาง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการละเลยการเปลี่ยนหัวเทียนตามระยะเวลาที่กำหนด)
ผลกระทบ : จังหวะการจุดระเบิดผิดพลาด มีประกายไฟในส่วนที่เข้าถึงได้ยากสำหรับส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ
วิธีการแก้ไข : ทำการเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

Source : BOSCH


มาหาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับหัวเทียน เนื่องจากว่า เปลี่ยนหัวเทียนเอง แล้วบังเอิญขันน๊อตที่ยึดฝาสูบกับปลั๊กหัวเทียนขาดไป 1 ตัว 
ทำให้ต้องเดินพล่านหาน๊อตเบอร์ 10 ตัวยาวๆ มาใส่แทน
เฮ๊อ....เรื่องง่ายๆ ดันทำให้ยากซะอีก

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปวดหลัง เอ๊ะ...ยังไง

ได้ยินเรื่องราวการแก้อาการปวดหลัง มาก็หลากหลายวิธี ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน แผนโบราณ หรือ แพทย์ทางเลือก หรือแม้กระทั่ง แพทย์งูๆ ปลาๆ

ราวๆ ต้นเดือน มีนาคม 2013 "พี่ห้าว" เพื่อนของผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย บอกว่า จะหัดตีกอล์ฟ แล้วว่างๆ ก็ไปไดรฟ์ กี่ถาดของมัน จำไม่ได้

หลังจากไดรฟ์กอล์ฟ ก็เกิดอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว

มันบอกผมว่า อาจารย์วิทยาลัยพละ แนะนำให้ไปจัดกระดูก

ผมก็ได้แต่เตือนมัน ว่าให้ดูให้ดี ถามก่อนว่า เขาทำอย่างไร

แล้วมีเวลา ก็ ศึกษาไปด้วย ว่าสิ่งที่คนจัดกระดูกนั้น ทำ มันถูก มันใช่ไหม ??

แล้ววันหนึ่ง พี่ห้าว ก็ส่งรูปมาให้ผมดู ผมเห็นแล้ว ตกใจมาก

รีบบอกให้มันหยุด แล้วเลิกไปทำวิธีนี้เด็ดขาด

พร้อมทั้งแนะนำให้มันไปศึกษาการ Warn Up & Cool Down และการยืดเหยียด ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย

ท่าที่ พี่ห้าวถูกกระทำ ด้านบนนั้น ส่งผลอย่างไร ??

 

กายวิภาคของกระดูกสันหลัง

กระดูกสันหลังนอกจากเป็นโครงสร้างแข็งแรงที่ปกป้องแกนของไขสันหลังแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อของหลัง และยังเชื่อมต่อกับกะโหลกศีรษะ (skull) กระดูกสะบัก (scapula) กระดูกเชิงกราน (pelvic bones) และกระดูกซี่โครง (ribs) อีกด้วย

กระดูกสันหลังในคนปกติจะจะจัดจำแนกตามตำแหน่งและรูปร่างลักษณะ ได้แก่

  1. กระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical vertebrae) ซึ่งมีจำนวน 7 ชิ้น อยู่ในช่วงลำคอ กระดูกสันหลังในส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อและเอ็นที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของลำคอและศีรษะ

  2. กระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic vertebrae) มีจำนวน 12 ชิ้น อยู่ในส่วนอก และมีลักษณะพิเศษคือจะมีจุดเชื่อมต่อสำหรับกระดูกซี่โครง ซึ่งเป็นโครงร่างสำคัญของช่องอก

  3. กระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว (Lumber vertebrae) มี 5 ชิ้น อยู่ในช่วงเอว และมีขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำหนักของร่างกายท่อนบน และมีส่วนเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อที่เป็นผนังทางด้านหลังของช่องท้องอีกด้วย

  4. กระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (Sacral vertebrae) ซึ่งเดิมมี 8 ชิ้น แต่จะเชื่อมรวมกันเป็นชิ้นเดียว และจะต่อกับกระดูกเชิงกราน (pelvic bone) โดยจะมีช่องเปิด (sacral foramina) เพื่อเป็นทางผ่านของเส้นประสาทที่ไปยังบริเวณเชิงกรานและขา

  5. กระดูกสันหลังส่วนก้นกบ (Coccygeal vertebrae) ซึ่งอาจมี 3-4 ชิ้น ซึ่งจะเชื่อมกันเป็นกระดูกชิ้นเดียวเป็นกระดูกรูปสามเหลี่ยมที่ปลายด้านล่างสุด

การแตกหักของกระดูกสันหลัง (Vertebral fractures) การแตกหักของกระดูกสันหลังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วน แต่ความร้ายแรงของอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการแตกหักเท่านั้น แต่เกิดจากความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างภายในช่องภายในกระดูกสันหลังและ เนื้อเยื่อโดยรอบ 

ในกระดูกสันหลังส่วนคอ แม้ว่าจะมีเอ็นต่างๆ จำนวนมากเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้าง แต่หากเกิดการบาดเจ็บรุนแรงจะสามารถทำลายความเสถียรของกระดูกสันหลังส่วนนี้ได้ โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บของไขสันหลังจะมีได้สูง และอาการที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บที่ส่วนนี้ ได้แก่อัมพาตทั้งแขนและขา (quadriplegia) รวมทั้งอาจเกิดความล้มเหลวของระบบหายใจ 

เนื่องจากความเสียหายของไขสันหลังส่วนคอและเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอคู่ที่ 3 ถึง 5 ซึ่งมีแขนงประสาทที่ไปควบคุมกะบังลม (phrenic nerve) แม้แต่การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยของกระดูกสันหลังส่วนคอนี้ก็อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของแขนและขา รวมทั้งการหายใจก็จะติดขัดได้ง่าย 

ส่วนการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว นั้นพบได้ไม่มากนัก แต่หากเกิดขึ้น มักจะเกิดจากแรงจำนวนมาก เช่นการกระแทกอย่างรุนแรงในกรณีของอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บระหว่างการเล่นกีฬา ซึ่งอาจต้องตรวจอวัยวะภายในช่องท้องและกระดูกอื่นๆ เพื่อตรวจหาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะโดยรอบ 

-----------------------

ลักษณะของการดึงกระดูก จากในภาพแรก ที่พี่ห้าว ถูกดึงเหมือนการแยกส่วนของร่างกายท่อนบน กับท่อนล่างออกจากกันนั้น คล้ายการลงโทษของชนเผ่าอะไรสักเผ่าหนึ่ง ในภาพยนตร์ที่เคยดูสมัยเด็กๆ

การดึงในลักษณะคล้ายๆแบบนี้ หากทำโดยนักกายภาพบำบัด จะไม่ผิดอะไร เนื่องจากว่า ก่อนดึงโดยทีมกายภาพบำบัดนั้น จะต้องถูกสั่งโดยแพทย์เฉพาะทางมาก่อน และทีมกายภาพฯ จะดูว่า ต้องดึงด้วยน้ำหนักเท่าไร ? เป็นระยะเวลานานเท่าไร ? 

แล้วด้านหลังจะใช้เข็มขัด ที่ให้ความร้อนพอเหมาะ ในการช่วยรักษากระดูกสันหลัง พร้อมๆกับการดึงหลังอย่างเป็นจังหวะนั้นๆ

ซึ่งของพี่ห้าว ผมก็ไม่แน่ใจว่า มันปวดหลังจากกล้ามเนื้อ ที่ไม่ได้ Warm Up ให้ถึงจุด หรือ ถูกจุด

แต่ที่แน่ๆ ผลที่เห็นคือ มันถูกดึงหลัง จากภาพแรกที่แสดงไป

อีกไม่กี่นาทีต่อมา พี่ห้าว ส่งรูปอีก 1 รูปมาให้ผม 

จากความรู้สึกล้วนๆ ที่ได้เห็นภาพนี้ บอกได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่า พี่ห้าว ผิดพลาดมาก ที่ไปให้ใครก็ไม่รู้ ทำการดึงหลัง บิดหลังแบบนี้

ที่บอกว่าจากความรู้สึก เนื่องจาก ผมไม่ได้เป็นแพทย์ ไม่มีความรู้ด้านนี้อย่างถ่องแท้ เพียงแค่ศึกษาบ้าง เพราะตัวเองมีปัญหาจากกระดูก เลยได้ศึกษา

ภาพนี้ พี่ห้าวถูกดึงไปทางขวามือพี่ห้าวจากแนวหน้าอก และถูกดึงไปทางซ้ายมือพี่ห้าวจากด้านแขน

ลองนึกภาพตาม

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากระดูกสันหลังของคุณที่เป็นแนวเส้นตรง ถูกดึงให้บิดไปทางซ้ายจุดหนึ่ง และถูกบิดไปทางขวาอีกจุดหนึ่ง

    

ไขสันหลัง (Spinal Cord) เป็นส่วนของระบบประสาทที่ต่อมาจากสมองเพื่อควบคุมร่างกาย ตั้งแต่คอลงมา  ระหว่างข้อจะมีหมอนของกระดูกคั่นอยู่ เพื่อลดแรงกระแทก และทำให้บิดตัวได้

หน้าที่ของไขสันหลัง
1.เป็นทางผ่านของกระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สึกไปยังสมอง (รับความรู้สึกSensory) ทำให้เรารู้สึกเจ็บ ร้อน ฯลฯ
2.เป็นทางผ่านของกระแสประสาทจากสมองกับหน่วยปฏิบัติงาน (สั่งการ Motor) เช่นยกแขน ต่อย ฯลฯ
3.สามารถ สั่งการได้เอง ในระบบ Reflex เพื่อป้องกันตัว เช่นพอโดนของร้อนเราจะชักมือหนีทันที (ถ้ามัวรอให้ส่งความรู้สึกร้อนไปถึงสมองแล้วสมองส่งคำสั่งกลับมาให้ชักมือ ออกจะไม่ทัน)
 

 ความผิดปกติของไขสันหลัง

1.จากอุบัติเหตุ มีหลายระดับรุนแรงที่สุดอาจถึงกับทำให้ตัว Spine เคลื่อนออกจากกันทำลาย Spinal Cord จะเป็นอัมพาต (Paralysis) ได้ ตามบริเวณที่มันเลี้ยง และส่วนที่ต่ำลงมาทั้งหมด

ถ้าเป็นที่ระดับคอ อาจทำให้ตาย จากการหายใจไม่ได้ เพราะมันควบคุมกล้ามเนื้อในการหายใจ และกะบังลม  

การช่วยเหลือผู้ป่วยที่เกิดอุบัติเหตุจึงต้องระวังเรื่องนี้มากๆ เพราะ Spine มันอาจเคลื่อนออกจากกันแล้ว แต่ยังไม่ทำลาย Spinal Cord (เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นอัมพาตจากการขนย้าย) อย่าอุ้มผู้ป่วย ให้หาแผ่นกระดานสอดเขาใต้ตัวช้าๆ แล้วหาของวางประกบคอ 2 ข้างไม่ให้ขยับแล้วยกไป

การตกจากที่สูงในท่ายืนส้นกระแทกพื้น อาจทำให้กระดูกส้นเท้า(Calcaneum)แตก หรือ จากแรงกด(compress) ทำให้กระดูกและ Disc ยุบลง

2.จากความชรา ทำให้กระดูกผุ (Osteoporosis) และ Disc บางลง(Degenerated Disc)
การรักษา ควรไปหาหมอทั้งหมด จะรักษาตามอาการ และจะผ่าตัดก็ต่อเมื่อ
     1.รักษาเต็มที่แล้วอาการปวดไม่ลดลง
     2.มีอาการกดทับเส้นประสาท คือปวดหรือชาไปตามบริเวณที่มันไปเลี้ยง และกล้ามเนื้อบริเวณนั้นเริ่มลีบ
 

-------------------------

จากการถูกบิด ถูกดึง ถูกรั้ง ของพี่ห้าว ส่งผลกับกระดูกสันหลังของพี่ห้าวแน่นอน

ที่ผมทำได้ คือ การเตือน ให้ หยุด !! และ หัด Warm Up & Cool Down รวมทั้ง การยืดเหยียด ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง

เชื่อว่า หลายคนก็คงถูกดึงรั้ง แบบนี้มา โดยที่ไม่ได้ศึกษาก่อน 

หยุดเถอะครับ !! ศึกษาก่อน แล้วจะให้ดึง ให้รั้ง ให้ดัด ให้บิด ก็ตามใจท่านๆ

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

เลือกตั้งผู้ว่า 3 มีนาคม 2556 : โพล และ คนกทม.

วันนี้ วันที่ 5 มีนาคม 2556 หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. ปี 2556 ไปเรียบร้อยแล้ว
ผลของการเลือกตั้งก็ออกมา เป็นที่เรียบร้อย
ชาว กทม. เสียงส่วนใหญ่ เลือก "ผู้ว่าคนเดิม" ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 16



ก่อนอื่นใด ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ว่า คนใหม่ หน้าเดิมคนนี้
แต่ Blog นี้ คงไม่ได้มา ชื่นชม ยินดี สรรเสริญ เยินยอ อะไรกันมากมาย
Blog นี้ เขียนด้วยอารมณ์แปลกใจ ข้องใจ คาใจ กับคน  กทม. เลยต้องมานั่งคิด ค้นหา
ว่าเกิดอะไรขึ้น โพลหลายสำนัก ก่อนการเลือกตั้ง ถึงให้ หมายเลข 9 พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ชนะผลการสำรวจโพล ซึ่งมีชัยเหนือ หมายเลข 16 ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร

จับแล้วเลือกผู้ว่า “พงศพัศ” ได้เบอร์ 9 “สุขุมพันธุ์” เบอร์ 16


ย้อน...กลับไป
ปี 2553 กทม. เกิดปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง จนไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง
ด้วยประโยค ( ที่ทำร้ายจิตใจผม และคนหลายๆคน )
"เผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง" ของแกนนำเสื้อแดง
จำได้ไหมครับ ?
...
..
.



จำได้ไหมครับ ? ว่าคนที่พูดนี้ ณ. วันนี้ ได้เป็น รัฐมนตรี
แถมยังมั่นใจมากกับผลของโพล ถึงขนาด ประกาศบนเวทีหาเสียงให้ หมายเลข 9 ว่า

"แต่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฟ้าดินเป็นพยาน ให้พระสยามเทวาธิราช
ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา
ให้ดวงวิญญาณผู้มีคุณูปการ ต่อประเทศไทย ทุกดวง ทุกรุ่น ทุกชนชั้น
ได้โปรดรับฟังสิ่งที่ผมพูด ไอ้เหตุการณ์ที่ไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า
ไหม้ตึกรามบ้านช่อง ในราชประสงค์ แล้วก็มายัดเยียด ว่าเป็นพวกผม เป็นตัวการเผาบ้านเผาเมืองนั้น
 เหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง .....ฯลฯ

แล้วถ้าใครใส่ร้ายป้ายสี ผู้อื่นโดยหวังผลประโยชน์ทางการเมือง
ก็ขอให้พินาศ ล่มจมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เช่นเดียวกัน
โดยเริ่มต้น จากการแพ้ผู้ว่า กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์"

นี่ละครับ ผลจากการฝึกโต้คารมมัธยมศึกษา สมัยก่อน
ต้องมีแขวะ สาดใส่ ฯลฯ กัน แล้วให้ผู้ฟังสนุกสนาน คล้อยตามไปกับคำพูด


จำได้ไหมครับ ? ว่าประเทศ ชะงักงันไปพักใหญ่ๆ กว่าจะฟื้นตัว และกลับสู่สภาพปกติ แบบมีรอยแผลในใจ มีความขัดแย้งในใจแฝงอยู่ ระหว่าง คนเสื้อแดง กับ คนเสื้อไม่แดง

บอกตรงๆ แม้แต่ผมเอง เมื่อขับรถไปทางไหน เจอคนเสื้อแดง รวมตัวกัน ก็จะรู้สึกถึงความไม่สงบสุขขึ้นมาจริงๆ และเชื่อว่า หลายคนก็ยังเป็นเช่นเดียวกับผม



เชื่อว่า คนกทม. ยังคงจำภาพเหล่านี้ แม้ใน กทม. จะมีทั้งเชียร์คนเสื้อแดง และไม่ชอบคนเสื้อแดง
แต่สิ่งที่อยู่ในใจทุกคน เชื่อว่า อยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่มีความวุ่นวาย
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโพล ???
หลายคนคงนึกในใจ ว่า ผมออกทะเลไปไหน ???

สิ่งที่ผมเกริ่นนำนั่นแหละ เป็นพื้นฐานของที่จะอธิบายผลของโพล กับ ผลการเลือกตั้งจริง

ก่อนวันเลือกตั้งจริง 1 สัปดาห์ แกนนำเสื้อแดง [ ก็ประธาน นปช. นั่นแหละ ] ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะมีคนเสื้อแดงไปสังเกตการณ์ หรืออาจจะแฝงนัยยะว่า ควบคุมสถานการณ์การเลือกตั้ง [ เดลินิวส์ ]
ลองนึกภาพว่า หน้าคูหาเลือกตั้ง มีคนใส่เสื้อแดงไปยืนแถวนั้นจำนวนมากๆ จะเกิดอะไร


คนที่จะเลือกตั้ง อาจจะคิดว่า ถ้าไม่เลือกหมายเลขที่คนกลุ่มนี้เชียร์อยู่ จะเกิดอะไรกับประเทศอีกไหม ?
นี่เป็นการกดดันเชิงสัญลักษณ์ หรือเรียกภาษาง่ายๆ ว่า กฎหมู่ ที่บีบคนที่ไปเลือกตั้ง
แม้เหตุการณ์คนเสื้อแดงไปสังเกตการณ์ จะเกิดหรือไม่เกิด แต่แกนนำออกมาบอกแบบนี้
คนที่อยากให้ประเทศสงบสุข ก็หวั่นใจ

นี่ยังไม่รวมกระแสข่าวกรณีตำรวจนครบาลส่งสายสืบมาจับตาหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ [ M2F ]

คนกทม. ก็เริ่มหวั่นไหว ว่าหากผู้สมัครที่คนเสื้อแดงเชียร์ ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จะเกิดอะไรขึ้น หรือ โพล ของหลายสำนักออกมาในลักษณะของ ผู้สมัครที่คนเสื้อแดงเชียร์เป็นรอง จะมีความพยายามอะไรบางอย่างไหม ? นั่นคือสิ่งที่คน กทม. หลายคน วิตกกังวล


เพราะฉะนั้น เมื่อใครถาม ก็อาจจะตอบเลี่ยงๆไป หรือ ตอบให้ไม่มีความพยายามบางอย่างที่จะทำลายความสงบสุขของประเทศ หากผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็น

ต่างกันตรงไหน ?
ก็ในเมื่อ วินาทีนี้ หมายเลข 16 ที่ไม่ใช่ ผู้สมัครที่คนเสื้อแดงเชียร์ ได้รับเลือกตั้ง บ้านเมืองก็สงบสุขดีนี่
ผมให้ร้ายกลุ่มคนมากไปไหม ?

ต่างกันครับ !!
เมื่อคุณรู้ว่า คุณจะแพ้ คุณจะต้องพยายามด้วย "วิธีการที่หลากหลาย" เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เพราะศึกครั้งนี้ ลงทุนกันไปสูง ทั้งความคาดหวัง ภาพลักษณ์ แรงกดดัน ฯลฯ
แต่หากคุณคิดและมั่นใจว่าชนะ ด้วยการสำรวจคะแนน ที่ออกมาว่าคุณจะชนะ
คุณก็ไม่พยายามด้วย "วิธีการที่หลากหลาย"

"วิธีการที่หลากหลาย" ในที่นี้ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีอะไรบ้าง เพราะมันอาจไม่ได้ถูกทำให้เกิดขึ้น แต่ เชื่อว่าถูกคิดเตรียมไว้ !!
และไม่ได้ถูกทำให้เกิดขึ้น ก็เพราะโพล นั่นเอง !!


ผลการเลือกตั้งออกมา กลุ่มคนที่เลือกหมายเลข 16 จะเป็นคนละกลุ่มกับที่โพลสำรวจหรือไม่ ?
ไม่ต้องไปคิดมาก หรือสืบค้นอะไรมากมาย

คน กทม.หลายคนคิดเหมือนที่ผมคิด คือ หากโพลถามมา ก็จะเลี่ยงหรือตอบให้บ้านเมืองสงบ ไม่มีการวางแผนใน "วิธีการที่หลากหลาย" และเตรียมทำให้เกิดขึ้น เพราะมั่นใจในผลของโพล

ดังนั้น ผลของโพล จึงออกมาที่ หมายเลข 9 จะได้เป็นผู้ว่า กทม.
นี่ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด แต่นี่เป็น แทคติก ของคน กทม. ที่คิดซับซ้อน เพื่อรับมือกลุ่มคนที่นิยมกฎหมู่ มากดดัน ข่มขู่ คุกคาม


ขอบคุณครับ คน กทม. ที่ออกมาใช้สิทธิมากถึง 63.98% และผู้สมัคร 2 รายที่มีคนเลือกเกิน 1 ล้านคะแนน น่ายินดีครับ
เลือกตั้งครั้งต่อๆไป ช่วยมาเลือกตั้งกันอีกให้มากกว่านี้นะครับ

ขอบคุณครับ คน กทม. ที่หักเหลี่ยมโพลแทบทุกสำนัก คนเจ้าสำนักโพล ต้องมานั่งคิด นั่งทบทวน เพื่อหาทางให้ โพลใกล้ความจริงมากที่สุด [ ผมว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ คิดทางแก้ เพื่อให้โพลออกมาได้อย่างผลการเลือกตั้งจริงๆ ได้ยากมาก ]

ขอบคุณครับ คน กทม.


ทิ้งท้าย ....
อย่าลืมติดตาม สิ่งที่ หมายเลข 16 หาเสียงไว้  ได้รับความไว้ใจแล้ว ต้องเดินหน้าทำต่อในสิ่งที่ดีครับ
แม้ผมจะไม่หวังการแก้ไขปัญหาจราจร เพราะโดนเตะตัดขาด้วยนโยบายรถคันแรกไปแล้ว
[ บอกตรงๆ ผมรังเกียจ นโยบายนี้ครับ !! เสียดายเงินก้อนนี้ ที่สามารถเอามาสร้างสาธารณูปโภคด้านการขนส่งได้มากมาย จนน่าจะแก้ไขปัญหา Bangkok Traffic Zoo ได้อย่างดี ]

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Dumb Ways To Die - เพลงความตายที่น่ารัก

Dumb Ways To Die - เพลงความตายที่น่ารัก


Set fire to your hair
Poke a stick at a grizzly bear
Eat medicine that’s out of date
Use your private parts as piranha bait
เป่าไฟใส่ในเส้นผม
หรือ จะเอาไม้แหย่ตูดหมี
หรือ จะกินยาที่หมดอายุ
หรือว่า จะเอาอวัยวะ หย่อนลงไปเป็นอาหารปลาปิรันยา
 
  Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die.
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ

Get your toast out with a fork
Do your own electrical work
Teach yourself how to fly
Eat a two week old unrefrigerated pie
 จะเอาส้อมจิ้มในเครื่องปิ้งขนม
จะซ่อมเครื่องไฟฟ้ามั่วๆเอง
จะลองบิน เหาะเหินด้วยตัวเปล่าๆ
หรือว่า จะกินขนมปัง บูดๆ เก่าๆ

Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ

Invite a psycho-killer inside
Scratch a drug dealer’s brand new ride
Take your helmet off in outer space
Use your clothes dryer as a hiding place
เปิดบ้านรับฆาตกรเข้าบ้าน
หรือ กรีดถุงห่อยาเสพติดของพ่อค้ายา
หรือ ถอดหมวกครอบออกกลางอวกาศ
หรือว่า จะแอบอยู่ในเครื่องปั่นผ้าแห้ง 

Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
Keep a rattlesnake as pet
Sell both your kidneys on the internet
Eat a tube of superglue
“I wonder what’s this red button do?”
เลี้ยงงูกะปะ ดังสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ขายไตทั้งคู่ทางอินเตอร์เน็ต
หรือว่า จะกินกาวตราช้างเข้าไป
"ฉันว่า ไอ้ปุ่มแดงๆนี่มันทำ 'ไรได้หว่า..."
 
  Dumb ways to die, so many dumb ways to die, 
dumb ways to di-i-i-ie, so many dumb ways to die
ตายอย่างโง่ๆ, มากมายที่จะตายโง่ๆ
ตายอย่างโง..โง๊ะ...โงๆ, มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
Dress up like a moose during hunting season
Disturb a nest of wasps for no good reason
Stand on the edge of a train station platform
Drive around the boom gates at a level crossing
Run across the tracks between the platforms
They may not rhyme but they’re quite possibly
แต่งตัวเป็นกวางมูส ช่วงฤดูล่า
แหย่รังต่อ แก้เซ็ง..ซะงั้น
ยืนริมช่องทางวิ่งของชานชาลา
ขับรถอ้อมไม้ขวางกันทางรถไฟ
วิ่งข้ามช่องชานชาลาไปๆมาๆ
ถึงรถไฟจะไม่มา แต่ก็ไม่ประมาทดีกว่าม๊าง..... 

Dumbest ways to die
Dumbest ways to die
Dumbest ways to di-i-i-ie
So many dumb
So many dumb ways to die
โคตรโง่เลยที่จะตาย
โคตรโง่เลยที่จะตาย
โคตรโง่เลยที่จะตา...อะ...อ๊ะ...อายย 
มากมาย...วิธีที่ตายอย่างโง่ๆ
 
 

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เอาเงินโบนัสไปทำอะไรดี ??

ลองขึ้นต้นหัวข้อแบบนี้ ....หลายคนก็คิดออก
ขอให้มีเงินเถอะ หาเรื่องใช้เงินได้ทั้งนั้นแหละ

แต่ช้าก่อน... บังเอิญว่า ช่วงนี้ กระแสกองทุนเปิด เพื่อลดภาษี มาแรง
ทำให้ผู้มีรายได้จากโบนัส ตื่นตัว กับคำว่า ลดหย่อนภาษี



เหตุผลง่ายๆ สิ้นปี หลายบริษัท โบนัสออก และ ภายในมีนาคม ต้องยื่นภาษี
สถาบันการเงิน จึงไม่รอช้า รีบออกโปรแกรม โปรโมชั่น กระตุ้นให้คนรีบมาลดหย่อนภาษีกัน
( ไม่แน่ใจ ได้วัฒนธรรมนี้มาจากไหน ที่ชอบลด เลี่ยง ภาษี ) 
... ฮาน่ะ.....ยิ้มหน่อย ก่อนจะมึนกะตัวเลข...



Focus ไปที่มนุษย์เงินเดือน ที่เป็นเป้าหมายของกองทุนทั้งหลาย
LTF , RMF หรือ สารพัด...สารพัน...กองทุน
** นอกเรื่องนิด ตอนที่เรียนเศรษฐศาสตร์ พวกเรามองกองทุนว่า เป็นกลุ่มคนแก่ซื้อเก็บ
เพราะผลประโยชน์น้อย และไม่หวือหวาให้สะใจ - ก็ยุคนั้นมันยุคปั่นค่าเงิน อาจจะต่างกับยุคนี้แล้ว

อันนี้ ข้อความจาก K-Expert
" ยกตัวอย่างเช่น คุณมีฐานภาษีสูงสุด 20% และซื้อกองทุน LTF เป็นเงิน 50,000 บาท ดังนั้น คุณจะสามารถลดหย่อนภาษีจากการลงทุนครั้งนี้ได้ 10,000 บาท (ทั้งนี้ ยอดเงินที่สามารถลดหย่อนภาษีอาจน้อยกว่า 10,000 บาท หากรายได้ที่ตกในฐานภาษี 20% เป็นเงินน้อยกว่า 50,000 บาท) "



เลยได้ตัวอย่างแบบเลขกลมๆ จะได้ไม่มึนมาก
กำเงิน โบนัส 50,000 บาท มาซื้อกองทุน เพื่อหวังลดหย่อนภาษี 10,000 บาท
ซื้อได้เลยครับ ถ้าคุณไม่มีภาระหนี้สินใดๆ 
แต่ช้าก่อน.....หากคุณมีหนี้สินอยู่ล่ะ

เอาตัวอย่าง ( อีกและ ) สำหรับมนุษย์เงินเดือนอีกเช่นกัน ที่ผ่อนบ้าน
สมมุติ กู้ซื้อบ้าน ยอดกู้ 1,200,000 บาท ดอกเบี้ยค่าบ้านที่คุณจะจ่าย มันเท่าไรกัน
สมมุติ ดอกเบี้ยกู้ (จิ๊บๆ) ที่ 5% (พยายามใช้เลขกลมๆ ง่ายๆ เพื่อความเข้าใจ) ซึ่งจริงๆแล้ว อาจจะสูงกว่านี้ หรือ ถูกกว่า ในช่วง 1-3 ปีแรก

สมมุติ คุณผ่อนบ้าน เดือนละ 10,000 บาท ตรงกำหนดตลอด 12 เดือน จ่ายไป 120,000 บาท
ในนั้น จะเป็นดอกเบี้ย 58,605.72 บาท เป็นเงินต้น 61,394.28 บาท

ปีแรกปล่อยมันไป ปีที่ 2 ล่ะ จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ทุกเดือนอย่างมีวินัย จ่ายไปอีก 120,000 บาท
ในนั้น จะเป็นดอกเบี้ย 55,464.67 บาท เป็นเงินต้น 64,535.33 บาท
...
......
ปีที่ห้าล่ะ จ่ายเดือนละ 10,000 บาท ทุกเดือนอย่างมีวินัย จ่ายไปอีก 120,000 บาท
ในนั้น จะเป็นดอกเบี้ย 45,044.01 บาท เป็นเงินต้น 74,955.99 บาท
อ๊ะ....สมมุติ .... หยุดที่ปีที่ 5 หรือ เดือนที่ผ่อนชำระที่เดือนที่ 60 นี้แหละ 

ที่แสดงตัวเลขหลายปี เพื่อให้เห็นว่าปีแรกๆ ที่จ่ายเงินไป ใน 10,000 บาท นั้น เป็นดอกเบี้ยราว 58%
ปีที่ 2 ดอกเบี้ยราว 55 % ปีที่ 5 นั้นราว 45 % ของเงินที่คุณจ่ายไป
เพราะฉะนั้น จบหนี้ก้อนนี้ไวเท่าไร ยิ่งเป็นประโยชน์กับตัวเอง
 
หยุดคิดนิดนึง
ปีนี้ คุณเอาเงิน 50,000 บาท ไปจ่ายค่าบ้าน ดีไหม ?? หรือ จะไป กองทุนดี ??
เมื่อครบกำหนด และถ้าผ่อนชำระอย่างมีวินัย คุณจะจ่ายเงินไปทั้งหมด 1,667,020 บาท ซึ่งเป็นเงินดอกเบี้ยในนั้นทั้งหมด 467,020 บาท ที่ 166 เดือน
( คำนวนตามตารางลดต้น ลดดอกเลย ถ้าจะให้อธิบายเรื่องนี้ ต้องขึ้นกระดาน แล้วร่ายยาวเลยละ เอาเป็นว่า ตามนี้ ผิดเพี้ยนก็นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งไม่กระทบสาระสำคัญ ) 



กลับมาที่ตอนเริ่มต้นได้เงินโบนัส คุณมีเหลือ 50,000 บาท ที่จะเลือก กองทุน : จ่ายบ้าน

* ถ้าึคุณซื้อกองทุน เงิน 50,000 บาท ยังอยู่ งอกเงยไปตามผลประกอบการ ที่ไม่อาจรับรองได้ว่าจะมีผลตอบแทนที่ดีมากน้อยเพียงไร และ คุณได้ลดภาษี 10,000 บาท

* ถ้าคุณจ่ายค่าบ้านในงวดที่ 61 จากด้านบน เงิน 50,000 บาทคุณหายไป ภาษีไม่ได้ลด
ถ้าผ่อนชำระอย่างมีวินัย เงินดอกเบี้ยในนั้นทั้งหมดจะเหลือ 445,605 บาท ลดลงไป 21,415 บาท ที่ 160 เดือน นั่นหมายความอีกว่า คุณไม่ต้องจ่าย 10,000 บาท/เดือน ในอีก 6 เดือนสุดท้าย = 60,000 บาท
เพราะฉะนั้นโบนัส 50,000 บาทเมื่อกี้ของคุณ ไม่ได้หายไปแล้วนะครับ !!
 
นี่ถ้าคุณยังคงดึงโบนัสออกมาปีละ 50,000 บาท เพื่อจ่ายค่าบ้านแทนกองทุน (เพื่อหวังลดภาษีในปีนั้นๆ) ทุกๆปี จะลดลงไปเท่าไร ??



เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีภาระต้องผ่อนบ้าน ( หรือ หนี้สินอื่นๆ ) จงไปชำระหนี้ ก่อนที่จะคิดมองไปถึงการซื้อกองทุนเพื่อหวังลดภาษีไม่กี่บาท ในขณะที่อีกมุมหนึ่ง คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยที่เดินทุกๆวันอยู่

ความเห็นส่วนตัว [ Natt C. ] : จริงๆแล้ว รายละเอียดปลีกย่อย มีอีกมากมาย ทั้งเรื่องหลักเกณฑ์คำนวนภาษีในปี 2557 และ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพราะแต่ละ โครงการ ก็มีมาตรการทางด้านการเงินต่างกันไป
เรื่องนี้ เป็นแค่ภาพคร่าวๆ  เพราะมีคนมาปรึกษา ว่า จะซื้อกองทุนฯ แล้วบังเอิญผมทราบว่า ยังผ่อนบ้านอยู่ ก็เลยให้คำแนะนำไปบ้าง แบบอธิบายคร่าวๆ แค่ดอกเบี้ยที่เดินแต่ละวัน กับการลดภาษี ที่เราสามารถลดภาษีจากด้านอื่นๆได้

อ่อ....แล้วก็ เรื่องนี้ไม่สามารถไปโยงกับฟอกเงินนะจ๊ะ.....