ค้นหาบล็อกนี้

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

กลับบ้าน : ขนของใช้จากต่างประเทศกลับบ้านเรา

กลับบ้าน : ขนของใช้จากต่างประเทศกลับบ้านเรา

ด้วยความที่มีเพื่อน ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ หลายคน หลากหลายประเทศ
แล้วอยากกลับบ้าน หรือขนของใช้ส่วนตัวกลับ
ในที่นี้ขอเรียก ต่างประเทศต่างๆ ว่า "บ้านนอก" ละกัน
เพราะมันเป็นบ้านของเขาเหมือนกัน ที่อยู่ข้างนอก

ก็ต้องทำความเข้าใจอีกอย่าง ว่า แต่ละประเทศ พิธีการ และการคิดค่าใช้จ่ายอาจจะต่างกัน
ในเรื่องของ ภาษี และค่าใช้จ่ายต่างๆ

แล้วก็ต้องทำความเข้าใจอีกอย่าง ว่านี่เป็นการขนของ ไม่ใช่การยัดใส่กระเป๋าเดินทาง
ที่เอาของไปพร้อมกับตัวผู้เอาของใช้กลับ !!

เราจะเอาของใช้ จำนวนมาก กลับบ้านทางเรือกัน
เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย จากปริมาณของที่มากมายเหลือเกิน

รับ-ส่ง สินค้า ทางเรือ

เราจะไม่พูดถึงการขายของก่อนกลับจากบ้านนอกกัน
เพราะอันนี้ ใครๆ หรือ เจ้าของก็น่าจะทำกันเป็นปกติ
ที่จะต้องลงขายของ หรือ ยกให้ฟรีๆ สำหรับของที่เกินความจำเป็นในการกลับบ้าน

1. เริ่มต้นด้วยการ คัดแยกของก่อนเลย
อะไร ควรเก็บและแพ็คไปด้วยกัน รวมกันเป็นกลุ่มๆ (หรือ กอง) ไว้

** ขนาดของสิ่งของ สำคัญ - ขนาดนี่แหละ จะทำให้คุณต้องจ่ายมาก หรือน้อย
หลายคนบอกคิดตามปริมาตร แต่วิธีคิด คือ
FT หรือ
Freight Ton หรือ
1000 Kgs. in weight or 1 M3 in measurement which ever is greater in revenue. หรือ
น้ำหนัก 1 ตัน หรือ ปริมาตร 1 คิวบิกเมตร อยู่ที่ อย่างไหนมากกว่ากัน

 

ซึ่งโดยปกติ หรือโดยส่วนมากแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ ไม่หนักมากขนาดเป็นตันๆหรอก จึงถูกคิดเป็น ปริมาตรแทน


** ความแข็งแรงของสิ่งของ สำคัญ - เพราะสิ่งของนั้นนั้น อาจถูกนำไปรวมกับสินค้าของคนอื่นๆ เพื่อรอการบรรจุ
แบบ Consolidate Container  คือสินค้าหลายรายรอรวมบรรจุในตู้ Container เดียวกันจนเต็มตู้
หรือถ้าของคุณมีเยอะมาก คุณอาจจะเหมาตู้ไป
แบบ [ FCL : Full Container Load ] คือการบรรจุสินค้าแบบเต็มตู้ Container โดยมีของคุณรายเดียว

การส่งกลับไปแบบ FCL ดีตรงที่คุณสามารถเอาของใช้ส่วนตัวกลับ โดยขั้นตอนอาจจะกระชับกว่า เพราะไม่ต้องรอตรวจของร่วมกับคนอื่นๆ และคุณสามารถสั่ง Agent ว่าอะไร วางก่อน-หลัง ล่าง-บน เพื่อเลี่ยงการเจอของชาวบ้านที่หนักกว่า วางบนของที่เปราะบาง ของคุณ

 

ตู้ 20' Container ปริมาตรอยู่ที่ 33 M3 โดยประมาณ
แต่ไม่ใช่ว่า คุณจะยัดได้เต็ม 33 M3 นะครับ เพราะ ลองนึกภาพของใช้ส่วนตัวของคุณ
มีหลากหลายขนาด มี Dead Space จากการวางแล้วเกิดช่องว่าง
คำนวนคร่าวๆ เวลาผมสอนคนของผม คือ 80% ก็ราวๆ 26 M3

 


** น้ำหนักสิ่งของ สำคัญรองลงมา - ที่บอกว่า รองลงมา ก็กรณีคุณส่งมาแบบ FCL น่านละ
แล้วก็อย่างที่เกริ่นไว้ ของส่วนตัวน้ำหนักคงไม่มาก

มีชาวต่างชาติ ที่เข้ามารับงานในเมืองไทยรายหนึ่ง
พี่แกขนของ จากบ้านนอกของแก ใส่ตู้ 20' Container มาเต็มๆ
ประหนึ่งว่า แกจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
แม้กระัทั่ง ซ๊อสปรุงรส แกยังยัดใส่ตู้ Container มาด้วย
คนของผมเปิดตู้ออกมา เห็นของ ก็บ่นกันในใจว่า
"มันไม่คิดจะซื้ออะไรบ้านเราบ้างหรือ ไงฟระ?"
ก็แน่ละ ทำงานบริษัทสายเรือ อะไรยัดใส่ตู้มาได้ แกก็สั่งยัดมาให้เต็มที่
ยังไม่นับตุ๊กตายาง ที่ฝากกัปตันเรือมาอีกนะ......อันนี้ ผมอำลูกค้าเล่น...555

2. หา Agent ที่รับงานเอาของกลับบ้าน
อันนี้ แล้วแต่ประเทศต้นทาง ว่าแต่ละที่ มีเงื่อนไข พิธีการอย่างไร
เจ้าของสินค้า ต้องบอกกับ Agent เพื่อสำแดงในเอกสารให้ศุลกากร

 

ยกตัวอย่าง จาก USA มาประเทศไทย เรือเดินทางประมาณ 45 วัน
แล้วแต่สายเรือ บางสาย เดือนละครั้ง บางสาย มากกว่า
แล้วแต่ว่า Agent นั้นๆ จะใช้สายเรือไหน
ค่าใช้จ่ายตกราว 250 บาท / กก. โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับสิ่งของด้วย
[ อ้างอิงจาก us-hop.com ]

Shipping Goods 

3. เริ่มยัดของลงกล่องกันซะที - กรณีไป Consolidate Container อ่านดีๆ
ส่วนส่งของกลับไปทาง FCL ก็ไม่ต้องกังวลมาก

หลังจากเช็คกับ Agent กำหนดวันส่งของให้ Agent แล้ว
อันนี้ รายละเอียดก็ไปจัดการกันเอง จะส่งให้ Agent หรือให้ Agent จัดรถมารับ
ก็แล้วแต่ความสะดวก ความถนัด

ยกตัวอย่าง ของใช้ส่วนตัวเรา 15 กล่อง ไปแบบ Consolidate Container
เมื่อยัดของใส่กล่อง ถ้าแนะนำ อยากแนะนำให้หากล่องขนาดเดียวกัน
เพราะยิ่งหลายหลายขนาด อาจจะสร้างปัญหา เวลาเจอ Shipping Low Grade
และทำให้การคำนวน Freight Ton ทำได้ง่าย ชัดเจน
ไม่หงุดหงิดใจทีหลัง เวลาที่ถูกคิด Freight Ton มากกว่าของจริง

 

เราเตรียมของเราให้พร้อมก่อน จะดีกว่า ซึ่งหากเราใช้กล่องขนาดเดียว
เมื่อเคลียร์ของปลายทาง กับ Consolidate Container จะทำให้ Shipping ทำงานง่าย
เพราะเราแค่บอกว่า กล่องของเราขนาดนี้นะ มี 15 กล่องนะ

แถมให้เผื่อเจอ Shipping Low Grade หรือพวกเมาค้างมาทำงาน อาจจะ งงๆ เอ๋อๆบ้าง
แนะนำว่า หากระดาษ หรือ Sticker สีแจ่มๆ เขียนแล้้วติดมุมกล่อง
1 แผ่น ต่อ 1 กล่องก็พอ
เขียนจำนวนกล่องของเรา เช่น 1/15 , 2/15 , 3/15 ....เพื่อให้ Shipping ต้นทาง-ปลายทางสังเกตง่ายขึ้น
แล้วจะได้ไม่พลาด หรือ ล่าช้าเกินไป
หรือหากคุณเป็นคนละเอียดหน่อย อาจจะบันทึกใส่สมุด ว่า กล่องไหน ใส่อะไร จะได้ง่ายเวลากลับมาบ้านแล้ว เลือกว่า จะแกะกล่องไหนก่อน-หลัง




4. รอรับของที่บ้านเรา - หลังจากของเดินทางมาถึง Shipping ปลายทาง จะดำเนินการนำของออก
อาจจะท่าเรือ หรือ ตามบริษัทที่รับเปิดตู้ Container ก็แล้วแต่บุญ-กรรมที่ทำกับ Shipping
หรือบางราย อาจจะบริการส่งถึงบ้าน ก็อาจจะถูกบวกเพิ่มนิดหน่อย
แต่แนะนำว่า จ่ายเถอะครับ !!
การติดต่อรับของจาก Shipping หลังจากตู้มาถึง เปิดตู้นำของออกเสร็จ
ขั้นตอนพวกนี้ ใช้เวลา อาจจะทำให้คุณเองเสียเวลางาน เสียเวลาทำธุรกิจของคุณเอง
ผมมองว่า เวลาของคุณ มีค่ากว่าการมาเพื่อ........
- รอการเปิดตู้ Container นำสินค้าออก
- รอเวลาที่คนงานจะว่างเปิดตู้ Container ของคุณ
- รอการคัดแยกของ
- รอ Load ของขึ้นรถของคุณ
- ฯลฯ หากเจอปัญหาอื่นๆ

ด้านล่างนี้ เอามาฝากจาก กรมศุลกากร

การนำเข้าของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว

ชาวไทยที่อยู่ต่างประเทศเกินกว่า 1ปี ที่ไม่ได้อยู่เพื่อการท่องเที่ยว มีสิทธิ์นำเข้าของใช้ในบ้านเรือนโดยปราศจากภาระภาษีอากร นอกจากนี้ชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนามายังประเทศไทยอาจนำเข้าของใช้ใน บ้านเรือนโดยปราศจากภาระภาษีอากรเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะดังจะแสดงด้านล่างนี้
คำว่า “ของใช้ในบ้านเรือน” รวมถึงสินค้าทุกชนิดที่จำเป็นจะมีไว้ในบ้านเรือน เช่น เฟอร์นิเจอร์ พรม หนังสือ เครื่องดนตรี ภาพวาด เครื่องครัว วิทยุ ผ้าลินิน และของตกแต่งบ้าน เป็นต้น ผู้นำเข้าต้องเป็นเจ้าของ ครอบครอง และใช้ของใช้เหล่านี้ก่อนกลับประเทศไทยเพื่อได้รับสิทธิในการนำเข้าโดย ปราศจากภาระภาษีอากร ความเป็นเจ้าของ การครอบครอง และการใช้งานเป็น 3 เงื่อนไขสำคัญในเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น หากของเหล่านี้มีการโอน และครอบครอง โดยไม่ได้ใช้งาน ผู้นำเข้าต้องชำระค่าภาษีอากร
ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำติดตัวมาด้วยขณะเดินทางเข้าหรือออกจากประเทศ ไทยรวมทั้งสินค้าอื่นๆที่ใช้หรือจะใช้เพื่อการค้าไม่ถือว่าเป็นของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้วและไม่สามารถนำเข้าโดยปราศจากภาระภาษีอากรได้



วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

Cat Stevens - Father and Son Original


Father & Son – Cat Stevens



เพื่อน รุ่งเรือง ปานเจริญ ส่ง Link เพลงนี้ใน Version ของ Rod Steward
ฟังแล้วถูกใจ เหมือนการได้ฟังการสนทนากัน
ก็เลย ไล่หาข้อมูล ที่มา ที่ไป ของเพลงนี้
ได้ความว่า เป็นของ Cat Stevens

ด้านล่างเป็นการคัดลอกมาจาก ผู้เขียนที่ใช้ชื่อว่า 
น้ำบุญ:สามตำบล
สมาชิก ชุมชนคนรักหนังสือ 
 
บทเพลงนี้แต่งขึ้นโดย Cat Stevens ในปี 1970 

บทเพลงกล่าวถึงความคิดที่แตกต่างกันระหว่างพ่อและลูกชาย
โดยลูกชายต้องการแสดงออกถึงการใช้วิถีชีวิตที่ต่างไปจากรูปแบบชีวิตเดิมๆที่เป็นอยู่
และพ่อพยายามอธิบายถึงวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ว่าดีอย่างไรและมีความสุขได้อย่างไร 
 
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเหมือนต่างฝ่ายถือว่าตนถูกต้อง
ดังนั้นท้ายสุดลูกชายจึงหาทางออกว่า
เขาต้องไปเพื่อมีชีวิตที่เขาต้องการ หรือ
I know I have to go away ......
 
ในขณะที่พ่อร้องขอให้ลูกชายจงอยู่ และทำไมต้องไป
และตัดสินใจทุกสิ่งอย่างลำพังเพียงคนเดียว 
 stay, why must you go and make this decision alone? 
 
บทเพลงนี้นอกจากจะสะท้อนถึงความคิดที่ขัดแย้งกันในสังคมแล้ว
ยังสามารถอธิบายถึงความขัดแย้งทางความคิดที่เป็นจริงเสมอสำหรับ
คนรุ่นก่อนและคนรุ่นใหม่
ซึ่งต่างก็มีมุมมองและความคิดในการมองชีวิตที่แตกต่างกัน
 
จากทั้งประสบการณ์ในการใช้ชีวิต
รวมถึงกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและมุมมองของคนรุ่นใหม่
ที่มุ่งถึงความสุขทางใจและเสรีภาพในการใช้ชีวิตที่อิสระเสรี มากกว่าคนรุ่นก่อน
ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรุ่นต่อรุ่น
เรียกได้ว่าบทเพลงนี้สะท้อนสังคมในเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเสมอในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี
แต่อย่างไรก็ดีในความขัดแย้งนี้
ท่วงทำนองของเพลงกลับขับกล่อมออกมาอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป
สะท้อนให้เห็นถึงความรักความห่วงใยที่พ่อมีให้กับลูกชายเสมอ
รวมถึงเสียงร้องของ Cat Steven ในช่วงบทของพ่อที่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน .... 
 
Cat Steven ใช้เทคนิคการร้องเพลงโดยการแบ่งเป็น 2 ภาค
โดยภาคที่เป็นบทร้องของพ่อเขาจะใช้เสียงที่ค่อนข้างต่ำ ทุ้ม
ส่วนในส่วนของบทร้องที่เป็นท่อนของลูกชายจะใช้โทนเสียงที่สูง
เพื่อแสดงถึงความแตกต่างในการแสดงอารมณ์และความคิด
โดยมี Alun Davies คอยร้องประสานเสียงในท่อน
"No", "Go and make this decision"
 
โดยร้องประสานอย่างแผ่วเบา นุ่มนวล และเพิ่มเสียงให้แน่นขึ้นในช่วงจบของเพลง
เมื่อฟังเพลงนี้จบแล้ว หวังว่าคุณผู้ฟังทุกท่านนอกจากจะได้ฟังเพลงที่ไพเราะแล้วจะได้แง่คิด
ในการจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งรอบตัวเรา
โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว
อย่าให้ต่างคนต่างไปตามทางของตน
แต่จงให้ทำให้สิ่งที่ตนต้องการอย่างใจเถิด
โดยมีกำลังใจและความรักของคนในครอบครัวเคียงข้างเสมอ.....   


ต่อไปผมก็จะแปล ตามแบบฉบับ และสำนวนของผมเอง ที่อยากจะแปล





[Father] 
It's not time to make a change, 
Just relax, take it easy. 
You're still young, that's your fault, 
There's so much you have to know. 
Find a girl, settle down, 
If you want you can marry. 
Look at me, I am old, but I'm happy. 
 
มันยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้หรอกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร
นั่งพัก สงบใจก่อนนะลูก
ลูกยังต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดอีกมาก
โลกกว้างยังรอให้ลูกค้นหา
เจ้าจะุได้พบคู่ชีวิต และอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง
มองดูที่พ่อซี พ่อแก่ตัวลงไปทุกวัน 
แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายได้ 
 
I was once like you are now, and I know that it's not easy, 
To be calm when you've found something going on. 
But take your time, think a lot, 
Why, think of everything you've got. 
For you will still be here tomorrow, but your dreams may not. 
 
ครั้งหนึ่งพ่อก็เคยเป็นเช่นที่ลูกเป็นอยู่
และพ่อก็รู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายดายไปทุกอย่าง
ใจเย็นๆ แล้วลูกจะได้พบสิ่งที่ดีในอนาคต
ให้เวลากับตัวเอง ไตร่ตรองให้รอบคอบ
ทำไมไม่ลองมองดูทุกสิ่งรอบๆตัวลูกล่ะ
ลูกยังคงต้องอยู่เพื่อทุกอย่างรอบๆตัว
แม้ทุกอย่างจะไม่เป็นดังฝันก็ตาม 
 
 [Son] 
How can I try to explain, when I do he turns away again. 
It's always been the same, same old story. 
From the moment I could talk I was ordered to listen. 
Now there's a way and I know that I have to go away. 
I know I have to go. 
 
ผมจะอธิบายพ่ออย่างไรดี หากชีวิตมันมีจุดพลิกผัน
มันดูคล้ายว่าจะเป็นเรื่องราวแบบเดิมๆ
ที่ลูกได้มีโอกาสพูด และรับฟังเรื่องราว ได้เรียนรู้โลก
ถึงตอนนี้ ลูกก็มีเส้นทางของลูกที่จะต้องเดินก้าวต่อไป 
ลูกรู้ดีครับพ่อ ว่าวันนึงลูกต้องก้าวต่อไป 
 
 [Father] 
It's not time to make a change, 
Just sit down, take it slowly. 
You're still young, that's your fault, 
There's so much you have to go through. 
Find a girl, settle down, 
If you want you can marry. 
Look at me, I am old, but I'm happy. 
 
นั่งลงพัก ค่อยๆไตร่ตรอง 
มันยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้หรอกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร นะลูก 
ลูกยังต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดอีกมาก 
โลกกว้างยังรอให้ลูกได้ฟันฝ่า 
เจ้าจะุได้พบคู่ชีวิต และอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง 
มองดูที่พ่อซี พ่อแก่ตัวลงไปทุกวัน 
แต่ก็ยังมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายได้ 
 
 [Son] 
All the times that I cried, keeping all the things I knew inside, 
It's hard, but it's harder to ignore it. 
If they were right, I'd agree, but it's them you know not me. 
Now there's a way and I know that I have to go away. 
I know I have to go. 
 
ทุกคราที่ลูกร้องไห้ ก็เพราะลูกเก็บกดเรื่องราวไว้ภายใน
มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะก้าวผ่านมันไป
หากเรื่องราวมันถูกต้อง ลูกจะยอมรับ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกก็ยอมรับมันไม่ได้เช่นกัน
ถึงตอนนี้ ลูกก็มีเส้นทางของลูกที่จะต้องเดินก้าวต่อไป
ลูกรู้ดีครับพ่อ ว่าวันนึงลูกต้องก้าวต่อไป

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

การระบายความร้อนเครื่องยนต์

เริ่มจากการที่ Terrano II ของผม ขึ้นเขาที่ขุนสถาน จ.น่าน
แล้วความร้อนขึ้น จนทำให้ฝาบนหม้อน้ำปริออก จนน้ำฉีดออกเป็นฝอย
ถือว่าเป็นโชคดี ที่แ่ค่ปริออกนิดหน่อย ทำให้ยังสามารถขับได้
เพียงแต่คอยดูน้ำอยู่บ่อยๆ เพื่อความอุ่นใจ

จากเหตุนี้ ก็เลย หาความรู้เพิ่มเติม เรื่องการระบายความร้อนรถยนต์
ก็ไปเจอข้อมูลที่ http://www.aisleberley.com ที่อ่านแล้วทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
เนื้อหา ก็ขอ Copy มาวางเลยละกัน



ปั๊มน้ำ

หน้าที่การทำงาน
ทำให้น้ำหมุนเวียนจากเครื่องไปยังหม้อน้ำแล้วไหลกลับเข้า เครื่องการทำงานของ ปั๊มน้ำจะอาศัยสายพานจาก เครื่องยนต์มาหมุนและจะมีลูกปืน มารองรับในการหมุน

ปัญหา
สาเหตุที่ทำให้ปั๊มน้ำไม่ทำงาน สาเหตุแรกก็คือสายพานขาด เมื่อสายพานขาดปั๊มน้ำก็ไม่สามารถหมุน เมื่อปั๊มน้ำไม่หมุนก็ไม่มีการไหลเวียนของน้ำเพื่อเอาความร้อนออกจากเครื่องยนต์
สาเหตุอีกประการหนึ่ง คือการสึกหรอ หรือแตกของลูกปืนจะทำให้ปั๊มน้ำปิดตายไม่ยอมหมุน
หรือหมุนแบบแกว่งตัว ทำให้ส่วนอื่นของเครื่องยนต์เสียหายตามไปด้วย
ส่วนปัญหาที่เจอกันบ่อยของปั๊มน้ำก็คือปั๊มน้ำรั่ว การตรวจสอบทำโดยการติดเครื่องและเร่งเครื่องยนต์จะทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าจะมีน้ำไหลออกมา
แต่ถ้าจอดรถไว้เฉย ๆ โดยไม่มีการติดเครื่องยนต์ หรือติดเครื่องในรอบเดินเบา น้ำจะไม่รั่วซึมให้เห็น
การรั่วของปั๊มน้ำส่วนมาก มักจะเกิดในบริเวณซิลแกนหมุน น้ำจะไหลออกมาทางด้านหน้าและออกจากรูระบายอากาศ

วิธีดูแลรักษา
1. ต้องคอยตรวจสอบสายพานให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ อย่าให้ขาด สายพานควรจะเปลี่ยนใหม่เมื่อมีการใช้งานรถเป็นระยะทาง 40,000 ก.ม
2. เมื่อลูกปืนปั๊มน้ำมีเสียงดังแสดงว่าลูกปืนสึกหรอควรรีบเปลี่ยนทันที
3. การตรวจสอบแบริ่งของปั้มน้ำ ทำโดยจับใบพัดทั้งส่วนบนและล่างและโยกไปมาข้างหน้าและข้างหลัง ถ้าใบพัดขยับได้แสดงว่าแบริ่งปั้มน้ำสึกหล่อ ต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าปั๊มน้ำไม่มีใบพัด ให้จับบนพูลเลย์ ในบางครั้งซีลปั๊มน้ำรั่วจะมีน้ำไหลออกมา หรือแบริ่งมีเสียงก็ควรเปลี่ยนปั๊มน้ำใหม่

วาล์วน้ำ (เทอร์โมสตัท)

หน้าที่การทำงาน
ทำหน้าที่ปิดกั้นทางเดินน้ำไม่ให้ไหลเข้าเครื่องเมื่อเครื่องยนต์เย็น เพื่อที่จะทำให้เครื่องยนต์ร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานเร็วขึ้น
 ปัญหา
วาล์วน้ำเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ก็ยังมีโอกาสเสีย เช่น วาล์วน้ำไม่เปิดเมื่อร้อนเนื่องจากเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้เครื่องร้อนจัด(โอเวอร์ ฮีท)
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำได้โดยการถอดวาล์วน้ำออกชั่วคราว ก่อนถอดวาล์วน้ำออก ให้ถ่ายน้ำหล่อเย็นออกบางส่วน ถอดท่อน้ำออกจากโลหะ ถอดแป้นเกลียวที่ยึดฝาครอบวาล์วน้ำ
 ควรคลายแป้นเกลียวออกทีละน้อย ๆ เพื่อไม่ให้ฝาครอบบิดตัว ถ้าฝาครอบติดแน่นบนเสื้อหุ้ม ให้ใช้แท่งไม้ตอกเบา ๆ เพื่อให้ฝาครอบหลุดออกมา หลังจากนั้นยกวาล์วน้ำออกและควรใช้เศษผ้าอุดช่องเปิดไว้ก่อน ขูดปะเก็นเก่าออกให้หมดแล้วทำความสะอาดผิวหน้าประกบและเปลี่ยนประเก็นใหม่
สังเกตว่าวาล์วน้ำเสียหรือไม่ดูจากจากการเปิดฝาหม้อน้ำแล้วติดเครื่องยนต์จนร้อนแล้วเร่งเครื่อง ถ้าเกจ์วัดความร้อนขึ้นสูงแต่ไม่มีการหมุนวนของน้ำอย่างเร็วโดยดูจากช่องฝาปิดหม้อน้ำที่เปิดไว้ แสดงว่าวาล์วน้ำมีปัญหา หรืออีกกรณีหนึ่งการที่วาล์วเปิดตลอดเวลาทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้า ถ้าเปิดฝาหม้อน้ำแล้วเร่งเครื่องถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะเย็นก็ตามแต่จะมีการหมุนวนของน้ำอย่างเร็ว

วิธีดูแลรักษา
การตรวจสอบวาล์วน้ำทำโดย เริ่มต้นจากการสตาร์ตเครื่องยนต์ในขณะที่เครื่องเย็น ใช้มือสัมผัสที่หม้อน้ำหรือท่อน้ำอันบน ซึ่งในช่วงแรกยังคงเย็นอยู่แต่ถ้าผ่านไปสัก 2 - 3 นาที จะร้อนขึ้นอย่างเร็ว แสดงว่าวาล์วน้ำทำงานผิดปกติ แต่ถ้าค่อย ๆ ร้อนขึ้นทีละหน่อย แสดงว่าวาล์วน้ำเปิดค้างตลอดเวลา
แต่ถ้าร้อนขึ้นช้ามากและเครื่องเริ่มร้อนจัด แสดงว่าวาล์วน้ำปิดตาย
ถ้าต้องการทราบว่าวาล์วน้ำทำงานได้หรือไม่ ทำโดยถอดวาล์วน้ำแล้วนำไปแช่ในน้ำร้อน เมื่อน้ำมีอุณหภูมิขึ้นจนมีค่าใกล้เคียงกับอุณหภูมิทำงานที่แสดงไว้บนวาล์ว วาล์วน้ำจะเปิดออก และเมื่อยกวาล์วน้ำขึ้นจากน้ำร้อนแล้วบ่อยให้เย็น วาล์วน้ำก็จะปิด

หม้อน้ำ

หน้าที่การทำงาน
ระบายความร้อนของน้ำที่เดินทางมาจากเครื่องยนต์ โดยที่หม้อน้ำจะมีท่อทางเดินน้ำ แล้วปิดด้วยครีบรังผึ้งเพื่อระบายความร้อนมาที่ครีบ เมื่อลมพัดผ่านท่อทางเดินน้ำก็เกิดการถ่ายเทความร้อนไปกับลม ทำให้น้ำเย็นตัวลง
ปัญหา
การรั่วของหม้อน้ำ ถ้ารั่วตามตะเข็บตัวล่างจะทำให้สังเกตได้ยากเพราะเพราะส่วนของหม้อน้ำจะบังเอาไว ้แต่ถ้ามีการรั่วซึมในบริเวณอื่นจะสังเกตได้ง่าย
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของหม้อน้ำก็คือการอุดตัน ถ้ามีการอุดตันของหม้อน้ำ ต้องมีการถอดหม้อน้ำออกมาทำความสะอาดโดยการทะลวงเอาสิ่งสกปรกออกมา แต่ถ้าเป็นหม้อน้ำรุ่นใหม่ที่เป็นอลูมิเนียมและใช้ฝาครอบพลาสติกใหญ่จะถอดออกมาไม่ได้
การใช้น้ำยาล้างหม้อน้ำแก้การอุดตันของหม้อน้ำส่วนใหญ่จะได้ผลไม่ดีนัก ดังนั้นผู้ขับขี่ควรจะมีการป้องกันการอุดตันของหม้อน้ำ โดยการใช้น้ำยาหม้อน้ำของทางบริษัทรถ และมีการเปลี่ยนน้ำปีละครั้งหรือสองครั้งตามคำแนะนำของคู่มือรถ

ฝาปิดหม้อน้ำ

หน้าที่การทำงาน
ฝาหม้อน้ำสามารถเก็บแรงดันในหม้อ ทำให้จุดเดือดของน้ำเพิ่มสูงขึ้น เป็น 120 องศาเซลเซียส จากเดิม 100 องศาเซลเซียสปัญหา
ความดันของหม้อน้ำจะถูกควบคุมด้วยฝาหม้อน้ำ ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบการทำงานของวาล์ว แหวนซีลต้องขยับตัวได้อิสระต้านกับแรงสปริง และแหวนยางต้องมีสภาพที่ดี แผ่นยางและสปริง เมื่อใช้งานไปนาน ๆ แผ่นยางจะเสื่อมไม่สามารถเก็บแรงดันได หรือสปริงเสื่อมแรงต้านลดลงไม่สามารถเก็บแรงดันได้สูง เมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงจะไหลกลับไปยังถังพักน้ำ แต่จะไม่ไหลกลับเข้าหม้อน้ำเมื่อเมื่อเครื่องเย็น ทำให้น้ำในหม้อน้ำลดลง ขาดประสิทธิภาพในการระบายความร้อนทำให้เครื่องยนต์มีความร้อนสูงกว่าปกติ
วิธีดูแลรักษา
ต้องทำการตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำเป็นประจำ ปกติระดับน้ำในหม้อน้ำจะเต็มเสมอ หากผู้ขับขี่ตรวจพบว่ามีการพร่องของน้ำในหม้อน้ำ แสดงว่ามีการรั่วของหม้อน้ำ หรือระบบระบายความร้อนมีปัญหา บางครั้งอาจมีสาเหตุมาจากการปล่อยน้ำในถังพักน้ำแห้งเนื่องจากฝาหม้อเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนฝาหม้อน้ำใหม่ จะต้องมีขนาดเขี้ยวล๊อคฝา และแรงดันเท่าเดิม ต้องสังเกตด้วยว่าเป็นหน่วยอะไร


ถังพักน้ำ

หน้าที่การทำงาน
เมื่อน้ำในหม้อร้อนและขยายตัว มันจะดันผ่านวาล์วฝาปิดหม้อน้ำไหลมาถังพักน้ำ เมื่อเครื่องยนต์เย็นน้ำและแรงดันในหม้อลดลง มันจะดูดน้ำจากถังพักน้ำไหลเข้าหม้อน้ำ

ปัญหา
ถ้าผู้ขับขี่พบว่าเวลาเครื่องเย็น น้ำในถังพักน้ำมีปริมาณมากผิดปกติ โดยที่ไม่ได้เติมน้ำเกินขีดสูงสุด แสดงว่าปะเก็นฝาสูบอาจจะแตก ผู้ขับขี่สามารถตรวจเช็คด้วยการเปิดฝาหม้อน้ำเอาไว้ ติดเครื่องจนเครื่องร้อนแล้วเร่งเครื่อง สังเกตน้ำในหม้อน้ำถ้ามีฟองอากาศวิ่งผ่านแสดงว่าฝาปะเก็นสูบแตก ในทางกลับกันพบว่าน้ำในถังลดระดับเร็วจนต้องเติมน้ำบ่อย ๆ แสดงว่าฝาหม้อน้ำมีปัญหา หรือมีการรั่วในระบบระบายความร้อน

พัดลมระบายความร้อน

หน้าที่การทำงาน
มีหน้าที่ดูดลมให้ผ่านรังผึ้งหม้อน้ำ เพื่อระบายความร้อนน้ำหล่อเย็น พัดลมจะมีปะโยชน์เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำหรือการจอดรถเป็นเวลานาน ๆ เช่น รถติด แต่ถ้ารถวิ่งด้วยความเร็วระดับ 60 กม./ชม.ขึ้นไป จะมีกระแสลมที่มาปะทะรังผึ้งหม้อน้ำ เครื่องยนต์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลม ในเวลารถติดถ้าพัดลมมีประสิทธิภาพในการทำงานไม่เพียงพอ จะทำให้เครื่องยนต์มีความร้อนสูง
ปัญหา
สาเหตุที่พัดลมมีประสิทธิภาพในการทำงานไม่เพียงพอ เนื่องมาจาก ใบพัดเสื่อมสภาพไม่กินลม ชุดฟรีคลัทช์ของแกนใบพัดเสื่อม ทำให้ใบพัดหมุนช้าในรอบต่ำ

วิธีดูแลรักษา
เมื่อชุดฟรีคลัทช์ของแกนใบพัดเสื่อม วิธีแก้ไขต้องอัดน้ำยาประเภทพาราฟินเพิ่ม หรือเปลี่ยนชุดฟรีคลัทช์ใหม่ ส่วนรถที่ใช้พัดลมไฟฟ้า จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบควบคุมทำให้ใบพัดไม่หมุน หรือหมุนแต่ไม่เร็วพอเนื่องจากการเสื่อมสภาพของมอเตอร์ใบพัด หรือถ่านสึก ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

สายพาน
หน้าที่การทำงาน
ทำหน้าที่ขับเคลื่อนปั๊มน้ำ พัดลมและอัลเทอร์เนเตอร์

ปัญหา
ถ้าสายพานตึงเกินไปอาจทำให้แบริ่งของปั๊มน้ำและอัลเทอร์เนเตอร์เสียได้ แต่ถ้าสายพานหย่อนเกินไปจะเกิดการลื่นไถล ทำให้พัดลม ปั๊มน้ำ และอัลเทอร์เนเตอร์ทำงานไม่เต็มที่และจะทำให้สายพานเสียหายในที่สุด

เมื่อพบความผิดปกติของสายพานควรเปลี่ยนใหม่ก่อนที่จะขาด สภาพสายพานที่ควรเปลี่ยนใหม่ คือ

1. สายพานหักเป็นช่วง ๆ ตรวจสอบโดยการดัดสายพานให้โค้งงอ จะเห็นร่องรอยการแตกหักเป็นช่วง ๆ
2. สายพานถูกน้ำหล่อลื่นหรือจารบีจับเป็นเวลานาน จนมีสภาพอ่อนนุ่มและยุ่ย
ยางสายพานแยกตัวออกจากเส้นใย
3. สายพานมีลักษณะเป็นเงามันเนื่องมาจากการลื่นไถล ถ้าลื่นไถลมากจะเงามาก
ถ้าสายพานเพิ่งเริ่มเป็นเงาเพียงเล็กน้อยควรปรับให้ตึงขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้ดีขึ้น
4. สายพานมีรอยขาด เส้นใยเริ่มสึกและขาดในที่สุด
5. สายพานแยกตัวเป็นชั้น ๆ และเส้นใยแตกเป็นฝอย ปล่อยไว้นาน ๆ จะทำให้สายพานขาด

การปรับความตึงของสายพานต้องคลายสลักเกียวที่อัลเทอร์เนเตอร์ ที่ยึดติดกับเครื่องยนต์ด้วยแป้นยึดและสลักเกลียวที่ก้านปรับ ซึ่งจะมีร่องสำหรับการปรับระยะ ถ้าต้องการปรับสายพานให้ตึง
ใช้ไม้สอดเข้าไประหว่าง อัลเทอร์เนเตอร์กับเสื้อสูบ แล้วงัดเบา ๆ เมื่อสายพานตึงตามที่ต้องการแล้ว
ก็ให้ขันสลักเกียวของก้านปรับให้แน่น หลังจากนั้นก็ตรวจสอบความตึงของสายพานอีกครั้ง
แต่ถ้าสายพานตึงเกินไป ให้ดันอัลเทอร์เนเตอร์เข้าหาเครื่อง
การเปลี่ยนสายพานต้องคลายสลักเกียวออกทุกตัวก่อนและดันให้อัลเทอร์เนเตอร์เข้าหาเครื่องยนต์แล้วดึงสายพานออกจากพูลเลย์อันบนสุด และถอดสายพานออกจากพูลเลย์ของเพลาข้อเหวี่ยงและปั๊มน้ำ

แต่ถ้าเครื่องยนต์ติดตั้งแบบตามขวาง ต้องถอดสายพานให้ผ่านใบพัดของพัดลม

สำหรับเครื่องยนต์บางรุ่นต้องถอดกำบังลมออกก่อน การเลือกสายพานใหม่ควรเลือกชนิดที่ผู้ผลิตกำหนด และต้องตรวจสอบเบอร์ของสายพาน ให้เท่ากับสายพานเก่า ก่อนใส่สายพานควรทำความสะอาดร่องพูลเลย์ก่อน แล้วคล้องสายพานเข้าไปในร่องพูลเลย์ถ้าไม่สามารถใส่สายพานเข้าร่องพูลเลย์ ได้ง่ายก็ให้หมุนพูลเลย์ โดยหมุนที่ใบพัดของพัดลมหรือใช้ประแจช่วยในการหมุนหลังจากนั้นตรวจดูว่าสายพานเข้าไปในร่องสายพานได้อย่างเหมาะสมและไม่บิดตัว แล้วปรับความตึงของสายพาน
ควรตรวจสอบความตึงของสายพานหลังจากที่ใช้งานไปแล้ว 300 กิโลเมตร เมื่อสายพานพัดลมมีเสียงดังเอี๊ยด ๆ อย่าใช้น้ำมันหล่อลื่นทาเด็ดขาดเพราะถ้าทาน้ำมันเสียงจะหายไปชั่วคราว แต่สายพานจะบวมหรือเหนียวจนใช้งานไม่ได้

ท่อยางตัวล่าง

หน้าที่การทำงาน
เป็นตัวนำน้ำจากหม้อน้ำที่เย็นลงบ้างแล้วกลับเข้าเครื่องยนต์
ปัญหา
จะเกิดการรั่วซึมของน้ำ ใช้มือบีบท่อน้ำตามความยาวของท่อให้สังเกตดูส่วนล่างของท่อยางหรือด้านล่างใต้ท่อยาง ว่ามีรอยของการรั่วซึมหรือการหยดของน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณส่วนโค้งและข้อต่อ ท่อน้ำต้องไม่นิ่มหรือแข็งกระด้าง หรือมีอาการบวมเพราะอาจจะทำให้ท่อแตกได้เมื่ออยู่ภายใต้ความดัน สายรัดท่อเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกับท่อ ควรมีการตรวจสอบสายรัดท่อด้วย
วิธีดูแลรักษา
ต้องตรวจเช็คสภาพและคอยเปลี่ยนเหมือนกับท่อยางตัวบน โดยเปลี่ยนท่อยางตัวบน 2 ครั้ง ต่อการเปลี่ยนท่อยางตัวล่าง 1 ครั้ง
การถ่ายน้ำหล่อเย็นควรทำทุก ๆ 2 - 3 ปี ควรทำในขณะที่เครื่องเย็น โดยการคลายปลั๊กถ่ายน้ำของหม้อน้ำออก ควรเปิดฝาหม้อน้ำด้วยเพื่อการไหลของน้ำเร็วขึ้น จากนั้นใส่ปลั๊กถ่ายน้ำเข้าที่เดิมแล้วเติมน้ำเข้าไปในหม้อน้ำ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เครื่องทำงานเพื่อที่จะไลฟอง่อากาศออกจากระบบ และอย่าลืมเติมน้ำในถังสำรองด้วย
เมื่อรถมีการใช้งานไปนาน ๆ น้ำหล่อเย็นจะหายไปบางส่วน การเติมน้ำหล่อเย็นไม่ควรทำในขณะที่เครื่องร้อนเพราะน้ำร้อนและไอน้ำภายใต้ ความดันจะพุ่งออกมา แต่ถ้าจำเป็นจริงก็ควรใช้ผ้าปิดบนฝาหม้อน้ำ และค่อย ๆ คลายออกทีละน้อยเพื่อให้ความดันออกมาทีละน้อย
ถ้าน้ำในถังสำรองลดลงมากก็เติมในถังน้ำสำรองได้ทันทีควรมีการเติมน้ำยาผสมลงไปในน้ำ หล่อเย็นด้วยเพื่อป้องกันการเกิดตะกรันและเพิ่มจุดเดือดของน้ำให้สูงขึ้น ปริมาณน้ำยาที่เติมลงไปในน้ำควรมีปริมาณที่เหมาะสมตามที่กำหนด

ท่อยางตัวบน

หน้าที่การทำงาน
เป็นทางไหลของน้ำที่ได้รับความร้อนจากเครื่องยนต์แล้วไหลมายังหม้อน้ำเพื่อที่จะระบายความร้อน อายุการใช้งานของท่อยางตัวบนมักจะสั้นและเกิดปัญหาบ่อย จึงควรมีการตรวจสอบของท่อยางเป็นประจำว่า มีการแข็งตัว มีรอยแตก รอยบวมหรือไม่ แต่ถ้ามีอายุการใช้งานประมาณ 3 - 4 ปี ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่และควรจะเปลี่ยนพร้อมกับเหล็กรัดท่อยาง ไม่ควรที่จะใช้เหล็กรัดตัวเก่าเพราะอาจจะทำให้รัดไม่แน่น หรือมีการคลายตัวทีหลัง
ปัญหา
จะเกิดการรั่วซึมของน้ำ ใช้มือบีบท่อน้ำตามความยาวของท่อให้สังเกตดูส่วนล่างของท่อยางหรือด้านล่างใต้ท่อยาง ว่ามีรอยของการรั่วซึมหรือการหยดของน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณส่วนโค้งและข้อต่อ ท่อน้ำต้องไม่นิ่มหรือแข็งกระด้าง หรือมีอาการบวมเพราะอาจจะทำให้ท่อแตกได้เมื่ออยู่ภายใต้ความดัน สายรัดท่อเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกับท่อ ควรมีการตรวจสอบสายรัดท่อด้วย

วิธีดูแลรักษา
อายุการใช้งานของท่อยางตัวบนมักจะสั้นและเกิดปัญหาบ่อย จึงควรมีการตรวจสอบของท่อยางเป็นประจำว่า มีการแข็งตัว มีรอยแตก รอยบวมหรือไม่ แต่ถ้ามีอายุการใช้งานประมาณ 3 - 4 ปี ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่และควรจะเปลี่ยนพร้อมกับเหล็กรัดท่อยาง ไม่ควรที่จะใช้เหล็กรัดตัวเก่าเพราะอาจจะทำให้รัดไม่แน่น หรือมีการคลายตัวทีหลัง ผู้ขับขี่ต้องมีการตรวจสภาพของท่อน้ำสภาพของท่อน้ำที่ควรจะเปลี่ยนใหม่
1. ท่อน้ำที่มีสภาพบวมโปร่ง ควรมีการเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะท่อน้ำอาจจะระเบิดได้ทุกเวลาเมื่อร้อนจัด หรืออยู่ภายใต้ความดันสูง การที่ท่อน้ำบวมมีสาเหตุจากบริเวณที่บวมมีคราบน้ำมันหล่อลื่นเปียกชื้นอยู่เสมอ
2. ท่อน้ำที่มีรอยแตกร้าวเป็นเส้นหรือแตกเป็นลาย ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเพราะถ้าปล่อยไว้นาน ๆ แล้วเส้นใยภายในท่อน้ำจะเริ่มขาดและท่อน้ำจะฉีกขาดในที่สุด
3. ปลายท่อน้ำชำรุดมีสาเหตุมาจากสายรัดท่อแน่นเกินไป กดยางจนเปื่อย หรือสายรัดหลวมเกินไป ทำให้มีน้ำรั่วออกมาในขณะที่เครื่องร้อน ปลายท่อจะบานและมีตะกอนจับ ดังนั้นควรใช้สายรัดท่อที่มีความกระชับพอดีกับขนาดท่อ
4. มีตะกอน ตะกรัน และสิ่งสกปรกอยู่ภายในท่อน้ำ ทำให้ท่อน้ำเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
5. ถ้าบีบท่อน้ำแล้วท่อน้ำนิ่มเกินไปหรือตีบแน่น หรือท่อน้ำแข็งจนบีบไม่ลง ควรเปลี่ยนใหม่ 

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บริโภคนิยม กับ Non-Bank Credit

ในฐานะของนักเศรษฐศาสตร์ ที่จบมาด้วยเกรด 2.03 แบบเฉียดฉิว
ในฐานะของผู้บริโภคสินค้า
ในฐานะของผู้เป็นลูกหนี้บัตรเครดิต
มุมมองของลูกจ้่างเอกชน ผู้ทำงานกินเงินเดือน

ทุกๆประเด็น จุดประกายให้เขียนเรื่อง "บริโภคนิยม กับ Non-Bank Credit" ขึ้นมา

วันที่ 06 กุมภาพันธ์ 2012 ด้วยความที่ว่างๆ เหงาๆ เลยไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า
พร้อมทั้งไปชำระหนี้บัตรเครดิต [ ก็บอกแล้วว่า เป็นลูกหนี้ ]

หนี้จากอะไร : ผมนิยมการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรฯ โดยตัดผ่านบัตรเครดิต
เลยถึงเวลาก็มาเดินเล่น ดูผู้คนซะหน่อย
เพราะจริงๆ แล้ว ทุกอย่างทำผ่านโทรฯ , Internet Banking หรือ ตู้ ATM หน้า 7-11 ที่ปากซอยก็ได้
แต่ก็อยากมาเดินดูโลกซะหน่อย ว่ามีวิวัฒนาการไปถึงไหน


บังเอิญอีกเช่นกัน เดินไปสะดุดตากับป้าย I-Phone4S ผ่อน 0 % x 10 เดือน
อืม...สาวก Android อย่างผมก็ เกิดอาการอยากลองของขึ้นมาทันที

เข้า DTAC Shop ไปถามหา "ไม่มีคร่า....มาวันละ 10 เครื่อง ลูกค้ามาเช้าๆจะดีกว่านะคะ"
สาว DTAC หน้าสวย ใส ตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

ไม่เป็นไร ไม่มี ก็ไม่เอา .........
เดินไปอีกหน่อย เจอร้าน JAY Mart ติดป้ายเหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจ
เอาวะ....ลองถามมันอีกหน่อย ไม่มี ก็ไม่เอา.......


ปรากฏว่า มีครับ I-Phone 4S มีแต่ 32 Gb ด้วยราคา 25500 บาท
"งั้นเอามาเครื่องนึง ใช้เบอร์เดิม" ผมตอบง่ายๆ ใช้ 0 % x 10 เดือน บัตรกสิกรฯ
น้องก็จัดแจงให้เสร็จสรรพ ทั้งเตรียมเอกสาร และช่วยกรอกรายละเอียด

สักพัก น้องอีกคนก็พาลูกค้า คู่หนึ่งมานั่งข้างๆ
I4S เช่นกัน พลันผมก็เหลือบไปเห็นบัตรที่น้องเขาใช้ซื้อ : First Choice ครับ
สักพักมาอีกทีมนึง I4S เช่นกัน : AEON ครับ


บัตรพวกนี้ เงินเดือน 8000 บาท + รายได้ประจำอื่นๆ 2000 บาท ก็เข้าสู่วงจรได้แล้ว
ทั้ง 2 ราย ใช้บัตร Non-Bank โดยเสียดอกเบี้ย ไม่ใช้บัตรของธนาคาร
นั่นพอจะอนุมานได้ว่า เงินเดือน ไม่ถึง 15000 บาท [ ตามเกณฑ์ของบัตรเครดิต ]
เพราะถ้าถึง และมีบัตร ก็คงใช้บัตรเครดิต ในการผ่อนไม่มีดอกเบี้ยแล้วละ
จริงไหม ?

แล้วคนเงินเดือน ไม่ถึง 15000 บาท จำเป็นไหม กับการใช้ I Phone ที่ราคา 25500 บาท
ความคุ้มค่าของการใช้งาน ยังไม่นับค่า Package รายเดือนอีก
คำตอบจริงๆ เจ้าตัวคงรู้ดี และหลายๆคนคงพอเดาได้.....

และด้วยความที่เราๆ ท่านๆ ต่างเข้าใจว่า Non-Bank นั้น ดอกเบี้ยแพงขนาด
ก็เลยมาหาข้อมูลดูว่าไอ้ Non-Bank มันคิดดอกเบี้ยกันยังไง
มองแบบผ่อนสินค้านะ ไม่ใช่ สินเชื่อเงินสด


First Choice 22 % / ปี รายนี้ บอกว่าผ่อน 12 เดือน
AEON 20 % / ปี รายนี้ขอไปสบายๆ เรื่อยๆที่ 24 เดือน
[ อย่าเพิ่งว่า ผมเสือกเรื่องชาวบ้านเลย อารมณ์ Economist มันเข้าสิงชั่วขณะ ]

First Choice รวมดอก = 31110 บาท หรือ 2592.50 บาท / เดือน
AEON รวมดอก = 35700 บาท หรือ 1487.50 บาท / เดือน

ในสภาพชีวิตจริง หากเผลอ ลืม ไม่ได้จ่าย จะโดนค่าติดตามทวงถาม + ดอกเบี้ย ซัดเข้าไปอีก
รายของ AEON อาจจะพอไหว เพราะ ผ่อนระยะยาว
ดอกเบี้ยแพงหน่อยในภาพรวม แต่ก็กำลังจ่าย น่าจะไหว

ในมุมที่ใส่อารมณ์ Economist ของผม ประเมินว่า
ภาระของการผ่อนชำระหนี้(หนี้ทั้งหมด) ควรอยู่ที่ไม่เกิน 15 % ของรายได้
เช่น รายได้ 15000 บาท ควรมีภาระผ่อนชำระที่ 2250 บาท


กรณีน้อง First Choice อาจจะเงินตึงมือ หรือ หากมีแฟนมีรายได้พอประคับประคองกันได้ ก็ดีไป
เมื่อภาวะเงินขาดมือ ปัญหาต่างๆก็ตามมา 

แล้วทำไม ต้อง I Phone ?

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

You’ll never walk alone - Liverpool


You’ll never walk alone - Liverpool

When you walk through a storm,
เมื่อยามที่คุณเดินฝ่ามรสุมร้าย
Hold your head up high,
จงเงยหน้าขึ้นรับปัญหาที่เกิด
And don't be afraid of the dark,
และอย่าหวาดกลัวกับความมืดมนที่จะเกิด
At the end of a storm, there's a golden sky,
หลังจากผ่านพ้นมรสุมร้ายไปแล้ว คุณจะได้พบท้องฟ้าสดใส
And the sweet silver song of a lark.
แล้วคุณจะยิ้ม ร้องเพลงได้อย่างสุขสันต์
Walk on through the wind,
ก้าวเดินไปเถอะ ข้ามฝ่าสายลมแรง
Walk on through the rain,
ก้าวเดินไปเถอะ ข้ามฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ
Though your dreams be tossed and blown...
แม้ว่าสิ่งที่ฝันจะโดนฟ้า ฝน โถมซัดรุนแรงเพียงใด
Walk on, walk on, with hope in your heart,
จงก้าวเดินต่อไป เดินต่อไป ด้วยความหวังที่เปี่ยมในหัวใจตน
And you'll never walk alone,
และเมื่อคุณเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง คุณจะไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
You'll never walk alone...
คุณจะไม่เดินอยู่อย่างเดียวดายอีกต่อไป
Walk on, walk on, with hope in your heart,
จงก้าวเดินต่อไป เดินต่อไป ด้วยความหวังที่เปี่ยมในหัวใจตน
And you'll never walk alone,
และเมื่อคุณเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง คุณจะไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว
You'll never walk alone...
จากนี้ ... คุณจะไม่เดินอยู่อย่างเดียวดายอีกต่อไป




วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

สรุปสาระ(ที่คิดว่า)สำคัญ : ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์


Men are from Mars, Women are from Venus 
: ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์

ผู้หญิงส่วนใหญ่สนใจเรื่องความสัมพันธ์มากกว่าความสำเร็จ พวกเธอสนใจเรื่องความหวังดี ความรัก และการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

เมื่อผู้ชายรู้สึกว่าไม่สามารถทำให้ชีวิตของคนใดคนหนึ่งดีขึ้นได้ เป็นเรื่องลำบากที่จะคงความสัมพันธ์แบบเดิมอีกต่อไป
เขาจะตื่นเต้นได้อย่างไรถ้าไม่มีใครต้องการเขาแล้ว
ถ้าอยากตื่นเต้นอีกครั้ง ต้องมีใครสักคนที่แสดงความชื่นชม ไว้วางใจ และยอมรับในตัวเขา ถ้าไม่มีใครต้องการเขา ก็เท่ากับว่า เขากำลังตายไปอย่างช้าๆ นั่นเอง

ผู้ชายส่วนมากไม่เคยรู้มาก่อนว่า ความรู้สึกที่มีใครสักคนคอยห่วงใย สำคัญกับเธอมากขนาดไหน
ผู้หญิงจะมีความสุขเมื่อคิดว่าพวกเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อผู้หญิงไม่พอใจ อ่อนไหว สับสน เหน็ดเหนื่อย หรือสิ้นหวัง
สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดคือ เพื่อนสักคน เธอไม่ต้องการอยู่คนเดียว

สาเหตุที่ผู้ชายไม่ชอบฟังเวลาผู้หญิงพูดถึงปัญหาก็คือ มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไรสักอย่าง

เด็กผู้ชายคนไหนที่โชคดี มีโอกาสเห็นพ่อของเขาดูแลแม่ของเขาได้เป็นอย่างดีแล้ว
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะมีความมั่นใจว่าสามารถดูแลผู้หญิงที่เขารักได้เช่นกัน
แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ทำอะไรออกไป เขาก็รู้ตัวว่า ทำได้แน่      

คำบ่นที่เกิดขึ้นมากที่สุดในเรื่องของความสัมพันธ์ก็คือ
ฉันรู้สึกว่าไม่มีใครฟังฉันเลย
แม้กระทั่งประโยคนี้ ก็ทำให้ผู้ชายตีความหมายผิดได้

คุณจะเห็นว่า ผู้ชายและผู้หญิงมีวิธีคิดและทำไม่เหมือนกัน
ผู้หญิงคิดออกมาดังๆ เล่าความรู้สึกต่างๆให้กับคนอื่น แม้กระทั่งในปัจจุบัน
ผู้หญิงจะค้นพบสิ่งที่เธอต้องการผ่านกระบวนการพูด โดยการปล่อยความคิดต่างๆของเธอออกมาผ่านทางการการพูดอย่างอิสระ ซึ่งช่วยให้เธอพบคำตอบได้ด้วยตัวเอง
แต่ผู้ชายจัดการกับปัญหาแตกต่างโดยสิ้นเชิง ก่อนจะพูดหรือตอบอะไร
พวกเขาจะต้องนิ่งเงียบสักพักเพื่อ คิดให้ตก เสียก่อน ด้วยการอยู่เงียบๆคนเดียว ค่อยๆแก้ปมออกทีละเล็กทีละน้อย


การไม่ยอมพูดของผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงคิดไปในแง่ร้ายเสมอ
เพราะผู้หญิงจะเงียบได้ก็ต่อเมื่อ เธอคิดว่าสิ่งที่เธอพูดนั้น จะไปทำร้ายความรู้สึกคนอื่น
อย่าแปลกใจเลยว่า อาการเงียบของฝ่ายชายจึงสร้างความหวั่นไหวให้ผู้หญิงได้มากขนาดนั้น

โปรดอย่าคิดเลยเกิดไปว่า ผู้ชายไม่อยากให้ใครมาเอาใจ ผู้ชายชอบคนมาเอาใจ แต่ต้องกระทำไปในลักษณะที่ไม่กระทบศักดิ์ศรีของเขา
ซึ่งไม่เหมือนกับสิ่งที่เธอคิด การให้คำแนะนำจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อ เขาเอ่ยปากขอร้องก่อน

ขณะที่ผู้ชายกำลังหั่นไก่งวงในเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ถ้าภรรยาของเขามาคอยบอกวิธีหั่นอยู่ข้างๆเขาแล้ว จะสร้างความหงุดหงิดและรำคาญให้เขามาก
ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ชายเสนอตัวที่จะแนะนำหรือหั่นไก่งวงให้เธอ เธอกลับรู้สึกยินดี

ขณะที่ผู้ชายต้องการความเชื่อใจ ผู้หญิงต้องการความเอาใจใส่
เมื่อผู้ชายพูดกับผู้หญิงว่า เกิดอะไรขึ้นกับคุณหรือเปล่า?” พร้อมแสดงความห่วงใยออกมาทางใบหน้า
จะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นกับความเอาใจใส่ของเขา
แต่เมื่อผู้หญิงพูดด้วยข้อความที่เหมือนกับผู้ชายว่า เกิดอะไรขึ้นกับคุณหรือเปล่า?”
กลับทำให้เขารู้สึกว่าเธอกำลังดูหมิ่นความสามารถของเขา และไม่เชื่อว่าเขามีความสามารถพอ

ผู้ชายทำตัวห่างเหินออกไปด้วยความรู้สึกอยากเป็นอิสระหรือเป็นตัวของตัวเอง
เมื่ออยู่คนเดียวจนพอใจแล้ว เขาก็จะเข้ามาใกล้ชิดเหมือนเดิม

ถ้าผู้หญิงห่างเหินจากคนใดคนหนึ่งไปนานๆ การที่จะกลับมาใกล้ชิดอีกครั้ง ต้องอาศัยเวลาพอสมควร
ขณะที่ผู้ชายไม่ต้องอาศัยเวลาเลย


นิสัยผู้ชาย เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับคนที่รักได้สักพัก ความรู้สึกอยากเป็นอิสระและอยู่ห่างจากคนที่เขารักก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
แต่ทันทีที่เขาตีตัวห่างออกไป ผู้หญิงจะว้าวุ่นใจทันที สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงคือ เมื่อเขาอยู่ห่างออกไปและได้รับความเป็นอิสระเต็มที่แล้ว
เขาก็อยากมีความใกล้ชิดอีกครั้ง ความต้องการของผู้ชายจะสลับไปมาระหว่าง การเป็นอิสระและความผูกพันใกล้ชิด

เมื่อผู้ชายถอยออกไป ไม่ใช่เวลาที่สมควรพูดหรือเข้าใกล้ จงปล่อยเขาไป
หลังจากนั้นสักช่วงเวลาหนึ่ง เขาจะกลับมาเองและทำตัวราวกับว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ช่วงเวลาที่ควรจะพูดคือ ตอนที่เขากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อผู้หญิงเปิดใจพูดถึงสิ่งต่างๆโดยไม่เรียกร้องอะไรจากฝ่ายชาย สิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้ชายเริ่มพูด
แต่เมื่อใดที่เขารู้สึกว่ากำลังถูกบังคับให้พูดแล้ว สมองเขาจะว่างทันทีและไม่มีอะไรจะพูด
แม้ว่าเขามีบางอย่างจะพูด แต่เขาจะไม่พูดออกมา เพราะเขารู้สึกว่ากำลังถูกบังคับให้พูด

ผู้ชายส่วนมากไม่รู้ว่าการที่อยู่ดีๆห่างออกไป แล้วอยู่ดีๆก็กลับไปหาผู้หญิงนั้น มีผลกับผู้หญิงอย่างไร
เธอต้องการความมั่นใจว่าเขายังรักและเอาใจใส่เธออยู่

เมื่อเริ่มพูดกันอีกครั้ง ผู้หญิงที่ฉลาดจะไม่เรียกร้องให้เขาพูดก่อน แต่จะขอให้เขาฟังแทน การทำแบบนี้จะไม่สร้างความกดดันให้ฝ่ายชาย
เธอรู้ว่าจะเปิดเผยความรู้สึกออกมาได้อย่างไร โดยไม่เรียกร้องเขามากเกินไป
เธอเข้าใจแล้วว่า การอยู่ใกล้ชิดมากเกินไปก็อาจทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่จะถอยห่างออกมาได้เหมือนกัน
เนื่องจากผู้ชายทุกคน ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง

นิสัยผู้หญิงเหมือนกับคลื่นทะเล เมื่อใดที่เธอมีความรัก ความรักในตัวเองจะขึ้นสูงและลดต่ำลงมาในลักษณะคล้ายกับการก่อตัวของลูกคลื่น
เมื่อเธอรู้สึกดี คลื่นในตัวเธอจะก่อตัวขึ้นถึงจุดสูงสุด แต่หลังจากนั้นอารมณ์จะเปลี่ยนไป และลูกคลื่นตกลงสู่เบื้องล่าง
เมื่อคลื่นในตัวผู้หญิงขึ้นสูง เธอมีความรักแบ่งปันให้คนอื่นอย่างเหลือเฟือ
แต่เมื่อมันตกลงมา เธอรู้สึกว่าตัวเองว่างเปล่าและโหยหาความรัก
ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเก็บกวาดและทำความสะอาดอารมณ์ของเธอ


ความสามารถที่จะให้และรับความรัก เป็นภาพสะท้อนที่เธอมีต่อตัวเอง เมื่อเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ดี เธอไม่สามารถจะยอมรับและชื่นชมคู่ของเธอได้
ในช่วงตกต่ำเธอมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังหรือมีอาการแสดงตอบทางอารมณ์มาก
เมื่อคลื่นของเธอลงมาจนถึงจุดต่ำสุด เธอจะกลายเป็นคนอ่อนแอและต้องการความรักมาก

สิ่งสุดท้ายที่ผู้หญิงต้องการเมื่อเธออยู่ในช่วงขาลงก็คือ คนที่บอกเธอว่าทำไมเธอจึงไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น
สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดก็คือ ใครสักคนที่อยู่กับเธอในช่วงเวลานั้น คอยรับฟังความรู้สึกเธอและเห็นอกเห็นใจเธอ

*** จมลงในบ่อน้ำ การเข้าสู่ภวังค์แห่งการคิดวนเวียนในทางลบ ประมาณว่า พายเรือในอ่าง : ความเห็น - ผู้สรุป ***
เมื่อเธอได้รับกำลังใจในช่วงวิกฤตินี้บ่อยขึ้น ความสัมพันธ์จะมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ และเธอสามารถขึ้ยและลงบ่อน้ำของเธอได้โดยไม่เกิดความรู้สึกขัดแย้งในจิตใจ
นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดจากความสัมพันธ์ที่ดี

การอยู่เป็นกำลังใจให้กับฝ่ายหญิงในช่วงที่เธอต้องการคือ สิ่งที่เธออยากได้มากที่สุด เธอจะค่อยๆเป็นอิสระจากอิทธิพลที่ได้รับในอดีต
อารมณ์ของเธออาจขึ้นและลงเหมือนเดิม แต่จะไม่สุดขั้วจนกระทบกับความรักที่มีตามธรรมชาติของเธอ

ความรักและกำลังใจจากผู้ชายแก้ปัญหาฝ่ายหญิงไม่ได้ในทันที อย่างไรก็ตาม ความรักที่เขามีต่อเธอได้ช่วยให้เธอจมลงไปในบ่อน้ำได้ลึกมากขึ้น
เป็นเรื่องโง่มากที่คิดว่าผู้หญิงจะทำตัวดีเสมอต้นเสมอปลาย
เขาต้องเตือนตัวเองว่า ปัญหาพวกนี้ อาจกลับมาอีกครั้งเมื่อไรก็ได้ แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เขาสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้

การที่ผู้หญิงจมลงไปในบ่อน้ำไม่ใช่ความผิดของฝ่ายชาย หรือเกิดจากความล้มเหลวของฝ่ายชาย
แม้ว่าเขาจะเป็นกำลังใจมากขนาดไหนก็ตาม เขาไม่มีวันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ แต่เขาสามารถช่วยเธอให้ผ่านช่วงเวลาวิกฤตินี้ไปได้

ผู้หญิงสามารถลอยตัวขึ้นมาได้เองหลังจากจมลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยที่ผู้ชายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย
เธอไม่เป็นอะไร ขอเพียงแค่ความรัก ความอดทน และกำลังใจจากเขาเท่านั้น

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคนใดคนหนึ่งของผู้หญิง มีแนวโน้มที่จะทำให้ลูกคลื่นมีขนาดใหญ่ขึ้น
หัวใจสำคัญก็คือ เธอต้องมั่นใจว่าจะผ่านวงจรนี้ไปได้อย่างปลอดภัย เพราะมิฉะนั้นแล้วเธอต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อแสร้งทำว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติ และข่มความรู้สึกต่างๆไว้ภายใน


คุณเคยอาจได้ยินเรื่องของสามี๓รรยาคู่หนึ่งที่ไม่เคยทะเลาะหรือมีปากเสียงกันเลย แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ทุกคนก็แปลกใจที่รู้ว่า คู่นี้แยกทางกัน
มีหลายเรื่องที่ฝ่ายหญิงเก็บความรู้สึกในแง่ลบไว้ เพื่อไม่อยากมีปากเสียง
ผลก็คือ เธอกลายเป็นคนที่เย็นชาและรักใครไม่ได้อีกต่อไป

เมื่อความรู้สึกในแง่ลบที่ปิดบังความรู้สึกในแง่บวกกลับกลายมาเป็นสิ่งที่ต้องถูกปิดบังอีกด้วย ความรักก็ตายจากไป
การหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการโต้เถียงและทะเลาะกันเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่ทำด้วยการเก็บกดความรู้สึกไว้ภายใน

ขณะที่ลูกคลื่นของผู้หญิงตกลงมา มันเหมาะสำหรับการทำความสะอาดอารมณ์ต่างๆที่ไม่ดีให้หมดไป
ถ้าไม่มีการทำความสะอาดหรือถ่ายเทออกไปแล้ว เธอจะรักใครไม่ได้อีก
ถ้าเธอควบคุมอารมณ์ของเธอไว้ไม่ให้มันเกิดขึ้นมาอีก จะเป็นการขัดขวางกลไกตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น
เธอจะกลายเป็นคนที่ไม่มีความรู้สึกและสิ้นไร้ไฟเสน่หา

แม้แต่ผู้หญิงที่เข้มแข็งก็ต้องมีวันจมลงในบ่อน้ำของเธอเป็นบางครั้ง
ผู้ชายส่วนใหญ่คิดผิดว่า ภรรยาที่ประสบความสำเร็จด้านการงาน จะไม่ต้องพบกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ในความจริงนั้น ตรงกันข้าม

เมื่อผู้หญิงอยู่ในโลกของการทำงาน เธอค่อยๆสะสมความเครียดและมลพิษต่างๆไว้ภายใน ทำให้ยิ่งต้องการเวลาทำความสะอาดจิตใจมากขึ้นไปอีก
ในทำนองเดียวกัน ถ้าผู้ชายได้รับความกดดันและทำงานหนักเกินไป ยิ่งทำให้เขาอยากหนีไปห่างๆเร็วยิ่งขึ้น

ขณะที่ผู้หญิงใส่สูททำงาน เธอสามารถแยกเหตุผลออกจาอารมณ์ได้
แต่ทันทีที่เธอกลับถึงบ้าน เธอต้องการให้สามีแสดงความรัก ความเอาใจใส่เธอ นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ

เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า ความรู้สึกอยากจมในบ่อน้ำของเธอ ไม่จำเป็นต้องส่งผลกระทบถึงความสามารถในการทำงานของฝ่ายหญิง
แต่มันมีผลกับการติดต่อของเธอกับคนที่เธอรักและอยากอยู่ใกล้ชิด


เมื่อผู้หญิงเจ็บปวด เธออาจทำดูเหมือนกับพยายามกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเขา
แต่ถ้าเธอได้รับการดูแลและเข้าใจเพียงพอ การตำหนิก็จะอันตรธานหายไป
การพยายามอธิบายว่า ทำไมจึงไม่ควรเจ็บปวดจากเรื่องอย่างนี้ ทำให้ทุกอย่างอาจแย่ลงไปอีก

บางครั้งเมื่อผู้หญิงกำลังเจ็บปวด ทางด้านเหตุผลแล้วเธออาจยอมรับได้ว่า เธอไม่ควรจะมาเจ็บกับเรื่องแบบนี้
แต่ด้านอารมณ์แล้วเธอยังเจ็บอยู่และไม่อยากได้ยินจากปากผู้ชายว่าเธอไม่ควรเจ็บปวด
สิ่งที่เธอต้องการก็คือ ความเข้าใจ ว่าทำไมเธอถึงได้รับบาดเจ็บ

คนส่วนมากไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้หญิงและผู้ชายมีความต้องการทางอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่รู้ว่าจะดูแลกันอย่างไร
ปกติแล้วผู้ชายจะเป็นฝ่ายเลือกว่าจะคบผู้หญิงแบบไหน ขณะที่ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายให้ในสิ่งที่เธอต้องการ
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งคิดว่า อีกฝ่ายมีความต้องการเหมือนกับตัวเอง
ผลที่ออกมาคือความสัมพันธ์ของทั้งสอง เก็มไปด้วยความไม่สมหวังและขุ่นเคือง

ทั้งชายและหญิงต่างคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายให้เพียงข้างเดียวโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย แต่ละฝ่ายรู้สึกว่าทำอะไรให้มากมาย แต่ไม่เคยมีใครเห็นความดีเลย
ความเป็นจริงก็คือ ทั้งสองฝ่ายเป็นฝ่ายให้ก็จริง แต่ไม่ได้ให้อย่างที่ควรจะเป็น

ผู้หญิงคิดว่า การถามคำถามด้วยความห่วงใยหรือแสดงความเป็นห่วงอีกฝ่ายหนึ่ง คือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง
แต่กลับทำให้ผู้ชายรู้สึกรำคาญ รู้สึกเหมือนถูกควบคุม และอยากมีเวลาเป็นของตัวเอง จึงทำให้ผู้หญิงไม่เข้าใจ
เพราะถ้าใครทำแบบเดียวกันนี้กับธอ เธอจะดีใจมาก

วิธีที่ผู้ชายแสดงความรักความห่วงใย กลับทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่มั่นคงและคิดว่าเขาไม่สนใจใยดีเธอ
เช่น วิธีการแสดงความห่วงใยของผู้ชายเมื่อเห็นผู้หญิงมีอารมณืโกรธก็คือ พยายามทำให้ปัญหาของเธอดูเล็กลงด้วยการพูดว่า อย่าห่วงเลยน่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ด้วยหวังว่าจะปล่อยให้เธอมีเวลาสำหรับไตร่ตรองเรื่องนี้เงียบๆคนเดียว
แต่การทำแบบนี้กลับทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าเขาไม่สนใจและทอดทิ้ง


ทุกคนต้องการความรัก ผู้ชายและผู้หญิงต่างมีความต้องการความรักฝ่ายละ 6 แบบ เท่ากัน
ผู้ชายต้องการ ความเชื่อใจ การยอมรับ คำชื่นชม การยกย่อง ความพอใจ และกำลังใจ
ผู้หญิงต้องการ ความเอาใจใส่ ความเข้าใจ ความนับถือ ความจงรักภักดี ความมีเหตุผล และความอบอุ่นใจ

ผู้หญิงและผู้ชายทุกคน ล้วนต้องการความรักทั้ง 12 แบบกันทั้งนั้น
การแยกแยะว่ามี 6 แบบที่ผู้หญิงต้องการนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายไม่ต้องการความรักแบบนี้
แต่ ความต้องการพื้นฐาน หมายความว่าพวกผู้ชายต้องได้รับความรักทั้ง 6 แบบที่พวกเขาเองต้องการจนพอใจก่อน
จากนั้นจึงจะมองหาความรักแบบที่เหลือต่อไป
ผู้หญิงก็เช่นเดียวกัน

เธอต้องการ คนเอาใจใส่ และ เขาต้องการ ความเชื่อใจ
เธอต้องการ ความเข้าใจ และ เขาต้องการ การยอมรับ
เธอต้องการ ความนับถือ และ เขาต้องการ การชื่นชม
เธอต้องการ การอุทิศตัว และ เขาต้องการ การยกย่อง
เธอต้องการ เหตุผล และ เขาต้องการ ความเห็นชอบ
เธอต้องการ ความมั่นใจ และ เขาต้องการ กำลังใจ

ผู้ชายมักคิดว่า เมื่อใดก็ตามที่เขาตอบสนองความต้องการของฝ่ายหญิงได้หมดทุกข้อจนเธอมั่นใจและมีความสุขแล้ว เธอน่าจะรู้ได้เองว่าเขารักเธอมากแค่ไหน
แต่ที่สำคัญก็คือ เขาต้องทำอย่างนี้สม่ำเสมอตลอดไป

ในลักษณะเดียวกัน ผู้ชายต้องการกำลังใจจากฝ่ายหญิง ผู้หญิงให้กำลังใจผู้ชายได้ด้วยการแสดงความไว้วางใจและเชื่อมั่นในความสามารถของเขา
เมื่อผู้หญิงแสดงความเชื่อใจ ยอมรับ ชื่นชม ยกย่องและพอใจออกมา จะทำให้ผู้ชายทำได้ทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อเธอ
กำลังใจที่ได้รับนั้น กระตุ้นให้เขาทำให้เธอเกิดความอบอุ่นใจได้


บ่อยครั้งที่ชีวิตรักต้องล้มเหลว เนื่องจากคนส่วนใหญ่ให้สิ่งที่ตัวเองต้องการกับอีกฝ่ายหนึ่ง
ความรักในสายตาของผู้หญิงคือความเอาใจใส่ ความเข้าใจ และอื่นๆ เธอมอบสิ่งเหล่านี้ให้ผู้ชายโดยอัตโนมัติ
แต่สำหรับผู้ชายแล้ว การเอาใจใส่แบบนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าเธอไม่เชื่อใจเขา ผู้ชายต้องการความเชื่อใจ ไม่ใช่การเอาใจใส่

มีหลายคู่ที่ต้องเลิกร้างกันไปเมื่อความสัมพันธ์ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์จะกลายเป็นเรื่องง่าย ถ้าเราเข้าใจความต้องการพื้นฐานของอีกฝ่ายหนึ่ง
เราไม่ต้องให้มากกว่าเดิม เพียงแค่ให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการเท่านั้น ซึ่งไม่ทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นเลย
ความเข้าใจในเรื่องความแตกต่าง 12 ประการนี้ ทำให้รู้ว่าทำไมวิธีการให้แบบเดิมจึงใช้ไม่ได้ผล
ถ้าต้องการตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง คุณต้องเรียนรู้ว่า จะให้ความรักแบบที่เขาหรือเธอต้องการ ได้อย่างไร



วิธีฟังโดยไม่รู้สึกโกรธ 
         ข้อควรจำ                                     สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
1. ความโกรธเกิดขึ้น เนื่องจากไม่เข้าใจความคิดของเธอ และนี่ไม่ใช่ความผิดเธอ
1. เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องเข้าใจผู้หญิง อย่าตำหนิเธอที่ทำให้คุณไม่พอใจ ขอให้เริ่มต้นฟังเธอใหม่อีกครั้ง
2. ความรู้สึก ไม่จำเป็นต้องสมเหตุสมผลตลอดไป แต่มันมีอยู่จริงและต้องการความเห็นอกเห็นใจ
2. ให้หายใจลึกๆ อย่าพูดอะไรออกมา ปล่อยตัวให้สบายและปล่อยให้สิ่งต่างๆผ่านไป โดยไม่เข้าไปควบคุม พยายามมองสิ่งต่างๆจากมุมมองของเธอ
3. ความโกรธอาจเกิดจาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกดีขึ้นทันที ความเข้าใจและความอดทนของคุณช่วยเธอได้มาทีเดียว
3. อย่าไปตำหนิเธอ ถ้าเธอไม่ดีขึ้นจากการแก้ปัญหาของคุณ เธอจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร เมื่อทางแก้ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ จงอดทนและอย่าเสนอทางแก้อะไรอีก
4. คุณไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือเข้าใจกับสิ่งที่เธอทำเสมอไป หรืออยากได้รับคำชมที่อดทนฟังเธอพูด
4. ถ้าคุณอยากแสดงความเห็นที่แตกต่างออกไป ต้องแน่ใจว่าเธอพูดจบแล้ว และถ้าต้องการแสดงความเห็น ขอให้พูดถึงความเห็นของเธอเสียก่อนและอย่าขึ้นเสียงเด็ดขาด
5. คุณสามารถเป็นผู้ฟังที่ดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องที่เธอพูดมาทั้งหมด
5. บอกเธอให้รู้ว่าคุณไม่เข้าใจ แต่ต้องการเข้าใจให้มากขึ้น ถ้าคุณไม่เข้าใจ ก็เป็นความรับผิดชอบของคุณไม่ใช่เธอ อย่าคิดไปก่อนว่าเธอไม่มีวันเข้าใจ
6. ไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคุณ เธออาจแสดงให้เห็นราวกับว่ากำลังตำหนิคุณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอต้องการความเห็นใจ
6. ยับยั้งความรู้สึกป้องกันตัวเองเอาไว้จนกว่าเธอจะรู้สึกว่า คุณเห็นใจและเอาใจใส่เธอ หลังจากนั้นจึงคอยอธิบายหรือพูดคำขอโทษ
7. ถ้าเธอทำให้คุณโกรธจัด บางทีอาจเกิดจากการที่เธอไม่เชื่อใจคุณจริงๆก็ได้ ลึกลงไปในใจของผู้หญิงแล้ว เหมือนกับเด็กเล็กๆที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง เนื่องจากกลัวจะถูกทำร้าย ซึ่งเด็กคนนี้ต้องการความเมตตา
7. อย่าโต้เถียงกับความรู้สึกและความเห็นของเธอ เก็บเรื่องนี้ไว้พูดภายหลังตอนที่อารมณ์เย็นลงจะดีกว่า


เคล็ดลับของการทำให้มีผู้ชายมีอำนาจก็คือ อย่าพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงเขา แน่นอนที่สุด คุณต้องการให้เขาเปลี่ยนแปลง
แต่อย่าทำตามความต้องการของตัวเองจนกว่าเขาจะเอ่ยปากขอคำแนะนำ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้เปลี่ยนแปลงตัวเขา

เธอมองเห็นวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวผู้ชายได้นับหมื่นนับแสนวิธี ที่เธอคิดว่าการทำอย่างนี้เป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่ง
แต่กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเธอควบคุม เขาจึงไม่ยอมทำตาม
เมื่อผู้หญิงพยายามเปลี่ยนแปลงผู้ชาย ทำให้ผู้ชายรู้สึกว่า ไม่ได้รับการยอมรับว่าเขาสามารถพัฒนาได้ด้วยตัวเอง

ในโลกนี้มีผู้ชายอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือพวกที่ปิดกั้นตัวเองและดื้อรั้นไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตามคำขอร้องของผู้หญิง
อีกแบบหนึ่งคือพวกที่ยอม แต่หลังจากนั้นอีกสักพักก็กลับไปเป็นแบบเดิม
ผู้ชายนั้นถ้าไม่ต่อต้านในทันทีทันใด ก็ต่อต้านทางอ้อม

เมื่อผู้ชายไม่ได้ความรักอย่างที่ต้องการแล้ว เขาจะประพฤติในสิ่งที่ผู้หญิงไม่ชอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่เขาอาจรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้
เขาจะทำตัวแบบนี้จนกว่าเขาจะได้รับความรักและการยอมรับก่อน



วิธีทำให้เลิกคิดเปลี่ยนแปลงผู้ชาย 
    สิ่งที่ผู้หญิงต้องรู้                             สิ่งที่ผู้หญิงควรทำ
1. ขณะที่เขากำลังหัวเสีย อย่าถามเขามากเกินไป เพราะเขาจะรู้สึกว่าคุณพยายามเปลี่ยนแปลงเขา
1. ทำเป็นไม่สนใจ จนกว่าเขาต้องการคุยเรื่องนี้กับคุณ ถ้าต้องการชวนเขาคุยเรื่องนี้ ให้แสดงออกแต่อย่ามากนัก
2. อย่าได้คิดเปลี่ยนแปลงผู้ชายเด็ดขาดไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม เขาอยากให้คุณรักเขาไม่ใช่ปฏิเสธเขา
2. ปล่อยให้เขาเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง บอกให้เขารู้ว่าคุณคิดอย่างไร แต่อย่าแสดงความต้องการให้เขาเปลี่ยนแปลงออกมา
3. การให้คำแนะนำของคุณอาจทำให้เขารู้สึกว่าคุณกำลังควบคุม ไม่เชื่อใจและไม่ไว้วางใจเขา
3. ขอให้อดทนและมั่นใจว่าเขาจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง อดทนจนกว่าเขาจะเอ่ยคำขอร้องออกมา
4. เมื่อผู้ชายดื้อรั้นและไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แสดงว่าเขารู้สึกว่าคุณไม่รักเขา เขาไม่กล้ายอมรับผิดเพราะเกรงว่าคุณจะทิ้งเขาไป
4. แสดงให้เห็นว่า แม้เขาจะไม่สมบูรณ์ 100% คุณก็ยังรักเขา ฝึกการให้อภัยให้มากเข้าไว้
5. ถ้าคุณยอมเสียสละโดยหวังว่าเขาจะทำแบบเดียวกันแล้ว จะทำให้เขารู้สึกว่าคุณกดดันหเขาต้องเปลี่ยนแปลง
5. ฝึกช่วยตัวเอง อย่าเอาความสุขของตัวเองไปขึ้นกับเขามากเกินไป
6. คุณสามารถแสดงความรู้สึกในแง่ลบให้เขารับรู้ได้ โดยไม่พยายามไปเปลี่ยนแปลงตัวเขา เมื่อเขารู้สึกว่าได้รับการยอมรับ เขาก็พร้อมที่จะฟังง่ายขึ้น
6. ขณะที่คุณแสดงความรู้สึกออกมา จงแสดงให้เขาได้รู้ว่าคุณไม่ได้บังคับให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงอะไร แต่อยากให้เขาเก็บไปคิด
7. ถ้าคุณกำหนดทิศทางและตัดสินใจแทนเขาแล้ว เขาจะรู้สึกว่าถูกลงโทษและบังคับ
7. ขอให้หัดเป็นฝ่ายยอมบ้าง ยอมรับอย่างที่เขาเป็นอยู่ให้ได้ หมั่นสนใจความรู้สึกของเขาให้มากกว่าความดีพร้อมของเขา และอย่าพยายามสอนเขา
 


ถ้าการพูดจากัน คือหัวใจของการมีความสัมพันธ์ที่ดีแล้ว
การมีปากเสียงกัน ก็คือหัวใจของการทำลายความสัมพันธ์นั่นเอง

แม้ว่าความแตกต่างละความเห็นที่ไม่ตรงกันจะทำให้แต่ละฝ่ายเจ็บปวด แต่วิธีที่แสดงออกของแต่ละฝ่ายกลับสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่าเสียอีก
ถ้าพูดกันในทางทฤษฎีแล้ว การมีปากเสียงไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแพ้เสมอไป แต่น่าจะเป็นการพูดจาเพื่อบอกความจริงให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้เท่านั้น
แต่ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่เริ่มต้นมีปากเสียงกันด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ 5 นาทีหลังจากนั้น จะมาโต้เถียงกันเรื่องวิธีแสดงออกของอีกฝ่ายหนึ่งแทน
วิธีแก้ปัญหาคือ ต้องเปิดใจให้กว้าง เคารพและยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น

เพื่อเลี่ยงการมีปากเสียง เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่อีกฝ่ายสนใจไม่ใช่สิ่งที่พูดออกไป แต่อยู่ที่วิธีการพูดต่างหาก
วิธีที่ดีที่สุดที่จะหยุดการมีปากเสียงได้คือหุบปากไว้
เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ ค่อยกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งด้วยความรักและเคารพซึ่งกันและกัน

ถ้าไม่อยากเสียเวลามีปากเสียงกันต่อไป ผู้ชายและผู้หญิงต้องร่วมมือกัน
ขอเพียงแค่นึกถึงความต้องการของอีกฝ่ายให้ได้ก่อนว่า มีอะไรบ้าง แบะหาทางตอบสนองความต้องการนั้น เพียงเท่านี้ การมีปากเสียงก็จะไม่เกิด

เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดการมีปากเสียงกัน เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่า
ผู้ชายแสดงอาการไม่ยอมรับออกไปโดยไม่รู้ตัว
ส่วนผู้หญิงก็แสดงอาการไม่เชื่อใจผู้ชายออกไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

ต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีปากเสียงก็คือ เธอไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ แทนที่จะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหน
ผู้หญิงกลับเลือกใช้คำถามที่ซับซ้อนและสื่อถึงความไม่เชื่อใจไปยังฝ่ายชายโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจะสื่อออกไป แต่ผู้ชายกลับได้ยินและรู้สึกอย่างนั้น

ผู้ชายทนความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของผู้หญิงได้ แต่ทนความรู้สึกว่าเธอไม่ยอมรับเขาไม่ได้


จงจำไว้ให้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้คำได้เหมาะสมมากขนาดไหนก็ตาม แต่สำเนียงที่คุณพูดออกไปมีความสำคัญมากที่สุด
แม้ว่าคุณจะเลือกใช้ประโยคที่ถูกต้องทุกคำ แต่ถ้าคู่ของคุณไม่รู้สึกว่าคุณรัก มีเหตุผล และยอมรับแล้ว ความตึงเครียดจะยิ่งทวีมากขึ้น

ผู้ชายไม่เคยตระหนักว่า สำหรับผู้หญิงแล้ว ของเล็กๆน้อยๆ มีความสำคัญเท่ากับของชิ้นใหญ่ๆ หรือ พูดอีกอย่างก็คือ ดอกกุหลาบเพียงช่อเดียวมีค่าเท่ากับการจ่ายค่าเช่าบ้านให้เธอทั้งเดือน ( จริงหรือ ? : ความเห็น - ผู้สรุป )

การทำสิ่งเล็กๆน้อยๆให้ผู้หญิง ช่วยเยียวยาความรู้สึกของฝ่ายชายอีกด้วย เพราะความจริงแล้วสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้แหละ ที่จะรักาความไม่พอใจของเขาและเธอได้
เขารู้สึกมีอำนาจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าสามารถทำให้เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ ทั้งสองฝ่ายได้รับการตอบสนองเต็มที่

ผู้หญิงต้องยอมรับความจริงว่า เป็นธรรมชาติของผู้ชายที่ชอบสนใจแต่เรื่องใหญ่ๆ มากเสียจนมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป
ถ้ายอมรับความจริงข้อนี้ได้ จะไม่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดจากพฤติกรรมของเขามากนัก แทนที่จะโกรธเมื่อเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเธอ
เธออาจช่วยแก้ปัญหาไปพร้อมกับเขาแทน เธอสามารถบอกให้เขารู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ว่า เธอชื่นชมกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ และสิ่งใหญ่ๆที่เขาทำเพื่อเธอ

ผู้หญิงมีความสามารถพิเศษในการแสดงอาการชื่นชมสิ่งเล็กๆน้อยได้มากพอกับสิ่งใหญ่ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนกับหยดน้ำทิพย์สำหรับผู้ชาย
ผู้ชายชอบแสวงหาความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่ามันทำให้เขามีคุณค่ามากพอที่จะให้คนอื่นรักได้

ผู้หญิงสามารถรักษาอาการเสพติดความสำเร็จของผู้ชายได้ โดยชื่นชมกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เขาทำให้

ผู้หญิงไม่ชอบพูดว่าต้องการอะไร แต่หวังว่าถ้าคุณรักเธอจริง คุณจะเข้าใจเธอว่าเธอต้องการอะไร

เมื่อคุณรู้ว่า สิ่งไหนที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บแล้ว บอกให้เขารู้ว่าคุณเสียใจ ที่สำคัญที่สุด ให้ความรักอย่างที่เขาต้องการ
ถ้าเขารู้สึกว่า ไม่ได้รับการชื่นชม จงชื่นชมกับสิ่งนั้น
ถ้าเขารู้สึกว่า ถูกปฏิเสธ หรือถูกควบคุม จงให้ความเชื่อถือและไว้วางใจกับเขา
ถ้าเขารู้สึกว่า ไม่ได้รับการไว้วางใจ จงให้ความเชื่อใจกับเขา
ถ้าเขารู้สึกว่า กำลังได้รับการดูถูก จงให้คำยกย่องที่เขาต้องการ

ยิ่งผู้หญิงสามารถเปิดใจและแสดงความรู้สึกได้มากเท่าไร ยิ่งทำผู้ชายสามารถเปิดเผยความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บได้มากเท่านั้น