ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ราตรีสวัสดิ์ - ฟัคกลิ้งฮีโร่


เป็นอีกเพลงที่พอฟังแรกๆแล้ว ไม่ได้สนใจ พอถึงจังหวะที่มีเสียงของ ธีร์ ไชยเดช ขึ้นมาเท่านั้น
เพลงก็เพราะขึ้นมาจับใจ อาจจะโดยความชอบเป็นการส่วนตัว
จึงทำให้เพลงนี้เป็นที่ชื่นชอบของสองพ่อลูกไป

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

โกหกข้ามชาติ (ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ)

เรื่องมีอยู่ว่า ปกติผมจะมี Profile ที่สมัครไว้อยู่ใน TAGGED ซึ่งก็คล้ายๆ ไอ้ Hi5 ประมาณนั้นแหละ
วันนึง ก็มี สาวเมล์เข้ามา เธอบอกว่า เธอชื่อ Saadiah เป็นคน London
แล้วก็บอกว่า เธอได้งานใหม่แล้วมีแผนที่จะมาเที่ยวเมืองไทย อยากให้ผมช่วยแนะนำ
....
ไม่เป็นไรครับ คนไทยมีน้ำใจ ก็แนะนำสถานที่เที่ยวเมืองไทยพอสังเขป
ก็เมล์คุยกันไป-มา ประมาณ 1 อาทิตย์
สาวเจ้าก็บอกว่า มีแผนจะมาเที่ยวจริงๆนะ ประมาณ 2 อาทิตย์
แล้วเธอก็บอกว่า เธอส่งของมาให้ผม เพื่อจะได้ใช้ตอนที่เธอมา
บอกว่า ของที่ส่งมามี HP Labtop, Digital Camera, Watch, I-Phone and money 10000 GBP
แล้วก็บอกว่า เธอซ่อนเงินไว้ในกล้อง Digital ซ่อนไว้อย่างดี ห่อหลายชั้น
น่าน.....ไง....
จังหวะนั้นก็รู้สึกว่า ผิดปกติดิ ใครจะบ้าส่งเงินมาตั้งเยอะแยะ แล้วอ้างว่า ค่าโอนมันแพง
โดยปกติ ค่าโอนก็ไม่กี่สิบเหรียญ คิดดูแล้วก็คาดว่า จะเป็น โจ๊ก หลอกแดกเงินแหงมๆ......
.....
วันต่อมา สาวเจ้าก็เมล์มาบอก Web แล้วก็ Login, Password เพื่อให้เช็ค Tracking ว่าสถานะอยู่ไหน
ผมก็ลองเข้าไปดู .......อืม....มีเส้นทางการเดินทางของของจริงๆด้วยแฮะ.....
เอ...ยังไงกันหว่า อ๊ะ...รอดูต่อไป มันจะมาไม้ไหน

วันต่อมา มีเมล์จาก
DELIVERY EXPRESS COURIER INTERNATIONALบอกว่า ของติดอยู่ที่ Malaysia เพราะถูกศุลกากรเปิดตรวจ แล้วพบเงินในกล่อง
ให้เราจ่ายเงิน 500 USD เพื่อเคลียร์ของออก

ชัดเลย....คราวนี้ มั่นใจได้ว่า มันเป็นพวกขบวนการต้มตุ๋นข้ามขาติแหงม
ก็เลย เมล์ตอบกลับไปว่า ให้ถ่ายรูปของให้ดูหน่อย (ประมาณว่า อยากได้เงินกรู ก็ต้องทำอะไรบ้าง)
ก็อยากรู้ว่า มันจะถ่ายมาให้ได้ไหม
แล้วก็บอกอีกว่า เราจะไม่จ่ายอะไรทั้งนั้น

คิดว่า มันคงเงียบไปละ เดี๋ยวสัก 2 วัน ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมา Update หน้านี้

ที่อยู่ที่มันอ้างมา
Lot #224, 2nd Floor, Old Airport Road
7th Mile,Kunching, Sarawak 93050 Malaysia


หากใครเจอแบบนี้ ก็จงคิดไว้ได้เลยว่า มิจฉาชีพแน่นอน
อืม....เพื่อเป็นข้อมูลละกัน
เวปที่กลุ่มคนพวกนี้ใช้หากิน
www.delivery-express.page.tl
Username : NATATROM23
Password : JABDUEH73H


ผมลองเข้าไป Search ดูจากที่อยู่ที่่ได้มา
มีคนเจอแบบนี้มาเยอะเหมือนกัน คนต่างชาติทั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่ามีใครเสียเงินไหม
เมืองไทยไม่แน่ใจว่ามีใครเคยโดนบ้างไหมก็ไม่รู้

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

Update 25 August 2009 : มีรายละเอียดเพิ่มเติม - ต่อจากคราวที่แล้ว

มีเมล์จาก
delivery-express มาหาผมอีก เพื่อให้ยืนยันการชำระเงินค่าปรับ
ผมก็เมล์กลับไป บอกว่า เราไม่จ่าย และจะให้ทาง ตำรวจมาเลย์ตรวจเรื่องนี้ให้ ว่าการเรียกเงินแบบนี้ ผิดหรือไม่
ต่อมา เมื่อวานนี้ ก็มีเมล์จาก Saadiah บอกว่า เขากังวลเรื่องนี้มาก
" เขายอมรับผิดที่เขาส่งเงินมาในกล่องของด้วย เขาไม่คิดว่า จะมีการเปิดตรวจ
เขาซีเรียสมากตรงที่ ทาง Shipping โทรมาติดต่อเขาถึงที่ทำงาน
เขาอยากให้ผมจ่ายค่าปรับ (ก็ไอ้หมื่นกว่าบาทน่านแหละ) แล้วของจะได้ถูกส่งให้เรา
แล้วเราก็เอาเงินในกล่องไป เขาอยากได้ของมาก"

เรื่องนี้คิดได้ง่ายๆเลย (ถ้าความโลภไม่ครอบงำซะก่อน)
1. การโอนเงินระหว่างประเทศ ค่าโอนน่าจะราวๆ 35-40 USD. (ประมาณ 1200-1400 บาท)
การเอาเงิน(จำนวน 10000GBP ประมาณ 550000 บาท) ยัดมาในกล่องเพื่อที่จะประหยัดเงิน ไม่ถึง 2000 บาท มันไร้สติสิ้นดี

2. ใครจะบ้าส่งของ ตามรายละเอียดข้างบน มาให้ คนที่ไม่ได้รู้จักกันดีอย่างผม

3. รูปแบบของถ้อยคำในเมล์ช่วงหลังๆ อย่างกับ กวีนิพนธ์ (เป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมเดาจากการใช้คำ) มันผิดปกติ เมื่อเทียบภาษาจากการคุยทางเมล์ก่อนหน้านี้

4. เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ คิดเสมอว่า เราไม่จ่ายเงินให้ก่อน กับสิ่งที่ไม่ชัดเจน (แม้จะส่งรูปถ่ายของมาให้ก็เถอะ)
จะสังเกตว่า มีกล่องอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่เยอะด้านหลัง อาจจะเป็นการถ่ายรูปจากที่ไหนสักแห่ง และมีเพียงรูปเดียวที่ส่งมา ไม่น่าเชื่อถือพอที่จะส่งเงิน หมื่นกว่าบาท เพื่อเป็นค่าปรับให้้


หลังจากนั้น ผมก็เฉยไม่ตอบเมล์ ทั้ง
delivery-express และ Saadiah เพราะผมเสียเวลา กับเรื่องนี้มามากแล้ว
ที่สำคัญ เสียความรู้สึก ที่คิดว่าจะแนะนำคนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย เพราะผมชอบที่จะเที่ยวในเมืองไทย ไปมันทุกเดือน...555..


*********************
29/08/2009 ปรับปรุง / เพิ่มเติมข้อมูล
ต่อมา ผมติดต่อคนที่ได้เมล์จาก
Saadiah ก็เลยพบว่า
เป็นคนไทยทั้งหมด แล้วก็ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จริงครับ

โล่งใจเหมือนกัน ที่ไม่มีใครโดนหลอก ถึงแม้ เจ้าหล่อนจะเมล์มาตื้อ และ ออดอ้อนสารพัด


วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทะเลตรัง กลางสายฝน ตอนต้นเดือน พฤษภา

วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 เวลา 19.30 น. เริ่มออกเดินทาง
เริ่มต้นจากการจองตั๋วรถทัวร์ผ่าน Thai Ticker Master (เสียค่าธรรมเนียม 20บาท) สะดวกดี เลือกซื้อสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุด
กำหนดการจริงๆ วางไว้ว่าวันที่ 3 อยู่ตรัง+One Day Trip วันที่ 4 เดินทางไปภูเก็ต นอนภูเก็ต วันที่ 5
One Day Trip ที่ภูเก็ต กลับตอนค่ำๆ
เดินทางกันซะที......
รถทัวร์ กทม. - ตรัง บริษัทขนส่ง จองที่นั่งด้านล่าง ตำแหน่ง 1A นั่งสบายมากครับ สบายกว่าที่เคยนั่งรถกลางคืนทั้งหมด เหยียดแข้งขาอันเก้งก้างได้สบาย
มีขนมให้กิน + น้ำ + น้ำผลไม้แบบกล่อง
เกือบไปขึ้นรถไม่ทันเหมือนกัน ....ฉิวเฉียดมากๆ


########@@@@@########


3 พฤษภาคม 2552 เวลา 06.30 น. รถทัวร์มาถึงตรัง
ลงรถที่ ขนส่ง แล้วก็เดินสำรวจเมือง เปลี่ยนไปมากจาก 20 ปีที่แล้วเยอะเลย
ต้องดูแผนที่ แล้วคลำๆทางเอาเรื่อยๆ ให้พอจับจุดถูก แล้วค่อยกลับมาขนส่ง เพราะนัดรถมารับ 08.30 น.
ระหว่างเดินสำรวจเมือง มีแต่มอเตอร์ไชค์รับจ้าง ถามตลอดทาง สงสัยไม่ค่อยมีลูกค้ากันมั้ง


เดินไปๆมาๆ หาที่พักแบบ Low Cost ไปด้วย เจอที่นึง โกเต็งเกสเฮ้าส์ 180 บาท เอง ถูกมากๆ แต่ว่า ยังก่อน เพราะเวลานอนอาจจะไม่มีความเป็นส่วนตัว ยิ่งเรานอนกรนด้วย....อืม.......
เดินต่อไปอีก เหมะ...เหมะ... เอาละซี...ใครแช่งตรูฟะ.....ฝนตกลงมาทักทายเลย

ถามไถ่ชาวบ้าน ปรากฏว่า ฝนมาลงเอาเมื่อคืน พักแป๊ะนึง แล้วก็มาตกเช้า แล้วดูเหลี่ยมแล้วคงจะทั้งวันแน่ๆ
เดินไป หลบฝนไป เดินหาที่พัก เจอแล้ว พอพักได้ ชื่อพลาซ่าโฮเต็ล คืนละ 300 ห้องแอร์ โอเค เอาที่นี่ละ
เก็บข้า่วของ ไว้ที่ห้อง เดินทางต่อไปหาไรกิน แล้วรอขึ้นรถดีกว่า..

มาตรังแล้ว เช้าต้องหมูย่าง ติ่มซำ ซาละเปา เดี๋ยวจะหาว่่าไม่ถึงตรัง....แต่โหย....หลายร้านจริงๆ
วิธีการหาของผม ก็ง่ายๆครับ เดินไปเรื่อยๆ ร้านไหนดูหน้าตา คนท้องถิ่นนั่งเยอะๆ ก็น่านละ เอาเลย
ได้ร้านนึง ใกล้ๆขนส่ง ฝั่งเดียวกัน เป็นร้านเล็กๆ ห้องแถวเก่าๆ 1 ห้อง
หมูย่างไม่มี
ขนมจีบ 7/10 ให้ 7 แต่เบิ้ล 2 นะ กินไป 8 ลูกเลย
ซาละเปา 9.5/10 อร่อยจริงๆ ทั้งไส้หวาน ไส้หมูเลย
โกปี๊ 8.5/10
ชา 8.5/10 มาตรฐาน

08.30 น. มารอรถตู้ที่ขนส่ง เตรียมตัว One Day Trip 4 เกาะทะเลตรัง ฝนก็ยังมาเรื่อยๆ ไม่หนักเท่าไร
สักพัก ลิบงการท่องเที่ยวโทรมา บอกให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปลงที่บริษัท เดี๋ยวเขาจ่ายค่ารถให้
โอเค...นั่งไปประมาณ 1 กม. ค่ารถ 30 บาทครับ แพงเหมือนกันนา.......

09.20 น. มาถึงท่าเรือปากเม็ง ลงชื่อ ติด Sticker เพื่อให้รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน
คนค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ประมาณ 120 คนได้ ฝนก็มาบ้าง หยุดบ้างเป็นระยะ


09.35 น. เรือเริ่มออกเดินทาง ทางเรือแนะนำว่า โปรแกรมอาจจะเปลี่ยน เพราะมีลมแรง น้ำแรง
จุดแรกที่จะไป คือ เกาะเชือก อยู่ใกล้ๆ เกาะไหงรีสอร์ทเลย

10.30 น. มาถึงเกาะเชือก กลางสายฝน คลื่นมีนิดหน่อย แต่ก็ไม่น่ากลัว ลุยเลยละกัน....

ภาพแรก ก็เหมือนเดิมเลย ลืมปิดแฟลช ทำให้ไปกระทบทราย และวัตถุอื่นๆ สะท้อนแสงออกมา
แล้วก็เลยปิดแฟลชซะ ภาพเลยออกมาชัดขึ้น



ปะการังโขด ปะการังกิ่งไม้เล็ก ดอกไม้ทะเล มีให้เห็นอย่างจุใจ


ปะการังเขากวาง และอีกหลากหลายชนิด รวมทั้งฝูงปลา


ดอกไม้ทะเล สีม่วง มีเป็นดงเลย บริเวณนี้ เกาะเชือก

จะเห็นว่ากระแสน้ำทำให้ดอกไม้ทะเล และคนถ่าย แกว่งตลอดเวลา


กระแสน้ำแรงมาก เวลาที่ถ่ายรูป แรงของน้ำทำให้ภาพไหวเสียเยอะ
ต้องอาศัยรอจังหวะดีๆ และ ถ่ายหลาย Shot ติดๆกัน แล้วเลือกเอา


ผ่านพ้นเกาะเชือกไป 1 เกาะ ตามแพลนจะเหลืออีก 3 เกาะ
ดูเวลา 11.35 น. เรือเปลี่ยนแผน พาไปกินข้าวเที่ยงที่เกาะไหง
ก็กินกันที่ท่าเรือนั่นแหละ ไม่ได้เข้าไปที่ร้านอาหารของเกาะนะ (ดีกว่ากินในเรือน่า...)


อาหารก็ บุฟเฟต์ อร่อยดี เหมือนกัน มีหลายอย่างให้เลือกกินได้
เสร็จแล้วก็เดินเล่น เล่นน้ำที่เกาะไหง (น่าจะเป็นคนละหาดกับที่เคยมาเมื่อ 20 ปีก่อน)
13.30 น. เรียกรวมพลไปเกาะม้า ... นึกในใจว่าคงไปไม่ครบ 4 เกาะแน่เลย...

ก่อนไปเกาะม้า เรือ พามาที่มุมหนึ่งของเกาะไหง พามาดูหินเจ้าแม่กวนอิม
รูปทรงก็ตามแต่จินตนาการของแต่ละคนครับ ว่ากันไม่ได้


ปะการังหลากหลายรูปแบบที่เกาะม้า


ที่เกาะม้า ถือว่าสวยงามมาก มีดอกไม้ทะเล รวมตัวกันเป็นกลุ่ม




พยายามดำลงไปถ่ายใกล้ๆ วัดดวงกับกล้องที่ทนความลึกได้ 3 เมตร
เอาวะ....พังเป็นพังน่า อย่างน้อย Memory ของภาพที่ถ่ายไว้น่าจะกู้ได้
ลงไปก็สู้แรงน้ำไม่ไหว ภาพก็ยังไม่นิ่ง เพราะแรงน้ำพัดตัวเราให้ไหวตลอดเวลา

เจอดอกไม้ทะเลกลุ่มนึง มี 2 สี น้ำเงิน-ขาว
มองเห็นแล้วนึกถึงอะไรรู้ไหม.....ทีม BlackBurn Rover
เฮ้อ...คิดไปถึงเรื่องบอลซะเฉยเลย
15.20 น. เรียกกลับขึ้นเรือ เดินทางต่อไปยัง......ปากเมง

อ้าว....กลับแล้วซีเนี่ย..ยังไม่หนำใจเลย บรรยากาศยังอึมครึมทั้งวัน
ฤดูร้อน ปีหน้า ต้องกลับมาแก้แค้นกันใหม่....เจ้าไหม..ปากเมง...ตรัง....
16.20 น. กลับมาที่ปากเมง รอรถตู้พากลับเข้าเมือง
17.00 น. ถึงเมือง กลับที่พักจัดแจงตัวเอง
ชาร์จแบตกล้องใหม่ ทั้ง 2 ตัว เตรียมตัวรับศึกวันต่อไป


########@@@@@########


4 พฤษภาคม 2552 เวลา 08.00 น. มารอเพื่อนที่มาจา่กสงขลา ที่หอนาฬิกา เตรียมตัวไปภูเก็ต
ก่อนไปก็เหมือนเดิม...อาหารเช้า หมูย่าง ซาละเปา ติ่มซำ โอเลี้ยง คราวนี้ร้านใหญ่หน่อย
หมูย่างจานสุดท้ายพอดี เป็นเศษๆแล้ว เสียอารมณ์มาก
13.00 น. ถึงสะพานรักสารสิน กลับรถไปกินข้าง จั๊กจั่นซีฟู๊ด ที่เคยมากินเมื่อปีที่แล้ว
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม อร่อยมาก ขอแนะนำเลย อย่างอื่นก็ปกติกินแล้วไม่ได้ติดใจ
14.40 น. มาส่งเพื่อนที่พัก Laguna Club
โหย...เข้ามาเหมือนเป็นอาณาจักร Laguna เนื้อที่กว้างมาก
ข้างในแบ่งเป็นหลายประเภทที่พัก

บรรยากาศ ความหรูหรา อยากให้พ่อกับแม่มาพักผ่อนจัง
เย็นๆ ก็ไปหาเพื่อนอีกคนที่อยู่ภูเก็ต หาอะไรกินยามเย็น สังสรรค์นิดหน่อย....
เริ่มคันอีกแล้ว สงสัยโดนแตนทะเลอีกแล้ว ทำไมปีนี้โดนทุกทีเลย
ทั้งเกาะเต่า ภูเก็ต ตรัง อาทิตย์หน้าจะลองเกาะกุฏี ระยองดู มันจะคันไหม


########@@@@@########
5 พฤษภาคม 2552 เวลา 12.00 น. เริ่มเดินทางต่อ เติมพลังด้วย ข้าวหน้าเป็ด + เตี๋ยวเป็ด ข้างทางแถวถลาง
แวะไหว้สวัสดีพ่อเพื่อนซะหน่อย แล้วเข้าไปน้ำตกโตนไทร

สภาพป่ายังอุดมสมบูรณือยู่มาก เดินไปฝนตกไปแบบปรอยๆ


เดินทางต่อไป หาดไนทอน เป็นหาดเล็กๆ ทางเข้าจะต้องข้ามเขาไป
ปัจจุบันพื้นที่ในภูเก็ตถ้าเป็นหาด ถือว่าเป็นทอง มีผู้คนเข้าไปจับจองหมด
ไม่่เว้นแม้แต่ไนทอน และ ลายัณ หาดไร้ชื่อในสมัยก่อน

ไนทอน ในฤดู Low Season ฝรั่งบางตา ไทยไม่มีเลย
ข้ามมาต่อที่หาดลายัณ มีเอกชนจับจองที่หน้าหาดหมดแล้ว
มีเพียงช่องรถเข้าเล็กๆ ที่สามารถทะลุไปหาดได้


บริเวณร่องน้ำ เมื่อน้ำขึ้น จะทำให้บริเวณภูเขาเป็นเกาะ


หาดทรายสงบเงียบ ไม่มีผู้คน นอกจากคนท้องถิ่นทีหาปู ปลาเลี้ยงชีพ

น้ำยังคงใสสะอาดอยู่ ที่นี่ น่าอยู่มาก ใครผ่านมา ลองมาแวะดู ลายัณ
ผ่านมาอีกนิด มาที่อุทยานแห่งชาติ จะมองเห็นวิวของเกาะนี้ชัดเจน
สามารถมากางเต็นท์นอนได้ มีห้องอาบน้ำให้ ไม่มีที่พักเอกชน

ข้ามมาต่อที่เขตของ Laguna Club มีซอยให้เข้า่ในหาดที่โอบล้อมด้วย Laguna Property

โซนที่อยู่ด้านใน ไม่ติดหาด แต่ติด Lagoon

บริเวณติดหาด สถานที่ดูดีเหลือเกิน ด้านหน้าของแต่ละห้องมีเตียงอาบแดด ชมวิว

เย็นๆ ได้เวลา เตรียมตัว หาข้าวกิน เตรียมตัวกลับกทม.
เครื่องออก 23.10 น. ต้องไป Check In ก่อนอย่างน้อย 45 นาที

คันคะเยอจริงๆเลย ทำไมปีที่แล้วไม่คัน ปีนี้คันจริงๆ
ผิวเราผู้ดีขึ้น หรือ ทะเลปั่นป่วนกันแน่เนี่ย.....