ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทะเลตรัง กลางสายฝน ตอนต้นเดือน พฤษภา

วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 เวลา 19.30 น. เริ่มออกเดินทาง
เริ่มต้นจากการจองตั๋วรถทัวร์ผ่าน Thai Ticker Master (เสียค่าธรรมเนียม 20บาท) สะดวกดี เลือกซื้อสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุด
กำหนดการจริงๆ วางไว้ว่าวันที่ 3 อยู่ตรัง+One Day Trip วันที่ 4 เดินทางไปภูเก็ต นอนภูเก็ต วันที่ 5
One Day Trip ที่ภูเก็ต กลับตอนค่ำๆ
เดินทางกันซะที......
รถทัวร์ กทม. - ตรัง บริษัทขนส่ง จองที่นั่งด้านล่าง ตำแหน่ง 1A นั่งสบายมากครับ สบายกว่าที่เคยนั่งรถกลางคืนทั้งหมด เหยียดแข้งขาอันเก้งก้างได้สบาย
มีขนมให้กิน + น้ำ + น้ำผลไม้แบบกล่อง
เกือบไปขึ้นรถไม่ทันเหมือนกัน ....ฉิวเฉียดมากๆ


########@@@@@########


3 พฤษภาคม 2552 เวลา 06.30 น. รถทัวร์มาถึงตรัง
ลงรถที่ ขนส่ง แล้วก็เดินสำรวจเมือง เปลี่ยนไปมากจาก 20 ปีที่แล้วเยอะเลย
ต้องดูแผนที่ แล้วคลำๆทางเอาเรื่อยๆ ให้พอจับจุดถูก แล้วค่อยกลับมาขนส่ง เพราะนัดรถมารับ 08.30 น.
ระหว่างเดินสำรวจเมือง มีแต่มอเตอร์ไชค์รับจ้าง ถามตลอดทาง สงสัยไม่ค่อยมีลูกค้ากันมั้ง


เดินไปๆมาๆ หาที่พักแบบ Low Cost ไปด้วย เจอที่นึง โกเต็งเกสเฮ้าส์ 180 บาท เอง ถูกมากๆ แต่ว่า ยังก่อน เพราะเวลานอนอาจจะไม่มีความเป็นส่วนตัว ยิ่งเรานอนกรนด้วย....อืม.......
เดินต่อไปอีก เหมะ...เหมะ... เอาละซี...ใครแช่งตรูฟะ.....ฝนตกลงมาทักทายเลย

ถามไถ่ชาวบ้าน ปรากฏว่า ฝนมาลงเอาเมื่อคืน พักแป๊ะนึง แล้วก็มาตกเช้า แล้วดูเหลี่ยมแล้วคงจะทั้งวันแน่ๆ
เดินไป หลบฝนไป เดินหาที่พัก เจอแล้ว พอพักได้ ชื่อพลาซ่าโฮเต็ล คืนละ 300 ห้องแอร์ โอเค เอาที่นี่ละ
เก็บข้า่วของ ไว้ที่ห้อง เดินทางต่อไปหาไรกิน แล้วรอขึ้นรถดีกว่า..

มาตรังแล้ว เช้าต้องหมูย่าง ติ่มซำ ซาละเปา เดี๋ยวจะหาว่่าไม่ถึงตรัง....แต่โหย....หลายร้านจริงๆ
วิธีการหาของผม ก็ง่ายๆครับ เดินไปเรื่อยๆ ร้านไหนดูหน้าตา คนท้องถิ่นนั่งเยอะๆ ก็น่านละ เอาเลย
ได้ร้านนึง ใกล้ๆขนส่ง ฝั่งเดียวกัน เป็นร้านเล็กๆ ห้องแถวเก่าๆ 1 ห้อง
หมูย่างไม่มี
ขนมจีบ 7/10 ให้ 7 แต่เบิ้ล 2 นะ กินไป 8 ลูกเลย
ซาละเปา 9.5/10 อร่อยจริงๆ ทั้งไส้หวาน ไส้หมูเลย
โกปี๊ 8.5/10
ชา 8.5/10 มาตรฐาน

08.30 น. มารอรถตู้ที่ขนส่ง เตรียมตัว One Day Trip 4 เกาะทะเลตรัง ฝนก็ยังมาเรื่อยๆ ไม่หนักเท่าไร
สักพัก ลิบงการท่องเที่ยวโทรมา บอกให้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปลงที่บริษัท เดี๋ยวเขาจ่ายค่ารถให้
โอเค...นั่งไปประมาณ 1 กม. ค่ารถ 30 บาทครับ แพงเหมือนกันนา.......

09.20 น. มาถึงท่าเรือปากเม็ง ลงชื่อ ติด Sticker เพื่อให้รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน
คนค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ประมาณ 120 คนได้ ฝนก็มาบ้าง หยุดบ้างเป็นระยะ


09.35 น. เรือเริ่มออกเดินทาง ทางเรือแนะนำว่า โปรแกรมอาจจะเปลี่ยน เพราะมีลมแรง น้ำแรง
จุดแรกที่จะไป คือ เกาะเชือก อยู่ใกล้ๆ เกาะไหงรีสอร์ทเลย

10.30 น. มาถึงเกาะเชือก กลางสายฝน คลื่นมีนิดหน่อย แต่ก็ไม่น่ากลัว ลุยเลยละกัน....

ภาพแรก ก็เหมือนเดิมเลย ลืมปิดแฟลช ทำให้ไปกระทบทราย และวัตถุอื่นๆ สะท้อนแสงออกมา
แล้วก็เลยปิดแฟลชซะ ภาพเลยออกมาชัดขึ้น



ปะการังโขด ปะการังกิ่งไม้เล็ก ดอกไม้ทะเล มีให้เห็นอย่างจุใจ


ปะการังเขากวาง และอีกหลากหลายชนิด รวมทั้งฝูงปลา


ดอกไม้ทะเล สีม่วง มีเป็นดงเลย บริเวณนี้ เกาะเชือก

จะเห็นว่ากระแสน้ำทำให้ดอกไม้ทะเล และคนถ่าย แกว่งตลอดเวลา


กระแสน้ำแรงมาก เวลาที่ถ่ายรูป แรงของน้ำทำให้ภาพไหวเสียเยอะ
ต้องอาศัยรอจังหวะดีๆ และ ถ่ายหลาย Shot ติดๆกัน แล้วเลือกเอา


ผ่านพ้นเกาะเชือกไป 1 เกาะ ตามแพลนจะเหลืออีก 3 เกาะ
ดูเวลา 11.35 น. เรือเปลี่ยนแผน พาไปกินข้าวเที่ยงที่เกาะไหง
ก็กินกันที่ท่าเรือนั่นแหละ ไม่ได้เข้าไปที่ร้านอาหารของเกาะนะ (ดีกว่ากินในเรือน่า...)


อาหารก็ บุฟเฟต์ อร่อยดี เหมือนกัน มีหลายอย่างให้เลือกกินได้
เสร็จแล้วก็เดินเล่น เล่นน้ำที่เกาะไหง (น่าจะเป็นคนละหาดกับที่เคยมาเมื่อ 20 ปีก่อน)
13.30 น. เรียกรวมพลไปเกาะม้า ... นึกในใจว่าคงไปไม่ครบ 4 เกาะแน่เลย...

ก่อนไปเกาะม้า เรือ พามาที่มุมหนึ่งของเกาะไหง พามาดูหินเจ้าแม่กวนอิม
รูปทรงก็ตามแต่จินตนาการของแต่ละคนครับ ว่ากันไม่ได้


ปะการังหลากหลายรูปแบบที่เกาะม้า


ที่เกาะม้า ถือว่าสวยงามมาก มีดอกไม้ทะเล รวมตัวกันเป็นกลุ่ม




พยายามดำลงไปถ่ายใกล้ๆ วัดดวงกับกล้องที่ทนความลึกได้ 3 เมตร
เอาวะ....พังเป็นพังน่า อย่างน้อย Memory ของภาพที่ถ่ายไว้น่าจะกู้ได้
ลงไปก็สู้แรงน้ำไม่ไหว ภาพก็ยังไม่นิ่ง เพราะแรงน้ำพัดตัวเราให้ไหวตลอดเวลา

เจอดอกไม้ทะเลกลุ่มนึง มี 2 สี น้ำเงิน-ขาว
มองเห็นแล้วนึกถึงอะไรรู้ไหม.....ทีม BlackBurn Rover
เฮ้อ...คิดไปถึงเรื่องบอลซะเฉยเลย
15.20 น. เรียกกลับขึ้นเรือ เดินทางต่อไปยัง......ปากเมง

อ้าว....กลับแล้วซีเนี่ย..ยังไม่หนำใจเลย บรรยากาศยังอึมครึมทั้งวัน
ฤดูร้อน ปีหน้า ต้องกลับมาแก้แค้นกันใหม่....เจ้าไหม..ปากเมง...ตรัง....
16.20 น. กลับมาที่ปากเมง รอรถตู้พากลับเข้าเมือง
17.00 น. ถึงเมือง กลับที่พักจัดแจงตัวเอง
ชาร์จแบตกล้องใหม่ ทั้ง 2 ตัว เตรียมตัวรับศึกวันต่อไป


########@@@@@########


4 พฤษภาคม 2552 เวลา 08.00 น. มารอเพื่อนที่มาจา่กสงขลา ที่หอนาฬิกา เตรียมตัวไปภูเก็ต
ก่อนไปก็เหมือนเดิม...อาหารเช้า หมูย่าง ซาละเปา ติ่มซำ โอเลี้ยง คราวนี้ร้านใหญ่หน่อย
หมูย่างจานสุดท้ายพอดี เป็นเศษๆแล้ว เสียอารมณ์มาก
13.00 น. ถึงสะพานรักสารสิน กลับรถไปกินข้าง จั๊กจั่นซีฟู๊ด ที่เคยมากินเมื่อปีที่แล้ว
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม อร่อยมาก ขอแนะนำเลย อย่างอื่นก็ปกติกินแล้วไม่ได้ติดใจ
14.40 น. มาส่งเพื่อนที่พัก Laguna Club
โหย...เข้ามาเหมือนเป็นอาณาจักร Laguna เนื้อที่กว้างมาก
ข้างในแบ่งเป็นหลายประเภทที่พัก

บรรยากาศ ความหรูหรา อยากให้พ่อกับแม่มาพักผ่อนจัง
เย็นๆ ก็ไปหาเพื่อนอีกคนที่อยู่ภูเก็ต หาอะไรกินยามเย็น สังสรรค์นิดหน่อย....
เริ่มคันอีกแล้ว สงสัยโดนแตนทะเลอีกแล้ว ทำไมปีนี้โดนทุกทีเลย
ทั้งเกาะเต่า ภูเก็ต ตรัง อาทิตย์หน้าจะลองเกาะกุฏี ระยองดู มันจะคันไหม


########@@@@@########
5 พฤษภาคม 2552 เวลา 12.00 น. เริ่มเดินทางต่อ เติมพลังด้วย ข้าวหน้าเป็ด + เตี๋ยวเป็ด ข้างทางแถวถลาง
แวะไหว้สวัสดีพ่อเพื่อนซะหน่อย แล้วเข้าไปน้ำตกโตนไทร

สภาพป่ายังอุดมสมบูรณือยู่มาก เดินไปฝนตกไปแบบปรอยๆ


เดินทางต่อไป หาดไนทอน เป็นหาดเล็กๆ ทางเข้าจะต้องข้ามเขาไป
ปัจจุบันพื้นที่ในภูเก็ตถ้าเป็นหาด ถือว่าเป็นทอง มีผู้คนเข้าไปจับจองหมด
ไม่่เว้นแม้แต่ไนทอน และ ลายัณ หาดไร้ชื่อในสมัยก่อน

ไนทอน ในฤดู Low Season ฝรั่งบางตา ไทยไม่มีเลย
ข้ามมาต่อที่หาดลายัณ มีเอกชนจับจองที่หน้าหาดหมดแล้ว
มีเพียงช่องรถเข้าเล็กๆ ที่สามารถทะลุไปหาดได้


บริเวณร่องน้ำ เมื่อน้ำขึ้น จะทำให้บริเวณภูเขาเป็นเกาะ


หาดทรายสงบเงียบ ไม่มีผู้คน นอกจากคนท้องถิ่นทีหาปู ปลาเลี้ยงชีพ

น้ำยังคงใสสะอาดอยู่ ที่นี่ น่าอยู่มาก ใครผ่านมา ลองมาแวะดู ลายัณ
ผ่านมาอีกนิด มาที่อุทยานแห่งชาติ จะมองเห็นวิวของเกาะนี้ชัดเจน
สามารถมากางเต็นท์นอนได้ มีห้องอาบน้ำให้ ไม่มีที่พักเอกชน

ข้ามมาต่อที่เขตของ Laguna Club มีซอยให้เข้า่ในหาดที่โอบล้อมด้วย Laguna Property

โซนที่อยู่ด้านใน ไม่ติดหาด แต่ติด Lagoon

บริเวณติดหาด สถานที่ดูดีเหลือเกิน ด้านหน้าของแต่ละห้องมีเตียงอาบแดด ชมวิว

เย็นๆ ได้เวลา เตรียมตัว หาข้าวกิน เตรียมตัวกลับกทม.
เครื่องออก 23.10 น. ต้องไป Check In ก่อนอย่างน้อย 45 นาที

คันคะเยอจริงๆเลย ทำไมปีที่แล้วไม่คัน ปีนี้คันจริงๆ
ผิวเราผู้ดีขึ้น หรือ ทะเลปั่นป่วนกันแน่เนี่ย.....

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

เกาะ 3 ไข่ : ก็จะไปมันคนเดียวนี่แหละ จะทำไมล่ะ

28 มีนาคม 2552 ยามเย็นๆ
จับจองตั๋วรถทัวร์ กทม. - ภูเก็ต ผ่าน Thai Route ด้วยอารมณ์ที่ไม่คิดอะไรมากมาย
ก็จองมันไป-กลับเลย(วะ)
ไป เสาร์ 28 ตอน 18.00
เที่ยวเกาะไข่ 09.00 - 16.00
กลับ 29 ตอน 18.00 เอาซี....ไหวก็ไหว..
เดินทางเที่ยวละ 12 ชั่วโมงนิดๆ (ลืมไปจริงๆ....ว่าอายุมากแล้ว)

29 มีนาคม 2552 06.30 น.
ถึงเมืองภูเก็ต เห็นบรรยากาศแล้วก็ตัดสินใจได้เลยว่า จะต้องอยู่ต่ออีกวันดีกว่า
ว่าแล้วก็ขอเลื่อนตั๋วรถกับ Thai Route
น้องสาวเสียงสวยปลายทาง บอกว่า ไม่ได้ค่ะ ต้องเลื่อนล่วงหน้าก่อนรถออก 1 วัน
เอา...ล่ะ...ซี... ไม่เป็นไร มีเพื่อนเป็นเซลล์นี่เรา

09.00 น. ไปถึงท่าเรือแสงรัตน์ รอขึ้นเรือ ไปถึงคนแรกเลยตรู.......
มีกลุ่มทัวร์อื่นที่รอขึ้นเรือ ไปเกาะไข่ เหมือนกัน แต่ครึ่งวัน
แป๊ปนึง กลุ่มนี้ก็จากไป.....
สักพักก็จะมีรถกลุ่มอื่นๆมาอีก....ใช่เลย สติกเกอร์เขียว เหมือนเรา....
10.00 น. เสียเวลารออีกกลุ่มนึง เลยล่าช้าไปนิดนึง (ที่ช้าเพราะรถไปรับคนไม่ถูกจุด...เฮ้อ...ลางมาแล้ว)
สักพัก ไกด์ก็แนะนำสถานที่แล้ว......ก็ออกเดินทาง......ไปเกาะไข่กัน
สักพัก อีกเหมือนกัน เรือออกไปได้ไม่ถึงปากอ่าว........
เกียร์เรือเสียครับ....ไปๆมาๆ ก็เปลี่ยนโปรแกรมสลับไปมา....ไปเกาะไข่นอกก่อน...เอาวะ....
ไปถึงก็เหมือนเดิมครับ ลงน้ำไม่ต้องรอใครละ..ก็ไปคนเดียวนี่..........



น้ำค่อนข้างขุ่น มีทรายลอยอยู่เต็มไปหมด
เวลาถ่ายรูปโหมดใต้น้ำ ทำให้ไฟแฟลชกระทบทราย
ภาพที่ออกมา เป็นเหมือนแสงไฟฟุ้งอยู่ในน้ำ
ไกด์บอกว่า บริเวณนอกทุ่น หากโชคดีจะเจอฉลามขาว
ถ้าโชคดีนะ....กระเหรี่ยงอย่างเราก็นอกทุ่นตลอดซีครับ...อยากเจอฉลามนี่....


สภาพของเกาะไข่นอก ไปถึงก็มีนักท่องเที่ยว (ส่วนใหญ่ต่างชาติ) เดินอยู่เต็มหาด
มีร้านขายอาหาร เครื่องดื่มเล็กๆ มีเก้าอี้ชายหาดให้เช่า (เสียเงินนะ)
ส่วนที่ไปกับเรือ ก็จะมีร่มตั้งไว้ 1 ตัว สำหรับวางผลไม้ให้คนที่ไปกับเรือ
ผลไม้ ก็สัปปะรด กะ แตงโม เหนื่อยและขึ้นจากน้ำก็มากินได้เลย


เริ่มมีปะการังฟอกขาวแล้ว แสดงว่าน้ำเริ่มจะมีปัญหา เป็นสัญญาณบอกกลายๆ
หลังจากนั้น ประมาณ 12.30 ไกด์ก็พาไปเกาะไข่นุ้ย
ใครอยากพักที่ไข่นอกก็ได้ เพราะเดี๋ยวเรือมารับ แน่นอน


ที่ไข่นุ้ย ไม่มีหาดให้เดินเล่น เรือจะจอดที่ทุ่นรอบๆเกาะ
นักท่องเที่ยวต้องว่ายน้ำเข้าไป บริเวณรอบๆเกาะจะมีปะการังแข็งอยู่มาก
อ้อ....อย่าว่ายน้ำใกล้หินนะ เพราะมีเปลือกหอยเกาะอยู่ คมมากพอจะบาดเนื้อได้เลย


น้ำก็ยังมีเม็ดทรายคลุ้งไปทั้วบริเวณ ทำให้มองปะการังไม่ชัด


มีแบบฟอกขาวเหมือนกัน ดูให้สวยมันก็สวยได้น่า....
อืม....หอยเม่นก็มีนะ แต่ไม้ได้อยู่ในที่ติ้นๆสักเท่าไร
น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 3 เมตร Snorkling ไม่โดนหรอก


ไกด์บอกว่า บริเวณนี้มีปลานีโม ด้วย แต่ว่ายไป ดูไป ไม่เจอ แฮะ..
สัก 30 นาที ไกด์ก็เรียกกลับมาที่เรือ เพราะต้องไปรับคนที่ไข่นอกอีก
รับเสร็จก็ไปต่อที่เกาะไข่ใน เพื่อไปกินข้าว แล้วก็ลงน้ำตามเคย
อาหารเป็นบุฟเฟต์ครับ อร่อยดี มีผลไม้ตบท้าย
เสร็จแล้วก็ลงน้ำต่อ น้ำใสดี ไม่ได้เอากล้องลงไปด้วยซะอีก..ว๊า....
ประมาณ 15.30 ไกด์ก็เรียกกลับ
ประมาณ 16.00 ก็ถึงฝั่งที่ท่าเรือ เพื่อนมารอรับกลับบ้าน
ลืมเรื่องที่เพื่อนเป็นเซลล์ หรือยัง
มันใช้ความสามารถในการหลอกล่อของมัน เลื่อนตั๋วให้ได้....เซลล์จริงๆ มันต้องยังงี้
17.30 ออกไปหาข้าวกิน ที่ไนยาง
บรรยากาศดี แต่ไกลเมืองหน่อย พ่อมันเป็นนายหน้าขายที่ แล้วขายได้เงินเยอะ
ก็เลยพาลูกชาย+สะใภ้+กะเหรี่ยง .... อ๊ะ......กินฟรีแว๊ว......

มีสาว 1 นาง นั่งทานข้าวคนเดียว กับเบียร์ 1 ขวด แหม....น่าเศร้่า...

โพล้เพล้อย่างนี้....ก็สิงห์ฮา..สักหน่อย (เบียร์สิงห์-Singha)
ตกค่ำๆ ก็มีจุดเทียน ตั้งไว้ทุุกโต๊ะ...ได้บรรยากาศ สองเรา.....
ตกค่ำ ส่งลูก+เมียเพื่อนกลับบ้าน
สองเราก็ไปเมาต่อ....